TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ปอดจิ๋วห่างไกล โรค RSV: ความรู้ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องมีเพื่อปกป้องลูกรัก

บทความ 5 นาที
ปอดจิ๋วห่างไกล โรค RSV: ความรู้ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องมีเพื่อปกป้องลูกรัก

ไวรัส RSVเป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัส RSV ทำให้หลอดลมฝอยอักเสบ และปอดอักเสบ TH-18908

ในเด็กเล็กมีความเปราะบางทางสุขภาพมากค่ะ เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันร่างกายยังไม่ดีพอ จึงเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเกี่ยวกับกลุ่มโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจได้ง่าย โดยเฉพาะโรคติดเชื้อไวรัส RSV ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อร่างกาย ดังนั้นเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่รู้เท่าทัน โรค RSV ในเด็ก theAsianparent จะพาไปรู้จักกับไวรัสร้าย RSV พร้อมคำแนะนำในการดูแลปกป้องสุขภาพเบื้องต้นให้กับลูกน้อยกันค่ะ 

 

ไวรัส RSV คืออะไร ? 

Respiratory Syncytial Virus หรือที่เรียกสั้นๆ กันว่า RSV เป็นไวรัสก่อการติดเชื้อทางเดินหายใจของเด็กโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เด็กๆ ที่ป่วยจากการติดเชื้อไวรัส RSV ช่วงแรกมักมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดาเช่น ไข้ ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล แต่สำหรับเด็กเล็กรวมถึงเด็กกลุ่มเสี่ยงที่ติดเชื้อครั้งแรกพบร้อยละ 20-30 ที่มีอาการโรคลุกลามไปทางเดินหายใจส่วนล่าง (หลอดลม เนื้อปอด) ทำให้เกิดหลอดลมใหญ่อักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบและปอดอักเสบตามมาได้ค่ะ 

โรค RSV ไวรัส RSV คืออะไร

สาเหตุของการติดเชื้อ RSV 

RSV ไวรัสตัวนี้มีการแพร่ระบาดมากอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เนื่องจากสภาพอากาศเหมาะต่อการแพร่เชื้อ ด้วยอุณหภูมิและความชื้นทำให้เชื้อไวรัส RSV แพร่กระจายได้ง่ายและเชื้ออยู่ได้นานขึ้น จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่าในกลุ่มเด็กเล็กได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากเชื้อไวรัส RSV มากที่สุด ซึ่งสถิติจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และศูนย์ความร่วมมือไทย – สหรัฐ ด้านสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 – 8 มิถุนายน 2567 พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส RSV 1,226 ราย จากผู้ป่วยทางเดินหายใจ 19,179 ราย (ร้อยละ 6.39) 

  • อันดับหนึ่ง เด็กอายุระหว่าง 9 วัน – 87 ปี (อายุเฉลี่ย 2 ปี) ตรวจพบมากที่สุดในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี 573 ราย (ร้อยละ 46.74) 
  • อันดับสอง เด็กอายุ 2 – 5 ปี 472 ราย (ร้อยละ 38.50) 
  • อันดับสาม เด็กอายุมากกว่า 5 ปีขึ้นไป 181 ราย (ร้อยละ 14.76)

สาเหตุของการติดเชื้อ RSV

นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัส RSV จำนวน 3 ราย ซึ่งคิดเป็นอัตราป่วยเสียชีวิต ร้อยละ 0.24 ในเด็กอายุต่ำสุด 1 ปี 8 เดือน

ซึ่งสาเหตุการติดเชื้อไวรัส RSV พบว่าได้รับการแพร่กระจายเชื้อมาจากการสัมผัสโดนน้ำมูก น้ำลายของผู้ที่ป่วยโรค RSV แล้วมีการไอ และจามออกมา โดยเชื้อไวรัส RSV จะลอยมากับอากาศผ่านเข้ามาทางจมูก ปาก และเยื่อบุตา ในเด็กที่ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย สามารถที่จะแพร่กระจายเชื้อได้นานมากถึง 3-8  วัน โดยที่เชื้อไวรัสจะปะปนมากับอากาศและแฝงตัวเกาะติดอยู่ตามของเล่น ภาชนะใส่อาหาร แก้วน้ำ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในบ้าน หรือจากคุณพ่อคุณแม่ที่ออกไปทำงานนอกบ้านอาจเอาเชื้อ RSV มาติดลูก รวมถึงมีการพาลูกออกไปยังสถานที่ที่มีคนอยู่เยอะ เช่น โรงเรียน เนอสเซอรี่ ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก สนามเด็กเล่น ห้างสรรพสินค้า หรือโรงพยาบาล เป็นต้น

กลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัส RSV 

โรค RSV ในเด็กมีความรุนแรงและอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากภูมิคุ้มกันร่างกายไม่แข็งแรง

  • เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี 
  • เด็กที่คลอดก่อนกำหนด (ก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์)
  • เด็กที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคปอดเรื้อรัง เป็นต้น

เด็กในกลุ่มดังกล่าวนี้หากเจ็บป่วยโรค RSV บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น หูอักเสบ ไซนัสหรือปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ซึ่งจะมีอาการรุนแรงมากขึ้นจนเป็นอันตรายเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง

การรักษาและค่าใช้จ่าย

เนื่องจากในปัจจุบันนี้ยังไม่มียาสำหรับใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อ RSV การรักษาทางการแพทย์ทำได้เพียงแค่การรักษาตามอาการของเด็กที่ป่วย อาทิเช่น 

  • การให้ยาลดไข้
  • การให้ยาแก้ไอ ละลายเสมหะ 
  • พ่นยาขยายหลอดลมผ่านทางออกซิเจนละอองฝอย
  • เคาะปอด และดูดเสมหะออก เพื่อบรรเทาลดความรุนแรงของอาการไอและอาการหายใจเหนื่อยหอบให้กับเด็ก

สำหรับค่ารักษาพยาบาล โรค RSV ในเด็ก หากไม่มีโรคแทรกซ้อนจะมีค่ารักษาพยาบาลเริ่มต้นที่ประมาณ 10,000 – 100,000 บาท ทั้งนี้หากมีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้น ค่ารักษาพยาบาลอยู่จะที่ประมาณ 50,000 – 150,000 บาท ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะต้องแอดมิทที่โรงพยาบาลประมาณ 2-5 วัน หรืออาจมากกว่านี้ตามความรุนแรงของอาการ RSV ที่ป่วยในเด็กแต่ละคนค่ะ

การสังเกตอาการลูกน้อยป่วย RSV

การสังเกตอาการลูกน้อยป่วย โรค RSV

เชื้อไวรัส RSV เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งจะมีจุดสังเกตที่แตกต่างจากโรคไข้หวัด คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ และหากพบว่าลูกมีอาการดังต่อไปนี้ควรรีบพาไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ทันทีค่ะ

  • มีไข้ 
  • ไอ มีเสมหะมาก
  • หายใจเหนื่อยหอบจนอกบุ๋ม
  • หายใจมีเสียงหวีดในปอด
  • หายใจแรงมีเสียงครืดคราด

โรค RSV ในเด็กสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้หลายครั้ง และที่น่าห่วงคือ ณ ปัจจุบันนี้ ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน RSV ในเด็ก และไม่มียาจำเพาะในการรักษานะคะ ทำได้เพียงการรักษาตามอาการที่ป่วยเท่านั้น ซึ่งความอันตรายของโรค RSV ในเด็ก ที่มีอาการรุนแรงจนทำให้หลอดลมฝอยอักเสบ และเกิดภาวะปอดบวมอักเสบเฉียบพลัน จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันที สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง หรือคุณครูที่โรงเรียน สามารถดูแลปกป้องกันสุขภาพของเด็กๆ ได้ในเบื้องต้น เพื่อให้ห่างไกลจากการติดเชื้อไวรัส RSV

  1. ให้ลูกกินนมแม่ตั้งแรกเกิด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้กับลูก
  2. หมั่นล้างมือให้สะอาดเป็นประจำ ทั้งของลูกน้อยและสมาชิกทุกคนในบ้าน
  3. ทำความสะอาดบ้าน และของเล่น อุปกรณ์ของใช้ลูกให้สะอาด
  4. รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ และไม่ใช้ช้อนส้อม และแก้วน้ำร่วมกันเมื่อรับประทานอาหาร ทั้งที่บ้าน และโรงเรียน
  5. ในช่วงการระบาดของโรค RSV โดยเฉพาะฤดูฝนและฤดูหนาว ควรงดพาลูกออกไปทำกิจกรรมในสถานที่ที่มีคนเยอะๆ เนื่องจากเลี่ยงต่อการสัมผัสผู้ที่เป็นไข้หวัดหรือปอดอักเสบได้ง่าย
  6. ในเด็กที่ต้องไปโรงเรียน หรือเนอสเซอรี่ หากพบว่ามีอาการไม่สบาย ควรให้อยู่บ้าน จนกว่าจะหายดี ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ลูกออกไปแพร่เชื้อ หรือรับเชื้อที่ก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยไม่สบายเพิ่มค่ะ 
  7. เด็กวัยขวบที่สามารถใช้หน้ากากอนามัยได้ ควรฝึกให้ลูกคุ้นชินกับการสวมใส่หน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้าน ก่อนออกไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น ระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า หรือสนามเด็กเล่น เป็นต้น

และนอกเหนือจากนี้คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถวางแผนเรื่องสุขภาพของลูกน้อยในระยะยาวได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องการรักษาพยาบาล และค่าใช้จ่าย เมื่อลูกเกิดเจ็บป่วยไม่สบายได้ด้วยการมีประกันสุขภาพเด็กค่ะ

 

Reference:

ไวรัส RSV ภัยร้ายใกล้ตัวเด็ก, โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ 

กรมควบคุมโรค เตือนเข้าสู่ฤดูฝนหวั่นเด็กเล็กป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV), กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข

โรคติดเชื้ออาร์เอสวี RSV, สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย

ผู้ปกครองห่วงหน้าฝนไวรัส RSV ระบาด, สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพ
  • /
  • ปอดจิ๋วห่างไกล โรค RSV: ความรู้ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องมีเพื่อปกป้องลูกรัก
แชร์ :
  • รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

    รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

  • Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
    บทความจากพันธมิตร

    Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025

  • รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

    รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

  • Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
    บทความจากพันธมิตร

    Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว