เชื่อหรือไม่! ทำงานขณะเลี้ยงลูกมีผลต่อพัฒนาการสมองเด็ก

การศึกษาวิจัยล่าสุดชี้ การทำงานขณะเลี้ยงลูก ส่งผลต่อการพัฒนาสมองของทารก พร้อมคำแนะนำในการสร้างความสมดุลให้กับชีวิตการทำงาน

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

การเป็นคุณแม่ที่ต้องทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่นักวิจัย Irvine จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ค้นพบว่า การทำงานไปด้วยและต้องเลี้ยงลูกไปด้วยนั้น อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาสมองของลูกได้ รู้แบบนี้ต้องรีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าด่วน ๆ !

ผลการศึกษาครั้งนี้ถูกตีพิมพ์ใน Translational Psychiatry ที่จัดทำโดย Dr Tallie Z. Baram และทีม จากสถาบัน UCI’s Conte Center แผนกกระบวนการทางสมองในวัยรุ่น

ผลการศึกษาชี้ว่า…

การศึกษาใช้กระบวนการสังเกตการณ์ในการเลี้ยงและดูแลลูก ซึ่งพบว่ากิจกรรมเบา ๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือ การตอบข้อความไปมา สามารถส่งผลระยะยาว และส่งผลกระทบกับสมองของเด็กทารกแรกเกิดได้ ซึ่งมีหัวข้อสำคัญของการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้แก่

1.การทำงานขณะเลี้ยงลูกสามารถกีดกั้นการพัฒนาทางสมองที่เหมาะสม

2.การพัฒนาที่ดีของสมองในเด็กทารกนั้น มาจากการดูแลเอาใจใส่อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน

3.การไม่ต่อเนื่องของการเลี้ยงดูทารก อาจส่งผลถึงความผิดปกติทางอารมณ์ของทารกได้หลายรูปแบบ เช่น เด็กมีความเสี่ยงต่อการติดยาเสพติด เด็กเกิดความเครียดได้โดยง่ายเมื่อโตขึ้น เป็นต้น

นักวิจัย Irvine นี้ อ้างว่า การศึกษาครั้งนี้อ้างอิงมาจากผลของการศึกษาที่เกี่ยวกับเรื่องการดูแลเอาใจใส่ทารกและการพัฒนาของทารกควบคู่กันไปด้วย ความจริงแล้วการศึกษาครั้งนี้ไม่ได้เน้นไปที่ การดูแลเอาใจใส่ลูกเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นคงทางอารมณ์ให้กับทารก แต่เน้นไปที่ คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการดูแลเอาใจใส่ลูกแบบไม่ต่อเนื่อง เช่น ทำงานไปด้วยขณะที่เลี้ยงลูก เป็นต้น

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

อ่านคำแนะนำในการสร้างความสมดุลให้กับชีวิตการทำงาน หน้าต่อไปค่ะ

หลีกเลี่ยงการดูแลเอาใจใส่ลูกแบบไม่ต่อเนื่องได้อย่างไร?

หากคุณพ่อหรือคุณแม่มีภาระหน้าที่ต้องทำงานหลาย ๆ ชิ้น พร้อม ๆ กับต้องดูแลลูก เรามีคำแนะนำวิธีการจัดการกับเรื่องดังกล่าว ดังต่อไปนี้ค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

1.อยู่กับความจริง

คุณไม่จำเป็นต้องสละทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อมาดูแลลูกน้อย คุณยังคงสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ที่คุณชื่นชอบได้ หากคุณสามารถจัดการกับเวลา เช่น การอ่านหนังสือ การดูทีวี ไปฟิตเนส ทำขนม หรือ ทำงานเขียนต่าง ๆ คุณเพียงแค่จัดหาเวลาที่เหมาะสมในการทำกิจกรรมเหล่านี้แค่นั้นเอง

2.ไม่ต้องพยายามเป็นซูเปอร์มัม

เรารู้ดีว่าคุณคือสุดยอดซูเปอร์มัม เพียงแต่คุณไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเอง เพื่อแสดงออกให้ใครเห็น การพยายามทำทุกอย่างให้ออกมาให้สมบูรณ์แบบ อาจไม่ใช่วามคิดที่ดีนัก คุณสามารถเลือกไม่รับสายจากออฟฟิต แล้วค่อยโทรกลับภายหลัง หากคุณกำลังดูแลลูก หากคุณมัวแต่คิดถึงเรื่องงานเป็นหลัก คุณอาจจะพบความล้มเหลวในการดูแลลูกในฐานะพ่อแม่คนหนึ่ง

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

3.เลิกรู้สึกผิดหรือโทษตัวเอง

การโทษตัวเองตลอดเวลามักเป็นความรู้สึกของคนเป็นแม่ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องทำงานไปด้วย คุณมักจะย้ำคิดย้ำทำว่า คุณคิดถูกหรือผิดที่คุณกลับมาทำงานประจำ หรือที่คุณลาออกจากงานมาเลี้ยงลูก ไม่สำคัญว่าคุณจะอยู่ในสถานการณ์ใด หากคุณยังสามารถรักและดูแลเอาใจใส่ลูกได้เป็นอย่างดี คุณก็คือสุดยอดคุณแม่แล้วเช่นกัน

4.แม่ก็คือแม่ คุณไม่ใช่เพื่อนของลูก ๆ 

บางครั้งคุณอยากจะตีเส้นในการดำเนินชีวิตของลูก ถึงแม้เรารู้ดีว่าทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกทำในสิ่งที่ต้องการ แต่กับลูก ๆ แล้วคุณสามารถขีดเส้นให้ได้เลย ตามที่คุณเห็นเหมาะสม และสิ่งนี้จะส่งผลดีกับลูก ๆ ในระยะยาว ตัวอย่างเช่น การไม่อนุญาตไปนอนบ้านเพื่อน หากคุณเห็นว่าไม่เหมาะสม คุณสามารถตัดสินใจให้ลูก ๆ เองได้เลย นี่เป็นเพราะคุณนึกถึงความปลอดภัยของลูก ๆ นั่นเอง

5.สอนลูกให้มีความมั่นใจในตัวเอง

การมีความเชื่อมั่นในตัวเอง เป็นคุณสมบัติที่ดีเยี่ยม คุณสามารถสอนให้ลูก ๆ มีนิสัยข้อนี้ได้ตั้งแต่เด็ก ๆ ในอนาคตเมื่อเขาเติบโตขึ้น เขาจะเป็นคนที่มีคุณภาพ มีความมั่นใจ กล้าคิดกล้าทำ และกล้าแสดงออก พวกเขาจะเรียนรู้ในการจัดการชีวิตของตัวเองได้ดีเมื่อโตขึ้น

 

ที่มาจาก www.theindusparent.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

การวิจัยพบ พ่อแม่ติดเล่นมือถือ กีดกั้นการพัฒนาสมองของลูก

43 ไอเดีย กิจกรรมสําหรับลูกวัย 3 ขวบ เล่นกันง่าย ๆ ทั้งพ่อ แม่ ลูก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team