งดจอ 100% ชวนลูกทำอะไรดี? รวม 25 กิจกรรมสนุก 1 วัน ไม่ง้อหน้าจอ

“ถ้าไม่ให้ลูกดูจอ จะชวนลูกทำอะไรใน 1 วัน?”  theAsianparent มีกิจกรรมตามวัย ให้คุณแม่ชวนลูกเล่นเพลินๆ แบบไม่ต้องง้อหน้าจอมาฝากกันค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

“ถ้าไม่ให้ลูกดูจอ จะชวนลูกทำอะไรใน 1 วัน?” เป็นคำถามที่คุณแม่อาจนึกถึงเมื่ออยากลอง งดจอ 100% แต่ถึงแม้จะงดจอก็ไม่จำเป็นต้องมีของเล่นใหม่ แค่หนังสือ กล่อง ลูกบอล และเวลาพูดคุย ก็เปลี่ยนเป็นความสนุกได้ค่ะ  theAsianparent มีกิจกรรมตามวัย เล่นง่ายๆ ได้ที่บ้านมาให้คุณแม่ชวนลูกเล่นเพลินๆ แบบไม่ต้องง้อหน้าจอมาฝากกันค่ะ

เด็กแต่ละวัย ใช้หน้าจอได้นานแค่ไหน?

คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้หน้าจอในเด็ก ของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ระบุไว้ดังนี้

  • เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ควรหลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอทุกชนิด
  • เด็ก 2–5 ปี ใช้หน้าจอไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง ผู้ปกครองดูแลประเภทและเนื้อหา
  • เด็กตั้งแต่ 6 ปี ใช้หน้าจอไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง ผู้ปกครองดูแลประเภทและเนื้อหา

เกณฑ์นี้กล่าวถึงจอเพื่อการเล่นและพักผ่อน ไม่นับการเรียนออนไลน์นะคะ และไม่จำเป็นต้องใช้เวลาให้ครบเพดานค่ะ สำหรับเด็กโต สามารถลองพักจอเพื่อความบันเทิงสักหนึ่งวันได้ โดยไม่ใช่ข้อกำหนดว่าต้องงดทุกหน้าจอตลอดไป

เตรียมตัวก่อน งดจอ 100%

บอกลูกล่วงหน้า เตรียมของ ให้เลือกสองกิจกรรม ผู้ใหญ่ร่วมวางโทรศัพท์และปิดโทรทัศน์ สลับเล่นเคลื่อนไหวกับกิจกรรมสงบ และไม่เบียดเวลานอน เพราะ WHO ให้ความสำคัญกับความสมดุลของกิจกรรมตลอดวันค่ะ

25 กิจกรรม งดจอ 100% แบ่งตามวัย เล่นง่ายได้ที่บ้าน

ประยุกต์จาก Harvard และ CDC นำมาปรับตามความสามารถและความสนใจของลูกได้เลยนะคะ และไม่ต้องทำครบทุกข้อ โดยช่วงอายุนี้ใช้เป็นแนวทางในการเลือกกิจกรรมเท่านั้น ไม่ใช่เกณฑ์ทดสอบพัฒนาการนะคะ 

กิจกรรม เด็กแรกเกิด–11 เดือน: เล่นผ่านหน้าและเสียง

1. คุยแล้วรอหนูตอบ — แรกเกิดขึ้นไป

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

มองหน้า พูดสั้น ๆ แล้วรอเสียงหรือรอยยิ้มลูกก่อนตอบกลับ เปิดโอกาสให้สื่อสารโต้ตอบกัน

2. ร้องเพลงขยับมือ — แรกเกิดขึ้นไป

คุณแม่ร้องเพลงเบา ๆ พร้อมขยับมือช้า ๆ ให้ลูกมอง สนุกกับเสียงของคุณแม่ได้โดยไม่ต้องเปิดคลิปเลยค่ะ

3. คว่ำเล่นมองแม่ — ทารกตามความพร้อม

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เริ่มช่วงสั้น ๆ ขณะตื่นบนพื้นราบที่มั่นคง โดยคุณแม่ดูแลอย่างใกล้ชิดนะคะ ช่วยฝึกการควบคุมศีรษะและลำตัว ส่วนเวลานอนให้นอนหงายค่ะ

4. จ๊ะเอ๋ — ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป

ปิดหน้าคุณแม่ด้วยมือแล้วเปิดออก รอดูปฏิกิริยาก่อนทำซ้ำ หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าปิดหน้าลูกน้อย

5. ของเล่นหายไปไหน — ประมาณ 9 เดือนขึ้นไป

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ซ่อนของเล่นชิ้นใหญ่บางส่วนใต้ผ้า ให้ลูกลองหา ฝึกสำรวจโดยคุณแม่ช่วยบอกใบ้

กิจกรรมกลุ่มนี้เน้นการเล่นกับผู้ใหญ่และสำรวจอย่างปลอดภัยตามความพร้อมของทารกค่ะ 

 

 

กิจกรรม เด็ก 1 ขวบ–ก่อน 2 ขวบ: หยิบและเลียนแบบ

6. ใส่ของลงกล่อง

ใช้กล่องเปิดกับบล็อกชิ้นใหญ่ ให้ลูกใส่และหยิบออก ช่วยฝึกให้มือกับตาทำงานร่วมกัน

7. อ่านภาพตามใจ

ให้ลูกเลือกหน้าหนังสือ แล้วคุณแม่ช่วยบอกชื่อภาพที่ลูกสนใจ ชวนเรียนรู้ภาษาโดยไม่ต้องอ่านให้จบเล่มก็ได้

8. กลองหม้อจิ๋ว

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ใช้ภาชนะที่ไม่แตกกับช้อนไม้ เคาะเบา ๆ ผลัดกันเลียนแบบจังหวะ โดยระวังเรื่องเสียงดังและขอบคมด้วยนะคะ 

9. กลิ้งบอลหาแม่

นั่งใกล้ ๆ กัน กลิ้งบอลนิ่มไปมา เรียกชื่อลูกก่อนส่งบอล ช่วยชวนให้สนใจและมาร่วมเล่นกัน

10. ผู้ช่วยเก็บของ — ประมาณ 18 เดือนขึ้นไป

ชวนลูกหยิบของเล่นใส่ตะกร้าทีละชิ้น ใช้คำสั่งสั้น ๆ ฝึกความเข้าใจภาษาและได้ร่วมทำกิจวัตรประจำวัน

แนวทางของ CDC สนับสนุนการอ่านภาพ พูดคุย ร้องเพลง และเล่นของเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้มือ ขณะที่ Harvard มีชุดกิจกรรมสำหรับวัย 12 และ 18 เดือนโดยเฉพาะ

 

กิจกรรม เด็ก 2 ขวบ–ก่อน 3 ขวบ: ขยับและสมมติ

11. ต่อหอคอย

ผลัดกันต่อบล็อกคนละชิ้น ล้มแล้วสร้างใหม่ ช่วยฝึกการใช้มือและการรอคอย

12. เพลงหัว ไหล่ เข่า เท้า

คุณแม่ร้องช้า ๆ ให้ลูกแตะตาม ช่วยเชื่อมโยงคำศัพท์กับอวัยวะต่าง ๆ

13. เตะบอลเข้าประตู

ใช้บอลนิ่มกับกล่องมาทำเป็นเป้า เล่นบนพื้นไม่ลื่น ปรับระยะให้ลูกได้ฝึกเคลื่อนไหวร่างกายนะคะ 

14. ครัวของหนู

ใช้ถ้วย ช้อน และของเล่นอาหารชิ้นใหญ่ ทำอาหารให้ตุ๊กตา ได้ฝึกทักษะภาษาและเล่นบทบาทสมมติ

15. ต่อภาพชิ้นใหญ่

เริ่มจากไม่กี่ชิ้น ให้ลูกลองหมุนและวางเอง คุณแม่คอยช่วยเมื่อจำเป็น ฝึกการสังเกตและแก้ปัญหา

กิจกรรมเหล่านี้สอดคล้องกับแนวทางวัย 2 ปีของ CDC ซึ่งแนะนำการเล่นบล็อก ปริศนาภาพ เพลงบอกอวัยวะ และการสำรวจรอบตัวค่ะ 

 

 

กิจกรรม เด็ก 3 ขวบ–ก่อน 4 ขวบ: ฝึกกล้ามเนื้อมือและจินตนาการ

16. ร้านขนมแป้งโด

บีบ กด คลึงเป็นขนมสมมติ ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมือ เลือกใช้ชนิดที่เหมาะกับวัยและระวังไม่ให้เข้าปาก

17. วาดแล้วเล่า

ให้ลูกวาดด้วยสีเทียนแล้วเล่าเรื่องราวจากรูป ฝึกภาษาโดยคุณแม่ไม่ตัดสินว่าวาดเหมือนหรือไม่

18. ร้านขายของ

ตั้งร้านจากของเล่น แล้วผลัดกันเป็นผู้ซื้อกับผู้ขาย ได้ฝึกบทสนทนาและบทบาททางสังคม

19. จับคู่ของเหมือน

หาของที่มีสีเดียวกันหรือทรงคล้ายกัน เริ่มจากสองสามชิ้น ฝึกการสังเกตและจัดกลุ่ม

20. สำรวจธรรมชาติ

พากันเดินดูต้นไม้ ฟังเสียงนก ชวนบอกสิ่งที่เห็น เลือกเวลาที่อากาศเหมาะสม และไม่จับสิ่งที่ไม่รู้จัก 

CDC แนะนำกิจกรรมวัย 3 ปีที่เปิดโอกาสให้ได้วาด ปั้น จับคู่ เล่นสมมติ และเลือกการเล่นกลางแจ้งตามความสนใจค่ะ

 

กิจกรรม เด็ก 4–6 ขวบ: รู้จักกติกาและช่วยเหลือตัวเอง

21. เต้นแล้วหยุด

คุณแม่ร้องเพลงหรือปรบมือ พอเสียงหยุดก็ให้หยุดท่าทาง ช่วยฝึกฟังสัญญาณและควบคุมการเคลื่อนไหว

22. เกมผลัดกันเดิน

วาดช่องบนกระดาษ ใช้ตัวเดินขนาดใหญ่ และใช้กติกาสั้น ๆ ฝึกการรอคอยมากกว่าเน้นผลแพ้ชนะ 

23. นิทานต่อประโยค

คุณแม่เริ่มเล่าเรื่องแล้วให้ลูกช่วยต่อ ผลัดกันเพิ่มเหตุการณ์ ฝึกภาษาและจินตนาการไปด้วยกัน 

24. จับคู่ถุงเท้า

ชวนจับคู่ถุงเท้าสะอาด หรือจัดช้อนกับจานที่ไม่แตก ฝึกการจัดกลุ่มและช่วยเหลือตัวเอง

25. ล่าสมบัติ

ให้ลูกตามหา “ของนุ่มสีฟ้าหนึ่งชิ้น” ฝึกการฟังและวางแผน โดยไม่ซ่อนของไว้ที่สูงหรือใกล้ปลั๊กไฟนะคะ 

ปรับกติกาตามความพร้อมของลูกได้เลยค่ะ ซึ่งแนวทางของ Harvard และ CDC สนับสนุนการเล่นผลัดกัน การเล่าเรื่อง และงานบ้านง่าย ๆ ในช่วงวัยนี้

เลือกใช้อุปกรณ์ตามฉลากอายุ ไม่มีชิ้นเล็ก แม่เหล็กแรงสูง หรือถ่านกระดุมที่อาจหลุดได้นะคะ และมีผู้ใหญ่คอยดูแลตามกิจกรรมและความสามารถของลูกค่ะ 

 

ตัวอย่างตาราง งดจอ 100% ใน 1 วัน

ตัวอย่างสำหรับวัย 2–5 ปีนี้จัดขึ้นเพื่อปรับใช้ ไม่ใช่ตารางมาตรฐานทางการแพทย์

ช่วงเวลา

กิจกรรม

หลังตื่น แต่งตัว กินข้าว พูดคุย
ช่วงเช้า เล่นบอล เดินสำรวจ แล้วพัก
ก่อนเที่ยง ต่อบล็อก เล่นสมมติ เล่นอิสระ
มื้อกลางวัน ช่วยจัดช้อน กินข้าวโดยไม่เปิดจอ
หลังอาหาร อ่านนิทาน พัก หรือนอนตามความต้องการ
ช่วงบ่าย วาดรูป ปั้นแป้งโด ช่วยงานบ้าน
ช่วงเย็น เดินเล่น เต้น หรือเล่นบอล
ก่อนนอน อาบน้ำ อ่านหนังสือ คุยเรื่องวันนี้

 

ไม่ต้องทำกิจกรรมเดียวตลอดช่วง หรือจัดให้นั่งเล่นทั้งวันนะคะ WHO แนะนำกิจกรรมทางกายสำหรับวัย 1–2 ปี รวมอย่างน้อย 180 นาทีต่อวัน ส่วนวัย 3–4 ปี อย่างน้อย 180 นาที โดยเป็นระดับปานกลางถึงหนักอย่างน้อย 60 นาที ซึ่งสามารถกระจายได้ตลอดทั้งวันค่ะ 

ลูกงอแงขอดูจอ ทำอย่างไร?

รับรู้อารมณ์ของลูกก่อนว่า “หนูอยากดูการ์ตูน แม่เข้าใจนะคะ” แล้วค่อยบอกข้อตกลงว่า “วันนี้เราพักจอกันนะลูก” พร้อมให้ลูกเลือกว่าจะอ่านนิทานหรือกลิ้งบอลแทนค่ะ

ลองเช็กดูด้วยนะคะว่าลูกหิว ง่วง เหนื่อย หรือแค่อยากให้คุณแม่อยู่ใกล้ ๆ หรือเปล่า สามารถเปลี่ยนกิจกรรมหรือพักก่อนได้ค่ะ ถ้าคุณแม่ต้องทำงานบ้าน ให้จัดมุมเล่นที่ปลอดภัยใกล้ ๆ ตัวและคอยดูแลตามวัย โดยไม่ปล่อยทารกไว้ตามลำพังกับอุปกรณ์นะคะ 

การงดจอเพียงวันเดียวอาจยังไม่ได้รับประกันว่าจะหายติดจอในทันทีค่ะ แต่คุณแม่สามารถใช้วันนี้สังเกตกิจกรรมที่ลูกชอบ เพื่อนำไปชวนเล่นต่อได้นะคะ

การลอง งดจอ 100% ไม่จำเป็นต้องเป็นวันที่สมบูรณ์แบบเลยค่ะ เลือกเพียงไม่กี่กิจกรรม สลับกิน พักผ่อน และนอนหลับ แล้วให้ความสำคัญกับช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกันนะคะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ฮาร์วาร์ดชี้ 3 กิจกรรมนี้ กระตุ้นพัฒนาการสมอง เล่นแล้วฉลาด กว่าเพื่อนวัยเดียวกัน

50 กิจกรรม เล่นกับลูกวันฝนตก อยู่บ้านก็สนุกได้ ไม่ต้องพึ่งหน้าจอ

เดินทางไกลไม่น่าเบื่อ! แจกลิสต์ 20 กิจกรรมเล่นกับลูกบนรถ วัย 0-6 ปี

 

แหล่งอ้างอิง

  1. Thai PBS Kids: คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้หน้าจอในเด็ก
  2. WHO: To grow up healthy, children need to sit less and play more
  3. Harvard University: Brain-Building Through Play
  4. CDC: Milestones by 1 Year
  5. CDC: Milestones by 2 Years
  6. CDC: Milestones by 3 Years
  7. CDC: Milestones by 5 Years

 

บทความอัปเดตล่าสุด พฤศจิกายน 2569