ตีลูกดีไหม จะผิดไหมถ้ายังทำโทษลูกด้วยการตี!!!

ดูเหมือนว่าในยุคปัจจุบันนี้การเลี้ยงลูกดูจะแตกต่างจากการเลี้ยงลูกในรุ่นพ่อรุ่นแม่หรือสมัยก่อน แต่ก็ไม่มีวิธีการเลี้ยงลูกแบบไหนที่จะบอกได้ว่าถูกผิด 100%

เวลาที่เจอลูกดื้อ ไม่เชื่อฟัง พ่อแม่ส่วนใหญ่ใช้วิธีการลงโทษลูกแบบไหนกันค่ะ เชื่อว่าบางบ้านยังคงใช้ไม้แข็งหรือการ “ตี” ลงโทษลูกกันอยู่บ้าง จริง ๆ แล้ว ตีลูกดีไหม สำหรับวิธีการเลี้ยงลูกในยุคนี้ การตีลูกยังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่

ตีลูกดีไหม จะผิดไหมถ้ายังทำโทษลูกด้วยการตี!!!

มีนักวิจัยได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการศึกษาพฤติกรรมเด็กที่ถูกลงโทษด้วยการตี พบว่าเด็ก ๆ ที่ถูกตีบ่อย ๆ จะมีแนวโน้มกลายเป็นเด็กที่ดื้อขึ้น มีพฤติกรรมก้าวร้าว และจะส่งผลร้ายต่อพฤติกรรมและจิตใจในระยะยาวได้ ยิ่งโดยเฉพาะกับเด็กเล็กในช่วงอายุ 2-6 ขวบ

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผอ.สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “กรณีที่เด็กทำความผิดรุนแรง จำเป็นต้องควบคุม กำกับอย่างหนักแน่น ชัดเจน การตีจึงเป็นทางเลือกหนึ่งได้ ส่วนตัวเชื่อว่าการตีลูกที่เรารัก พ่อแม่ตีได้”

เมื่อลูกทำผิด ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าตีดีหรือไม่ตีดี แต่อยู่ที่ว่าตีอย่างไร ตีไปเพื่อทำให้ลูกรู้ว่านี่คือการลงโทษขั้นสูงสุด เพราะลูกทำผิดร้ายแรงจริง ๆ หรือให้โอกาสมาหบายครั้งแล้ว การตีจึงควรเก็บเอาไว้ใช้เป็นการลงโทษสำหรับพฤติกรรมที่เป็นปัญหาสูงสุดเท่านั้น เช่น ในกรณีการทำร้ายตัวเอง การทำร้ายคนอื่น หรือการทำลายข้าวของ และการตีนั้นเป็นเพราะพ่อแม่มองเห็นความผิดถูกที่เกิดขึ้น เป็นการตีจากความรัก ความปรารถนาดีที่จะให้ลูกจดจำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับชีวิต เป็นสิ่งที่ไม่ดีที่ลูกไม่ควรทำ ไม่ได้ตีเพราะอารมณ์โกรธ ไม่ฟังความลูก ไม่เปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความเห็นหรือคำแก้ตัว

รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ตีอย่างไรถึงเรียกว่าเหมาะสม

โดยทั่วไปรูปแบบของการตีลูกที่เหมาะสมคือแนะนำให้พ่อแม่ใช้มือตีไปที่มือของเด็ก ซึ่งทำให้สามารถกะน้ำหนักได้ บอกเหตุผลในความจำเป็นที่ลูกจะต้องถูกตี ใช้สีหน้าท่าทางจริงจังได้ แต่ไม่ใช่อารมณ์เกรี้ยวราด ไม่ควรตบหน้าลูก ไม่ใช้การหวดด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เป็นการทำร้ายเด็ก เช่น ไม้เรียว ไม้แขวนผ้า เข็มขัด ที่ดูเหมือนจะเป็นการใช้ความรุนแรงมากกว่าการทำโทษลูก และใช้คำพูดที่รุนแรง

ในขณะเดียวกันเมื่อลูกประพฤติตัวดี ทำดี พ่อแม่ก็ควรมีคำชื่นชมให้กำลังใจ หรือแสดงความรักกับลูก ให้เวลาคุณภาพในการดูแลลูก คุณพ่อคุณแม่ควรระลึกไว้ว่าลูกจะเข้าใจและยอมรับกับคำพูดที่สอนด้วยความรักด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวบ อ่อนโยนมากกว่าการลงมือตี ดังนั้นก่อนที่พ่อแม่จะเลือกวิธีทำโทษด้วยการตีนั้น ควรถามตัวเองก่อนว่า ลูกจะได้บทเรียนอะไรจากการถูกลงโทษครั้งนี้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากที่ลูกควรจะรู้ว่าเขาถูกตีด้วยเหตุผลที่ผิดตรงไหน หรือถูกตีเพราะความที่พ่อแม่ไม่เข้าใจลูก นั่นคือเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าการตีจึงไม่ใช่วิธีลงโทษที่ดีที่สุด ถึงรักวัวให้ผูกรักลูกไม่ตีก็ได้นะคะ.


ที่มา : www.rajanukul.go.th

บทความใกล้เคียงที่น่าสนใจ :

โบราณว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี แต่ผลวิจัยชี้พ่อแม่ยิ่งดุ ยิ่งตี ลูกยิ่งดื้อ จริงเหรอ!!

รักลูกให้ตี รู้ไหมว่าการโดนตีตอนเด็กๆ ส่งผลต่อบุคลิกภาพตอนโตยังไงบ้าง

บทความโดย

Napatsakorn .R