สุดสลด! เด็กหญิงวัย 2 ขวบเสียชีวิต หลังถูก พ่อแม่ขังไว้ในห้องกับพิตบูล

พ่อและแม่ของเด็กหญิงวัย 2 ขวบ ถูกอัยการสั่งฟ้องในข้อหาหนัก ฆ่าคนตายโดยเจตนา หลังจากลูกสาวเสียชีวิต เพราะ พ่อแม่ขังไว้ในห้องกับพิตบูล

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

พ่อและแม่ของเด็กหญิงวัย 2 ขวบ ในรัฐโอคลาโฮมา สหรัฐอเมริกา ถูกอัยการสั่งฟ้องในข้อหาหนัก ฆ่าคนตายโดยเจตนา และทารุณกรรมสัตว์ หลังจากลูกสาวเสียชีวิตจากการถูกสุนัขพิตบูลที่เลี้ยงไว้ทำร้าย ในขณะที่ถูก พ่อแม่ขังไว้ในห้องกับพิตบูล

เหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุจาก Darci Lambert (แม่เด็ก) ว่าลูกสาวหยุดหายใจ เมื่อไปถึงบ้านพัก พบศพหนูน้อย LockLynn McGuire วัย 2 ขวบ มีบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกสุนัขกัดทั่วร่างกาย โดยแม่ได้บอกกับกู้ภัยว่า “ลูกสาวฉันถูกเจ้าพิตบูลกัด”

จากการสอบสวนพบว่า เด็กหญิงถูกขังไว้ในห้องนอนที่มีการล็อกประตูจากด้านนอก โดยอยู่ร่วมกับสุนัขพิตบูลสีดำชื่อ “เอลล่า” (Ella) ซึ่งเป็นหนึ่งในสุนัข 4 ตัวของครอบครัว

พฤติการณ์ความประมาทและสภาพความเป็นอยู่

Jordan McGuire (พ่อเด็ก) ยอมรับว่าพาลูกเข้านอนตอน 19.30 น. และให้สุนัขอยู่ในห้องกับลูก เพราะมันมักจะกัดกับสุนัขตัวอื่น จากนั้นตัวเขาได้กินยาช่วยให้นอนหลับ

แม่เด็กกลับมาจากทำงานตอน 22.30 น. แต่ยังไม่ได้เข้าไปดู จนกระทั่งเวลา 23.30 น. ได้ยินเสียงหายใจแรงผิดปกติ จึงเข้าไปพบว่าลูกเสียชีวิตแล้ว

เจ้าหน้าที่ระบุว่า สุนัข 3 ใน 4 ตัวของบ้านนี้มีสภาพขาดสารอาหาร โดยเฉพาะเจ้า “เอลล่า” ที่ก่อเหตุ ผอมโซจนเห็นซี่โครงและกระดูกสะโพก

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เด็กหญิง 2 ขวบ ถูก พ่อแม่ขังไว้ในห้องกับพิตบูล ภาพ: GoFundMe/Ashton Burdick

ประวัติความรุนแรงและความล้มเหลวของหน่วยงานรัฐ

สิ่งที่น่าสลดใจที่สุดคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน (เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า) หนูน้อย LockLynn เคยถูกเจ้าเอลล่าตัวเดิมนี้กัดจนหูขาด และต้องเข้ารับการศัลยกรรมที่โรงพยาบาล

หน่วยงาน Oklahoma Human Services (OKDHS) เคยเข้ามาตรวจสอบหลังเหตุการณ์ครั้งแรก แต่ไม่ได้ทำการแยกเด็กหรือสุนัขออกจากบ้าน แม้จะเคยเกิดเหตุร้ายแรง พ่อและแม่ยังคงนำสุนัขตัวเดิมที่เคยทำร้ายลูก มาขังไว้ในห้องเดียวกันกับเด็กโดยไม่มีกรงกั้น

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

การดำเนินคดี

อัยการเขตระบุว่า พ่อและแม่แสดงความเพิกเฉยต่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของลูกอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่รู้ว่าลูกตกอยู่ในความเสี่ยง จนนำไปสู่ความตาย ทั้งคู่ถูกจับกุมและเดิมถูกตั้งข้อหาฆ่าโดยไม่ได้ไตร่ตรอง (ฆาตกรรมระดับ 2) แต่ล่าสุดอัยการได้สั่งฟ้องในข้อหาที่หนักขึ้นคือ ฆ่าคนตายโดยเจตนา (ฆาตกรรมระดับ 1)

ทางด้านส.ส. Justin JJ Humphrey ได้ออกมาตำหนิการทำงานของ OKDHS อย่างรุนแรงว่า หากเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ของตนโดยการแยกเด็กหรือสุนัขออกไปตั้งแต่เหตุการณ์แรก เด็กน้อยคนนี้ก็คงไม่เสียชีวิต

 

จากข่าวเศร้าเด็ก 2 ขวบถูก พ่อแม่ขังไว้ในห้องกับพิตบูล ถือเป็นถึงความผิดพลาดร้ายแรงของผู้เลี้ยง มากกว่าแค่เรื่องสายพันธุ์สุนัขเพียงอย่างเดียว เพื่อให้เข้าใจและป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ เรามาทำความเข้าใจธรรมชาติของพิตบูลและหลักการเลี้ยงดูร่วมกับเด็กอย่างปลอดภัยกันค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

เข้าใจธรรมชาติของ “พิตบูล” (Pit Bull)

สุนัขตระกูลพิตบูล (เช่น American Pit Bull Terrier) มีลักษณะเฉพาะที่ผู้เลี้ยงต้องเข้าใจและเคารพในสัญชาตญาณของมัน

  • พละกำลังและแรงกัดมหาศาล: พิตบูลเป็นสุนัขที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรงและขากรรไกรที่ทรงพลัง เมื่อกัดแล้วมักจะไม่ปล่อย และมักจะสะบัดเหยื่อ ซึ่งสร้างความเสียหายรุนแรงกว่าสุนัขพันธุ์อื่น
  • สัญชาตญาณนักล่า: สุนัขกลุ่มนี้มีสัญชาตญาณในการไล่ล่าสูง สิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วๆ หรือส่งเสียงแหลม เช่น เด็กเล็กวิ่งเล่น หรือร้องไห้ อาจกระตุ้นสัญชาตญาณนี้ได้
  • ความอดทนต่อความเจ็บปวดสูง: พิตบูลถูกพัฒนาสายพันธุ์มาให้มีความใจสู้ ไม่ถอยแม้อยู่ในสถานการณ์ต่อสู้
  • ความต้องการผู้นำ: พิตบูลต้องการเจ้าของที่มีความเป็นจ่าฝูงชัดเจน (Assertive but calm) หากเจ้าของอ่อนแอ สุนัขจะขึ้นมาเป็นผู้นำแทน ซึ่งอันตรายมาก
  • ความหิวโซ: สุนัขในข่าวอยู่ในภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ความหิวสามารถเปลี่ยนสุนัขที่เชื่องที่สุดให้กลายเป็นสัตว์ป่าได้ เพื่อแย่งชิงทรัพยากรหรือล่าเหยื่อเพื่อความอยู่รอด

 

ภาพ: shutterstock

หลักการเลี้ยงพิตบูลร่วมกับเด็กให้ปลอดภัย

จากบทเรียนในข่าว สิ่งที่พ่อแม่คู่นี้ทำคือ ข้อห้ามสูงสุดของการเลี้ยงสุนัข นั่นคือ ขังเด็กไว้กับสุนัขตามลำพัง + สุนัขเคยมีประวัติกัดแล้ว + สุนัขหิวโซ หากต้องการเลี้ยงพิตบูล (หรือสุนัขใหญ่พันธุ์อื่น) ร่วมกับเด็ก ต้องปฏิบัติตามกฎเหล็กดังนี้

1. กฎเหล็ก: ห้ามปล่อยให้อยู่ตามลำพัง

  • ห้ามคลาดสายตา: ไม่ว่าจะเชื่องแค่ไหน ห้ามทิ้งเด็กเล็กไว้กับสุนัขตามลำพังแม้แต่วินาทีเดียว ยิ่งการขังไว้ในห้องปิดตายแบบในข่าว หากเกิดเหตุร้าย เด็กจะหนีไม่ได้และไม่มีใครช่วยทัน
  • Active Supervision: การดูไม่ใช่แค่นั่งอยู่ในห้องเดียวกัน แต่ต้องโฟกัสและพร้อมเข้าชาร์จทันทีหากการเล่นเริ่มรุนแรงเกินไป

2. สังเกตสัญญาณเตือนและประวัติความก้าวร้าว

  • กฎ One Strike: ในกรณีที่มีเด็กเล็ก หากสุนัขเคยกัด หรือแสดงความก้าวร้าวต่อเด็ก (แม้แต่ครั้งเดียวแบบในข่าวที่กัดหูขาด) สุนัขตัวนั้นต้องถูกแยกออกจากบ้านทันที ไม่ควรให้โอกาสแก้ตัว
  • ภาษากาย: สอนเด็กและผู้ปกครองให้ดูอาการสุนัข เช่น หูตก, หางจุกก้น, แยกเขี้ยว, ขนตั้ง หรือจ้องตาเขม็ง คือสัญญาณก่อนโจมตี

3. การจัดการสภาพแวดล้อม

  • แยกพื้นที่ชัดเจน: ควรมีคอกกั้น หรือกรงสุนัข เพื่อแยกพื้นที่กินข้าวและพื้นที่นอนของสุนัขออกจากพื้นที่วิ่งเล่นของเด็ก
  • ห้ามยุ่งขณะกินหรือนอน: สอนเด็ก (และผู้ใหญ่ต้องดู) ห้ามเข้าใกล้สุนัขตอนกินอาหาร หรือตอนนอนหลับ เพราะสุนัขอาจตกใจหรือหวงอาหารและกัดทันที

4. การดูแลสุขภาพจิตสุนัข

  • อาหารและน้ำ: สุนัขต้องอิ่มท้อง สุนัขที่หิวโซจะมีความเครียดและก้าวร้าวสูงมาก
  • การปลดปล่อยพลังงาน: พิตบูลเป็นหมาพลังงานสูง ต้องพาไปออกกำลังกายให้เหนื่อย หากพลังงานเหลือล้น มันอาจมาระบายกับข้าวของหรือสิ่งมีชีวิตอื่น

การที่สุนัขหิวโซเหมือนในข่าว เป็นตัวกระตุ้นที่เปลี่ยนสุนัขดีให้กลายเป็นอันตรายได้ทันที และที่สำคัญพ่อแม่ไม่ควรทิ้งเด็กไว้กับสุนัขตามลำพัง แม้สุนัขจะเชื่องแค่ไหนก็ตาม ทีมงาน theAsianparent ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วยค่ะ

ที่มา : The Mirror , ASPCA

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทำอย่างไรเมื่อลูกถูกสุนัขกัด? โดย ผศ.พญ.รวีรัตน์ สิชฌรังษี

เลี้ยงลูกกับสัตว์เลี้ยง ต้องทำอะไรบ้าง? เลี้ยงลูกพร้อมสัตว์เลี้ยงได้จริงหรือ?

อุทาหรณ์คนรักสัตว์! เด็กชายวัย 6 ขวบ “หัวล้านถาวร” เพราะ ติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยง

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา