TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ยาลดไข้สำหรับเด็ก เลือกใช้ให้ฉลาดและปลอดภัยเพื่อลูกน้อย

บทความ 3 นาที
ยาลดไข้สำหรับเด็ก เลือกใช้ให้ฉลาดและปลอดภัยเพื่อลูกน้อย

ยาลดไข้สำหรับเด็กที่ใช้กันอยู่แพร่หลายในปัจจุบันมีอยู่ 2 ชนิด คือ พาราเซตามอล (paracetamol) และ ไอบูโปรเฟน (Ibuprofen ) ยาทั้ง 2 ชนิดแตกต่างกันอย่างไร คุณแม่ควรเลือกใช้อย่างไรให้ฉลาดและปลอดภัย คำตอบอยู่ที่นี่

ยาลดไข้สำหรับเด็ก ยาลดไข้ เลือกใช้ให้ฉลาดและปลอดภัยเพื่อลูกน้อย

ยาลดไข้สำหรับเด็ก

เมื่อลูกมีไข้ คุณพ่อคุณแม่ควรใช้การเช็ดตัวเพื่อลดไข้ก่อน แล้วจึงพิจารณาใช้ยาลดไข้ เนื่องจากการใช้ยาลดไข้สำหรับเด็กโดยเฉพาะเด็กเล็ก ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังเพราะอาจเกิดผลข้างเคียงหากใช้ในปริมาณที่เกินขนาด หรือใช้บ่อยเกินไป ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรทราบวิธีเลือกใช้ยาลดไข้สำหรับเด็กอย่างถูกต้องค่ะ ยาลดไข้สำหรับเด็ก เลือกใช้ให้ฉลาดและปลอดภัยเพื่อลูกน้อย ในปัจจุบันมีอยู่ 3 ชนิด คือ ไอบูโปรเฟน แอสไพริน และพาราเซตามอลยาทั้ง 3 ชนิดต่างกันอย่างไร

ทานยาพาราเซตามอลครั้ง

ท านยาพาราเซตามอลครั้ง

ยาลดไข้

  1. ยาพาราเซตามอลเป็นยาลดไข้ที่มีความปลอดภัยสูงในเด็ก ตัวยาพาราเซตามอล เป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลาย และคุณหมอนิยมจ่ายยานี้เป็นอันดับแรก โดยยาพาราเซตามอลมีทั้งชนิดน้ำ สำหรับเด็กเล็ก และชนิดเม็ด สำหรับเด็กโต โดยขนาดยาที่ใช้คือ 10-15 มิลลิกรัมของยา ต่อน้ำหนักตัวของเด็กหนึ่งกิโลกรัม ใช้ได้ทุก 4-6 ชั่วโมงเวลามีไข้ แต่วันหนึ่งไม่ควรเกิน 5 ครั้ง และไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 3-5 วัน หากเด็กมีอาการไข้ติดต่อกันนานเกิน 3 วัน ควรไปพบคุณหมอเพื่อหาสาเหตุของไข้
  2. ยาไอบูโปรเฟน บลูเฟ่น เป็นยาแก้ปวดลดไข้ในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่ยาสเตียรอยด์ สามารถลดอาการไข้สูงได้ดี แต่มีผลข้างเคียงคือ ทำให้เลือดออกง่ายเนื่องจากเกร็ดเลือดทำงานผิดปกติ ต้องระมัดระวังในผู้ป่วยที่ยังไม่ทราบว่าเป็นไข้จากโรคไข้เลือดออกหรือไม่ และอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน จากกระเพาะอาหารอักเสบ

ถึงแม้ว่ายาพาราเซตามอลเป็นยาที่มีความปลอดภัยสูง แต่ถ้าใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานก็มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงคือ ตับถูกทำลาย และตับล้มเหลวซึ่งจะมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง และอาจมีความรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรให้ยาลดไข้เมื่อลูกมีไข้ ตัวร้อน และเช็ดตัวแล้วไข้ไม่ลด ที่สำคัญการให้ยาต้องให้ในขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของลูก ไม่ควรใช้ยาลดไข้พาราเซตามอลบ่อยกว่าทุกๆ 4 ชั่วโมง หากให้ยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด หรือมีไข้ติดต่อกันหลายวัน ควรไปพบคุณหมอเพื่อหาสาเหตุของไข้นะคะ

ขนาดของยาที่ควรใช้

วิธีป้อนยาเด็ก อย่างถูกต้อง เมื่อลูกกินยายาก

การเลือกใช้ยาแต่ละประเภทและการป้อนยาให้เด็กในปริมาณเท่าไรในแต่ละครั้ง คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาปริมาณการให้ยาลูกโดยดูจากคำแนะนำข้างกล่อง หรือจากฉลากของยา ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะบอกโดยคร่าวๆ เช่น เด็กอายุต่ำกว่า 2  ปี ควรกินครั้งละ… ช้อนชา เด็กอายุประมาณ…ปีควรกินครั้งละ…ช้อนชา แต่จากคำแนะนำดังกล่าว เป็นเพียงปริมาณการให้ยาโดยเฉลี่ยกับเด็กส่วนใหญ่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เด็กแต่ละคนย่อมมีน้ำหนักที่แตกต่างกันไป แม้ว่าจะอยู่ในวัยไล่เลี่ยกันก็ตาม

ดังนั้นเวลาไปซื้อยา เภสัชกรจึงมักสอบถามถึงน้ำหนักตัวลูกๆ ของคุณพ่อคุณแม่เป็นหลักก่อน เพื่อสามารถคำนวณปริมาณของตัวยาที่จะให้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยปริมาณหรือขนาดยาที่จะให้แต่ละครั้งก็คือ ตัวยาพาราเซตามอลปริมาณ 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวเด็ก 1 กิโลกรัม ดังนั้นไม่ว่าเด็กจะมีอายุเท่าใด หากน้ำหนักตัวเท่าๆ กัน คือ ประมาณ 16 กิโลกรัม ก็ควรจะกินยาเท่ากันคือ ประมาณ 160-250 มิลลิกรัมต่อครั้ง

ทั้งนี้ยาน้ำลดไข้ ก็มีอยู่หลายรูปแบบทั้ง น้ำใส น้ำข้น และแบบหยด ซึ่งปัจจุบันยาน้ำลดไข้แก้ตัวร้อนสำหรับเด็ก ที่มีตัวยาหลักคือ พาราเซตามอลนั้น มีให้เลือกมากมายหลายแบบ ตั้งแต่ยาน้ำเชื่อมใสที่ใช้หยอดใส่ปากเด็ก ยาน้ำเชื่อมใสที่กินเป็นช้อนชา และยาน้ำเชื่อมชนิดข้นที่เภสัชกรเรียกว่ายาน้ำแขวนตะกอน ยาเหล่านี้ยังมีความแรงหรือความเข้มข้นของตัวยาพาราเซตามอลแตกต่างกันออกไป … แต่ที่สำคัญคือ ในการเลือกใช้ ก็ให้เลือกใช้ตามขนาดน้ำหนักตัวของเด็ก และเลือกรสชาติตามความชอบของเด็กแต่ละคน ซึ่งตรงนี้คุณพ่อคุณแม่คงต้องเป็นคนบอกเภสัชกรที่ร้านยาให้ทราบ จะได้หยิบยาได้ถูกใจ 

ส่วนผสมยาน้ำลดไข้

วิธีป้อนยาเด็ก อย่างถูกต้อง เมื่อลูกกินยายาก

ยาน้ำเชื่อมทั่วไปรวมทั้งยาน้ำเชื่อมแบบหยดจะเป็นยาที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมในปริมาณสูง เพื่อช่วยในการกลบรสขมของยา จึงอาจมีผลทำให้เด็กฟันผุได้ง่ายและไม่เหมาะกับเด็กที่มีน้ำหนักตัวมาก และยาลดไข้ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ไม่ควรมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ คุณแม่สามารถขอแนะนำจากเภสัชกรให้เลือกใช้ยาน้ำสูตรไร้แอลกอฮอล์ Free Alcohol

เวลาการให้ยา ให้อย่างไร ?

ลืมกินยาก่อนอาหาร หลังอาหาร

ลืมกินยาก่อนอาหาร หลังอาหาร

การให้ยาที่ถูกต้องคือทุกๆ 4-6 ชั่วโมง เมื่อหายไข้ให้หยุดยาได้ ตัวพาราเซตามอลเองจะออกฤทธิ์ได้ค่อนข้างช้า ไข้จะลดลงภายหลังรับประทานยาประมาณครึ่งชั่วโมง ระหว่างรอให้ยาออกฤทธิ์ ควรระมัดระวังไม่ให้ไข้ขึ้นสูงเกินขนาด ด้วยการหมั่นเช็ดตัวบ่อยๆ หากให้ยาและเช็ดตัวให้แล้วอาการไข้ของลูกยังไม่ลดลง ไม่ควรให้ยาเกิน 5 ครั้งต่อ 1 วัน หรือทำซ้ำอยู่เช่นนั้นเพื่อหวังให้ไข้ลดลง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตับ และไตจนทำให้เด็กเสียชีวิตได้ ในกรณีเช่นนี้คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์โดยด่วน

นอกจากการใช้ยาเพื่อช่วยลดไข้ แก้ตัวร้อนให้แก่เด็กแล้ว ขอแนะนำเพิ่มเติมในการดูแลเด็ก ควรให้เด็กได้พักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำบ่อยๆ และมากๆ และกินอาหารที่มีประโยชน์ และในกรณีที่มีไข้สูง (มากกว่า 39 องศาเซลเซียส) ควรเช็ดตัวให้เด็กอย่างสม่ำเสมอ ในกรณีที่เด็กเคยมีประวัติของโรคลมชักเมื่อไข้สูง ควรได้รับยากันชักตลอดเวลาที่เด็กมีไข้ และในกรณีที่เด็กเคยมีประวัติของโรคหืดหอบ เมื่อเป็นไข้โดยเฉพาะไข้หวัด อาจชักนำให้เด็กมีอาการจับหอบได้ จึงควรระวังในสองกรณีดังกล่าวนี้ด้วย ถ้าเด็กเป็นไข้ติดต่อกันเกินมา 3-5 วัน แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรแนะนำให้พาเด็กไปพบแพทย์

 

ไทลินอล

ที่มา : 1

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เมื่อลูกมีไข้สูง: สิ่งที่ห้ามทำและวิธีลดไข้ที่ถูกต้อง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • Tylenol
  • /
  • ยาลดไข้สำหรับเด็ก เลือกใช้ให้ฉลาดและปลอดภัยเพื่อลูกน้อย
แชร์ :
  • ป้องกันลูกชักจากไข้สูง: อันตรายจากการเป็นไข้มีมากกว่าที่คิด
    บทความจากพันธมิตร

    ป้องกันลูกชักจากไข้สูง: อันตรายจากการเป็นไข้มีมากกว่าที่คิด

  • พ่อแม่ต้องรู้ !! ยาลดไข้เด็กแต่ละช่วงวัย แตกต่างกันอย่างไร?
    บทความจากพันธมิตร

    พ่อแม่ต้องรู้ !! ยาลดไข้เด็กแต่ละช่วงวัย แตกต่างกันอย่างไร?

  • ป้องกันลูกชักจากไข้สูง: อันตรายจากการเป็นไข้มีมากกว่าที่คิด
    บทความจากพันธมิตร

    ป้องกันลูกชักจากไข้สูง: อันตรายจากการเป็นไข้มีมากกว่าที่คิด

  • พ่อแม่ต้องรู้ !! ยาลดไข้เด็กแต่ละช่วงวัย แตกต่างกันอย่างไร?
    บทความจากพันธมิตร

    พ่อแม่ต้องรู้ !! ยาลดไข้เด็กแต่ละช่วงวัย แตกต่างกันอย่างไร?

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว