TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ลูกร้องไห้ไม่หยุดรับมืออย่างไร ? ร้องไห้แบบไหนเข้าข่าย โคลิค

บทความ 3 นาที
ลูกร้องไห้ไม่หยุดรับมืออย่างไร ? ร้องไห้แบบไหนเข้าข่าย โคลิค

ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงลูกกรีดร้อง คนเป็นแม่อย่างเราคงหัวใจแทบแหลกสลาย ยิ่งลูกร้องไห้ไม่หยุด แม่ยิ่งปวดใจ และมีคำถามที่หาคำตอบไม่ได้มากมายผุดขึ้นมาว่า ทำไมลูกถึงร้องไห้งอแงแบบไม่ทราบสาเหตุ ปลอบเท่าไรก็ไม่หยุดร้องสักที ลูกร้องไม่หยุดแบบนี้ ต้องรับมืออย่างไร แล้วต้องอาการเด็กร้องไห้แบบไหน ถึงเข้าข่าย โคลิค ? เราไปหาคำตอบกันค่ะ

ลูกร้องไม่หยุด ร้องงอแง พ่อแม่ทุกข์ใจ ร้องไห้หนักขนาดไหน ถึงเข้าข่าย โคลิค

ในปัจจุบัน ทางการแพทย์ได้มีการวินิจฉัยอาการของ โคลิค ว่าอาจเกิดจากการที่ทารกร้องไห้งอแงเป็นเวลานาน โดยลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุและไม่สามารถปลอบให้หยุดร้องได้ ร้องไห้หนักโดยไม่ได้มีสาเหตุทางกายอื่น ๆ เช่น อาการป่วย หรือหิวนม เป็นอาการที่ลูกร้องไม่หยุดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดิม ซ้ำ ๆ มากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน และมากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์1

 

ลูกร้องไม่หยุด อย่างต่อเนื่องหนึ่งใน อาการโคลิค

 

โดยจากสถิติ พบว่า 1 ใน 5 ของทารกแรกเกิดจะมีอาการโคลิค แม้ในปัจจุบันยังไม่มีการวิจัยใดที่สามารถชี้ชัดได้ว่า โคลิค เกิดจากสาเหตุอะไร แต่หลาย ๆ การศึกษาวิจัยสันนิษฐานว่าอาการโคลิคในเด็กทารกอาจเกิดจากสาเหตุทางกายภาพ ดังต่อไปนี้

สาเหตุการเกิดอาการโคลิคทางกายภาพ

  • แพ้โปรตีนนมวัว

  • ระบบย่อยอาหารผิดปกติ

  • จุลินทรีย์ในระบบย่อยอาหารไม่สมดุล

อย่างที่ทราบกันดีว่า จุลินทรีย์แต่ละชนิด มีประโยชน์ และส่งผลต่อร่างกายแตกต่างกันออกไป โดยจุลินทรีย์บางชนิดจะมีหน้าที่ช่วยย่อยอาหาร ในขณะที่จุลินทรีย์บางชนิดมีคุณสมบัติในการช่วยปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้จุลินทรีย์ที่อยู่ในร่างกายของมนุษย์ก็มีทั้งจุลินทรีย์เชื้อดี และจุลินทรีย์เชื้อร้าย และหากมีปริมาณที่มากหรือน้อยเกินไปก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของลูกน้อยด้วยเช่นกัน

โดยการศึกษาพบว่า ทารกที่มีอาการโคลิคจะมีจุลินทรีย์เชื้อดี เช่น Lactobacilli น้อยกว่าทารกที่ไม่มีอาการโคลิค และมีจุลินทรีย์เชื้อร้าย เช่น Escherichia มากกว่าทารกที่ไม่มีอาการโคลิค

จุลินทรีย์ที่พบว่ามีส่วนช่วยบรรเทาอาการโคลิคโดยการปรับสมดุลลำไส้ อย่างจุลินทรีย์ แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี (Lactobacillus reuteri ; L. reuteri) จะเข้าไปทำหน้าที่ปรับสมดุลตามกลไกธรรมชาติและจากการศึกษายังพบอีกว่า ทารกร้องไห้ไม่หยุดจากอาการโคลิค เมื่อได้รับโพรไบโอติกแล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรีนาน 21 วัน มีผลทำให้ทารกที่มีอาการโคลิค มีระยะเวลาร้องงอแงลดลงอย่างชัดเจน1

อาการโคลิครับมืออย่างไร ? ปล่อยไว้นาน ยิ่งมีผลเสียกับลูกรักจริงหรือ ?

ทุกครั้งที่ลูกร้องไม่หยุด กรีดร้อง กำมือจิกเท้า เบิกตาโพลง ด้วยอาการโคลิค แม่ต้องเตือนตัวเองว่า การปล่อยลูกให้ร้องไห้นาน จะยิ่งมีผลร้ายกับลูกน้อยและครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม เช่น เกิดภาวะเครียดในครอบครัว เนื่องจากพ่อแม่พักผ่อนน้อยเพราะต้องคอยดูแลลูกตลอดเวลา หรือการเขย่าตัวทารกอย่างรุนแรงจากความเครียดของผู้ปกครองที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว จนทำให้สมองของทารกกระทบกับกระโหลกอย่างรุนแรง อันเป็นเหตุให้เกิดภาวะเลือดออกในสมองและเป็นอันตรายต่อทารกได้

นอกจากนี้ โคลิคยังทำให้เกิดการหยุดนมแม่เร็วเกินไป ส่งผลให้ลูกน้อยมีภูมิคุ้มกันต่ำและเป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่าย ทั้งยังอาจทำให้ลูกมีพัฒนาการด้านอารมณ์ไม่คงที่และมีพฤติกรรมก้าวร้าวได้ ลูกจึงควรได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและถูกวิธี1

โคลิครักษาได้ อยากหาย ต้องปรึกษาแพทย์

รักษาโคลิค อาการ ลูกร้องไม่หยุด ก่อนส่งผลเสียในระยะยาว

 

แม้ว่าอาการโคลิคจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อทารกอายุมากขึ้นแต่อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้ลูกน้อยร้องไห้นานนับสัปดาห์ ย่อมมีผลกระทบต่อสุขภาพของลูก ซึ่งปัจจุบันมีแนวทางการรักษาอาการโคลิคให้เลือกหลายวิธีทั้ง

  • การรักษาด้วยยา

  • การรักษาแบบไม่ใช้ยา

    เช่น การให้โพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะ (แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี) ที่ช่วยปรับสมดุลในท้อง, เปลี่ยนสูตรนมของทารก หรือเปลี่ยนอาหารที่เหมาะสมสำหรับคุณแม่ให้นมบุตร เป็นต้น

แต่ทั้งนี้การรักษาอาการโคลิคด้วยการเปลี่ยนสูตรนมของลูกน้อย อาจเป็นการเพิ่มความกังวลให้คนเป็นแม่มากขึ้นไปอีก เพราะหากนมที่ทารกทานอยู่ปัจจุบัน เป็นสูตรที่ทารกสามารถทานได้ปกติอยู่แล้ว หรือเป็นสูตรที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ใด ๆ คุณแม่ก็คงไม่อยากเสี่ยงที่จะเปลี่ยนสูตรนมของลูกน้อยอย่างแน่นอน

ดังนั้น จึงมีการแนะนำการใช้โพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะแล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี สำหรับทารกที่มีภาวะโคลิค เนื่องจากมีการศึกษาทางการแพทย์ยืนยันว่ามีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการโคลิคได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกที่รับประทานนมแม่1

 

ควรรักษา อาการโคลิค เพื่อพัฒนาการที่สมบูรณ์ของลูกน้อย

 

ดังนั้นทันทีที่คุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าเจ้าตัวเล็กมี อาการโคลิค หรือไม่? สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาลูกน้อยไปพบกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการวินิจฉัยอาการของลูก พร้อมกับแนะนำวิธีการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม อย่าปล่อยให้อาการโคลิคเข้ามาทำให้ลูกร้องไม่หยุดและทรมานต่อไป เพราะรอยยิ้มของลูกรักนั้น มีค่ามากเกินกว่าที่จะสูญเสียไปให้กับอาการเจ็บป่วยที่สร้างความทุกข์ทรมาน ให้กับทั้งเจ้าตัวเล็กเองและสร้างความปวดร้าวให้กับคุณพ่อคุณแม่ ถ้าหากลูกน้อยได้รับการวินิจฉัยจากผู้เชี่ยวชาญได้ทันท่วงที เราก็สามารถเรียกคืนรอยยิ้มและความสุขให้กับลูกได้อย่างรวดเร็ว

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Valerie Sung. Infantile colic. Aust Prescr, 2018; Volume 41, 105–110.

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • ทารก
  • /
  • ลูกร้องไห้ไม่หยุดรับมืออย่างไร ? ร้องไห้แบบไหนเข้าข่าย โคลิค
แชร์ :
  • Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
    บทความจากพันธมิตร

    Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย

  • รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
    บทความจากพันธมิตร

    รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

  • Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
    บทความจากพันธมิตร

    Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย

  • รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
    บทความจากพันธมิตร

    รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว