หมอเด็กเฉลย! ลูกมีไข้กี่องศา ถึงต้องป้อนยาลดไข้?

พ่อแม่หลายบ้านสงสัย ลูกมีไข้กี่องศา ถึงต้องป้อนยาลดไข้? มาหาคำตอบทางการแพทย์ที่ถูกต้อง พร้อมวิธีสังเกตอาการลูกน้อย ที่นี่เลย!

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เมื่อลูกมีไข้ตัวร้อน คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านมักสงสัยว่า ลูกมีไข้กี่องศา ถึงต้องป้อนยาลดไข้ กันแน่? บางคนบอก 37.5°C ต้องรีบป้อนยาแล้วนะแม่! บางคนบอกต้องรอ 37.8°C สิ หรือบางตำราก็บอกว่า 38.5°C ขึ้นไปถึงจะเรียกว่าไข้สูง วันนี้เราขอหยิบยกข้อมูลที่มีประโยชน์และอ่านเข้าใจง่ายสุดๆ จากนพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและผู้ป่วยวิกฤต เจ้าของเพจ “หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า” มาสรุปให้แม่ๆ theAsianparent ได้คลายความกังวลกันค่ะ อัปเดตความรู้ใหม่ไปด้วยกันเลย!

 

กฎเหล็ก 2 ข้อ: สรุปแล้ว ลูกมีไข้กี่องศา ถึงต้องป้อนยาลดไข้?

สำหรับคำถามที่ว่า ลูกมีไข้กี่องศา ถึงต้องป้อนยาลดไข้ คุณหมอให้คำตอบสั้นๆ แต่ชัดเจนว่า “การให้ยาลดไข้เด็ก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว” แต่คุณพ่อคุณแม่ควรประเมินจาก 2 ข้อนี้ประกอบกัน ได้แก่:

  1. ลูกมีไข้จริงๆ (วัดอุณหภูมิได้ถึงเกณฑ์)
  2. ลูกมีอาการ “ไม่สุขสบายตัว”

เคล็ดลับจากคุณหมอ: ถ้าลูกวัดไข้ได้ตัวเลขสูง แต่ลูกยังวิ่งเล่นปร๋อ กินข้าวได้ ดูการ์ตูนหัวเราะเอิ๊กอ๊าก และนอนหลับได้ตามปกติ “ยังไม่จำเป็นต้องรีบป้อนยาลดไข้ค่ะ” ในทางกลับกัน ถ้าไข้ทะลุ 39-40°C แต่ลูกยังชิล ก็ไม่จำเป็นต้องปลุกขึ้นมาบังคับป้อนยาตอนดึกเช่นกัน!

 

 

แบบไหนถึงเรียกว่า “มีไข้จริง” และ “ไม่สุขสบายตัว” ?

เพื่อไม่ให้แม่ๆ ต้องเดา คุณหมอได้สรุปตัวเลขที่ถือว่า “มีไข้จริง” (ตามแนวทางประเทศไทย) ไว้ดังนี้ค่ะ ซึ่งจะต่างกันไปตามจุดที่ใช้วัด:

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • วัดทางรักแร้: อุณหภูมิ ≥ 37.5°C
  • วัดทางปาก: อุณหภูมิ ≥ 37.8°C
  • วัดทางหู หรือ หน้าผาก: อุณหภูมิ ≥ 38°C

 

แล้วอาการ “ไม่สุขสบายตัว” สังเกตจากอะไรได้บ้าง?

  • ลูกงอแงหนักมาก ผิดปกติ
  • บ่นปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว
  • กินไม่ได้ ไม่ยอมดื่มน้ำ หรือดื่มนมเลย
  • นอนไม่หลับ กระสับกระส่ายตลอดเวลา
  • ซึม ดูเพลียๆ ไม่ร่าเริงเหมือนเดิม

หากลูกมีอาการเหล่านี้ แม้ไข้จะยังไม่สูงปรี๊ด หากลูกดูทรมาน ก็สามารถป้อนยาเพื่อช่วยให้เขาสบายตัวขึ้นได้เลยค่ะ

 

คำแนะนำนี้ มาจากไหน?

แม่ๆ หลายคนอาจจะแอบสงสัยว่า เอ๊ะ! ไม่ป้อนยาแล้วลูกจะเป็นอะไรไหม? ต้องบอกเลยว่าแนวทาง “ลดไข้เพื่อให้ลูกสุขสบาย ไม่ใช่เพื่อลดตัวเลข” ไม่ใช่แค่ความเห็นส่วนตัวของคุณหมอท่านใดท่านหนึ่งนะคะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

แต่เป็นแนวทางปฏิบัติทางการแพทย์ที่สรุปจากงานวิจัยทั่วโลก! ไม่ว่าจะเป็น สมาคมกุมารแพทย์สหรัฐอเมริกา (AAP), องค์การอนามัยโลก (WHO), NICE ประเทศอังกฤษ ไปจนถึง ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย (อัปเดต ก.ค. 2568) ต่างก็แนะนำตรงกันค่ะ ว่าเราให้ยาลดไข้เพื่อให้เด็กสบายตัว ไม่ใช่ทำเพื่อเอาชนะตัวเลขบนปรอท

 

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

สยบความเชื่อผิดๆ “ถ้าไม่กินยา ไข้จะพุ่งทะลุปรอท!”

นี่คือความกลัวอันดับหนึ่งของคนเป็นแม่! แต่คุณหมออธิบายกลไกร่างกายไว้อย่างน่าสนใจค่ะว่า ร่างกายของลูกมี “ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิ” อยู่ในสมอง ทำหน้าที่เหมือนเทอร์โมสตัท (Thermostat)

เวลาที่ลูกติดเชื้อ สมองจะสั่งให้ตั้งค่าความร้อนใหม่ให้สูงขึ้นชั่วคราว เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มาสู้กับเชื้อโรค ไข้จะขึ้นไปถึงแค่จุดที่สมองตั้งค่าไว้เท่านั้น ไม่มีทางพุ่งปรี๊ดไป 42°C – 44°C แบบไร้ขีดจำกัดแน่นอนค่ะ และเมื่อภูมิคุ้มกันเริ่มเอาชนะเชื้อโรคได้ สมองก็จะปรับลดอุณหภูมิลงมาเองตามธรรมชาติ

 

สิ่งที่สำคัญกว่า “ตัวเลขบนปรอท” คือ 2 เรื่องนี้!

เมื่อลูกมีไข้ แทนที่จะมัวแต่กังวลว่า ลูกมีไข้กี่องศา ถึงต้องป้อนยาลดไข้ คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญกับ 2 สิ่งนี้มากกว่าค่ะ

  1. หาสาเหตุของไข้ให้เจอ ไข้เป็นแค่ “อาการ” แต่ “อะไรทำให้เกิดไข้” คือสิ่งที่ต้องหาคำตอบค่ะ อาจจะเป็นหวัดธรรมดา ไวรัส หรือไข้หวัดใหญ่ ซึ่งคุณหมอจะเป็นผู้ประเมินและรักษาตามอาการค่ะ
  2. ระวัง “ภาวะขาดน้ำ” (สำคัญมาก!) เวลามีไข้ ร่างกายลูกจะเสียน้ำเยอะ ยิ่งถ้างอแงกินน้ำน้อย หรือมีอาเจียน ท้องเสียร่วมด้วย ยิ่งอันตราย สิ่งที่แม่ๆ ต้องทำคือ
  • กระตุ้นให้ลูกจิบน้ำบ่อยๆ (ทีละนิด แต่บ่อยๆ)
  • สังเกตปัสสาวะลูก ถ้าสีเข้ม ปากแห้ง หรือ 6-8 ชั่วโมงไม่ฉี่เลย ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลค่ะ

ทริคเด็ดจากต่างประเทศ: ลองเอา “น้ำเกลือแร่” ไปแช่แข็งทำเป็นไอศกรีมให้ลูกดูดกิน นอกจากจะช่วยให้ลูกยอมรับน้ำได้ง่ายขึ้นแล้ว ความเย็นยังช่วยให้ลูกอารมณ์ดีและสบายตัวขึ้นด้วย

คุณหมอยังย้ำอีกว่า “ไข้ไม่ใช่ศัตรู” แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายลูกกำลังต่อสู้กับเชื้อโรคอย่างแข็งขัน การทำความเข้าใจกลไกของไข้ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลลูกน้อยได้อย่างมีสติ มั่นใจ และไม่ตื่นตระหนกจนเกินไปค่ะ ขอให้เด็กๆ ทุกบ้านแข็งแรงนะคะ

ที่มา: เพจหมอม็อด หมอเด็กขอเล่า

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ลูกเป็นหวัดอาบน้ำได้ไหม สระผมได้หรือเปล่า ลูกป่วยไม่สบายควรดูแลอย่างไร?

ลูกไข้ขึ้นตอนกลางคืน กลางวันไข้ไม่มี ทำไมกลางคืนกลับตัวร้อนจี๋อีกแล้ว?

ลูกเป็นไข้ ควรเช็ดตัวไหม? หมอสรุป Belief vs Fact จากงานวิจัยทั่วโลก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา