อุทาหรณ์! เด็ก 2 ขวบ กลืนสารเคมี จากการทดลองวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนพี่ชาย จนวิกฤต

เด็กวัย 2 ขวบ กลืนสารเคมี จากการทดลองวิทยาศาสตร์สีฟ้าของพี่ชายจนวิกฤต อวัยวะล้มเหลว พ่อแม่ต้องรู้วิธีปฐมพยาบาลและวิธีป้องกัน

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เมื่อพูดถึงความปลอดภัยของลูกน้อยวัยกำลังซน เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคนต่างพยายามดูแลอย่างดีที่สุดเพื่อให้บ้านเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย แต่บางครั้งอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงก็อาจเกิดขึ้นได้จากสิ่งของใกล้ตัวที่ดูเหมือนจะไม่มีอันตราย วันนี้เรามีอุทาหรณ์จากต่างประเทศมาฝาก เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้ตระหนักถึงอันตรายจากการที่เด็ก กลืนสารเคมี เข้าไป พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลและการป้องกันอย่างถูกวิธีค่ะ

 

อุทาหรณ์เตือนใจ: เด็ก 2 ขวบวิกฤต หลัง “กลืนสารเคมี” ของพี่ชาย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเด็กชายวัยเพียง 2 ขวบรายหนึ่ง ต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลสูติ-นรีเวชกรรมและกุมารเวชกรรมดานัง ประเทศเวียดนาม โดยครอบครัวพบว่าเด็กมีอาการอาเจียนอย่างหนัก ขับถ่ายออกมาเป็นน้ำสีเขียวอ่อนและมีเลือดสีแดงสดปนออกมาด้วย

เมื่อแพทย์ทำการซักประวัติอย่างละเอียด จึงพบต้นตอของปัญหาว่า เด็กน้อยได้เผลอ กลืนสารเคมี เข้าไป ซึ่งสารเคมีดังกล่าวคือ “ผลึกสีฟ้า” ที่พี่ชายของเขานำกลับมาบ้านหลังจากการเรียนวิชาปฏิบัติการทดลองวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียน ทางทีมแพทย์ระบุว่าสารเคมีที่เด็กกลืนเข้าไปคือ “คอปเปอร์ซัลเฟต” (Copper Sulfate หรือ CuSO₄) ซึ่งเป็นสารเคมีที่มักใช้ทั่วไปในการทดลองวิทยาศาสตร์

เมื่อแรกรับเข้าโรงพยาบาล อาการของเด็กน้อยอยู่ในขั้นวิกฤต มีอาการซึม ริมฝีปากเขียวคล้ำ ชีพจรเต้นอ่อน หายใจลำบาก และมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำมาก แพทย์ต้องรีบให้สารน้ำ ให้ออกซิเจน และส่งตัวเข้าห้องไอซียูเด็ก เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุด

 

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ทำไมการ กลืนสารเคมี “คอปเปอร์ซัลเฟต” ถึงอันตรายถึงชีวิต?

นายแพทย์ หวอ ตัน หงา (Vo Tan Nga) จากแผนกฉุกเฉิน ไอซียู และศูนย์พิษวิทยา ของโรงพยาบาล ได้อธิบายถึงความอันตรายของสารเคมีชนิดนี้ไว้อย่างน่าสนใจและเป็นความรู้ทางการแพทย์ที่สำคัญมาก สารคอปเปอร์ซัลเฟตเป็นสารประกอบทางเคมีที่มีส่วนผสมของทองแดง กำมะถัน และออกซิเจน ซึ่งมักจะอยู่ในรูปของผลึกสีฟ้าสดใสที่ดึงดูดความสนใจของเด็กๆ ได้ง่าย

เมื่อเด็ก กลืนสารเคมี ชนิดนี้เข้าไป สารพิษจะเข้าไปทำลายระบบต่างๆ ของร่างกายผ่านหลายกลไก กลไกที่อันตรายที่สุดคือการทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “Methemoglobinemia” ซึ่งเป็นภาวะที่เม็ดเลือดแดงไม่สามารถนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ตามปกติ ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ ตกอยู่ในภาวะขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ พิษของคอปเปอร์ซัลเฟตยังทำลายเยื่อบุทางเดินอาหาร ทำให้เกิดอาการอาเจียนอย่างรุนแรง เม็ดเลือดแดงแตกเฉียบพลัน ตับถูกทำลาย ไตวายเฉียบพลัน และเกิดความผิดปกติของระบบเผาผลาญในร่างกายอย่างหนัก ในกรณีที่รุนแรงเช่นนี้ นำไปสู่ “ภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ” 

ในกระบวนการรักษาเด็กวัย 2 ขวบรายนี้ แพทย์ต้องใช้มาตรการกู้ชีพขั้นสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการใส่ท่อช่วยหายใจร่วมกับเครื่องช่วยหายใจ การใช้ยากระตุ้นความดันโลหิต การให้สารน้ำ การให้ยาเพื่อเร่งการขับทองแดงออกจากร่างกายทางปัสสาวะ รวมถึงการปรับสมดุลเกลือแร่และกรด-ด่างในเลือด และเนื่องจากอาการทรุดหนัก แพทย์จึงต้องใช้วิธี “ฟอกเลือดอย่างต่อเนื่อง” เพื่อช่วยพยุงการทำงานของอวัยวะต่างๆ และควบคุมความผิดปกติของร่างกาย ซึ่งนับเป็นความโชคดีอย่างยิ่งที่เด็กได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จนในที่สุดก็พ้นขีดอันตรายและอาการค่อยๆ ดีขึ้นหลังจากการรักษาในห้องไอซียูนานกว่า 2 สัปดาห์

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

ขอบคุณภาพจาก baodanang.vn 

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ธรรมชาติของเด็กวัยซนกับความเสี่ยงในการ กลืนสารเคมี

คุณหมอได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า ธรรมชาติของเด็กเล็กมักจะเรียนรู้และสำรวจโลกกว้างด้วยการใช้มือหยิบจับสิ่งของต่างๆ และนำสิ่งของเข้าปาก พฤติกรรมตามวัยเช่นนี้ทำให้สิ่งของที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัยในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่อุปกรณ์การเรียนของพี่ๆ สามารถกลายเป็น “ภัยเงียบ” ที่อันตรายถึงชีวิตได้หากขาดการดูแลและควบคุมอย่างใกล้ชิด

 

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อ ลูกกลืนสารเคมี

เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และคุณพ่อคุณแม่สงสัยหรือพบว่าลูกกลืนสารเคมีเข้าไป สิ่งสำคัญที่สุดคือ “สติ” และการปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธี ซึ่งอ้างอิงจากคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามเด็ดขาดดังนี้

1. ห้ามล้วงคอให้อาเจียนเด็ดขาด

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าหากลูกกินสารพิษเข้าไปต้องรีบล้วงคอให้อ้วกออกมา แต่ความจริงแล้ว การกระทำเช่นนี้อันตรายมาก เพราะสารเคมีบางชนิดมีฤทธิ์กัดกร่อน การทำให้อาเจียนจะทำให้สารเคมีย้อนกลับขึ้นมาทำลายหลอดอาหารและลำคอซ้ำอีกครั้ง

2. ห้ามให้ดื่มน้ำหรือสารละลายใดๆ เพื่อเจือจาง

ห้ามให้เด็กดื่มน้ำ นม หรือสารละลายที่เชื่อว่าจะช่วยล้างพิษด้วยตัวเองโดยเด็ดขาด หากยังไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

3. รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

ยิ่งถึงมือแพทย์เร็วเท่าไหร่ โอกาสรอดชีวิตและลดความรุนแรงของอาการก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

4. นำบรรจุภัณฑ์หรือตัวอย่างสารเคมีไปด้วย

นี่คือขั้นตอนที่สำคัญมาก คุณพ่อคุณแม่ต้องหยิบขวด กล่อง ซอง หรือชิ้นส่วนของสารเคมีที่ลูกกลืนเข้าไปติดมือไปโรงพยาบาลด้วยเสมอ การทำเช่นนี้จะช่วยให้ทีมแพทย์สามารถประเมินและระบุชนิดของสารพิษได้อย่างรวดเร็ว นำไปสู่การวางแผนการรักษาและการให้ยาต้านพิษได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที

 

 

การดูแลบ้านให้ปลอดภัย ป้องกันลูกน้อยกลืนสารเคมี

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ การลดความเสี่ยงไม่ให้เด็กกลืนสารเคมี สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ที่บ้านของเราเองตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนี้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • ตรวจสอบสัมภาระของลูกคนโต

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัยเรียน ควรหมั่นตรวจสอบกระเป๋านักเรียนหรืออุปกรณ์การเรียนที่ลูกคนโตนำกลับมาจากโรงเรียน หากมีการทดลองวิทยาศาสตร์หรือมีสารเคมีติดมาด้วย ต้องรีบจัดการทันที

  • เก็บสารเคมีให้พ้นมือและสายตาเด็ก

สารเคมีทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาล้างห้องน้ำ ผงซักฟอก สารกำจัดแมลง หรือแม้แต่อุปกรณ์การเรียนที่มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบ ต้องเก็บรักษากุญแจล็อคหรือเก็บไว้ในตู้ที่สูงเกินกว่าเด็กจะปีนถึง

  • ติดฉลากให้ชัดเจนและห้ามแบ่งใส่ขวดเครื่องดื่ม

สารเคมีที่จำเป็นต้องใช้ควรมีฉลากเตือนภัยที่ชัดเจน และกฎเหล็กคือ “ห้าม” ถ่ายเทสารเคมีลงในขวดน้ำดื่ม ขวดน้ำอัดลม หรือภาชนะใส่อาหารเด็ดขาด เพราะเด็กอาจเข้าใจผิดว่าเป็นน้ำหวานและหยิบดื่มได้

  • สอนและอธิบายให้ลูกเข้าใจ

สำหรับลูกคนโต ควรใช้โอกาสนี้อธิบายให้เขารู้จักวิธีแยกแยะสิ่งที่เป็นอันตราย และสอนให้ลูกหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือเล่นกับสารเคมีอันตราย พร้อมทั้งย้ำเตือนไม่ให้วางของสุ่มสี่สุ่มห้าทิ้งไว้ให้น้องเล็กหยิบจับได้

  • เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

หัวใจสำคัญที่สุดในการป้องกันอุบัติเหตุในเด็กเล็กคือ “การดูแลและเฝ้าระวังของครอบครัว” การคอยสังเกตและอยู่ในสายตาเสมอจะช่วยลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ดีที่สุด

อุบัติเหตุเด็กกลืนสารเคมี เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงเสี้ยววินาทีที่เราละสายตา กรณีของเด็กวัย 2 ขวบที่เผลอกลืนผลึกสีฟ้าคอปเปอร์ซัลเฟตจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดนี้ ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่กระตุกต่อมความระมัดระวังของคนเป็นพ่อเป็นแม่ได้เป็นอย่างดี theAsianparent ขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเป็นวิทยาทานเตือนใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ ด้วยนะคะ เพราะความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเมื่อเด็กกลืนสารเคมี ที่ถูกต้อง อาจช่วยชีวิตเด็กๆ อีกหลายคนได้ค่ะ

ที่มา: baodanang.vn 

 

บความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ระวัง! 10 ภัยใกล้ตัวเด็ก วิธีดูแลและป้องกันลูกให้รอด โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก

ทำอย่างไรเมื่อ ลูกกลืนสิ่งแปลกปลอม จะช่วยลูกได้อย่างไรบ้าง?

หมอฉุกเฉินทำคลิปเตือนภัย จะเกิดอะไรขึ้นถ้า “ลูกกลืนถ่านกระดุม”