คนท้องขูดหินปูนได้ไหม ทำได้ตอนกี่สัปดาห์? เรื่องฟันที่แม่ต้องรู้ก่อนส่งผลถึงลูก

undefined

ไขข้อข้องใจคนท้องขูดหินปูนได้ไหม? ทำได้ตอนกี่สัปดาห์ เช็กช่วงอายุครรภ์ที่ปลอดภัยในการทำฟัน พร้อมวิธีดูแลสุขภาพเหงือกและช่องปากที่แม่ตั้งครรภ์ต้องรู้ก่อนส่งผลถึงลูกน้อย

Advertisement

ช่วงตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงมักทำให้เหงือกบวมแดง อักเสบ หรือมีเลือดออกง่ายเวลาแปรงฟัน1 จนทำให้คุณแม่หลายท่านเกิดความกังวลใจและตั้งคำถามว่า คนท้องขูดหินปูนได้ไหม คนท้องทำฟัน ได้หรือเปล่า จะเป็นอันตรายหรือกระทบกระเทือนถึงลูกน้อยในครรภ์หรือเปล่า แล้วถ้าจำเป็นต้องทำจริง ๆ คนท้องขูดหินปูนได้ตอนกี่สัปดาห์ ถึงจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม

ความจริงแล้ว สุขภาพช่องปากของคุณแม่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตั้งครรภ์ เพราะการปล่อยให้เหงือกอักเสบเรื้อรังอาจส่งผลกระทบต่อลูกน้อยได้มากกว่าที่คิด บทความนี้จะพาคุณแม่มาไขข้อข้องใจเรื่องการทำฟันระหว่างตั้งครรภ์ เช็ก ช่วงอายุครรภ์ที่ปลอดภัยที่สุด ในการขูดหินปูน พร้อมข้อควรระวังที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องรู้ก่อนขึ้นเตียงทำฟันค่ะ

สรุปสั้นๆ

  • คนท้องขูดหินปูนและทำฟันได้: การดูแลช่องปากช่วงตั้งครรภ์เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันและลดความรุนแรงของโรคเหงือกอักเสบจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง
  • ไตรมาสที่ 2 (4–6 เดือน) คือช่วงที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด: เป็นระยะที่ทารกสร้างอวัยวะสมบูรณ์และร่างกายคุณแม่แข็งแรงขึ้น สามารถทำการรักษาได้ทั้งกรณีฉุกเฉินและไม่ฉุกเฉิน
  • ไตรมาสที่ 1 และ 3 ควรหลีกเลี่ยงหรือเลื่อนออกไปก่อน: ไตรมาสแรกครรภ์ยังเปราะบางและมีอาการแพ้ท้อง ส่วนไตรมาสสามท้องขยายใหญ่จนนอนเก้าอี้ทำฟันลำบาก เสี่ยงคลอด และอาจเกิดความเครียด เว้นแต่เป็นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน
  • เตรียมตัวและแจ้งข้อมูลสำคัญกับทันตแพทย์ทันที: ระบุอายุครรภ์ สถานที่ฝากครรภ์ โรคประจำตัว วิตามินบำรุงที่ทาน และอย่าปล่อยให้ท้องว่างก่อนมาทำฟัน
  • หัตถการเพื่อความสวยงามควรเลื่อนไปหลังคลอด: หัตถการที่ไม่เร่งด่วน เช่น ฟอกสีฟัน ถอนฟันคุดที่ไม่มีอาการ หรือผ่าตัดโครงหน้า ให้รอจนกว่าจะสิ้นสุดการตั้งครรภ์
  • ใช้สิทธิประกันสังคมทำฟันได้ตามปกติ: เบิกสิทธิพื้นฐานขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟันได้ 900 บาท/ปี พร้อมระบบแยกวงเงินใหม่สำหรับการผ่าฟันคุดและรายการอื่น ๆ ตามเกณฑ์กำหนด

 

สุขภาพช่องปากและฟันในช่วงตั้งครรภ์เป็นอย่างไร?1

รู้ไหมคะว่าในช่วงที่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหงือกอักเสบ (Pregnancy Gingivitis) ได้ง่ายขึ้น สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งส่งผลต่อช่องปากโดยตรง ดังนี้ค่ะ

  • เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังเหงือก: ทำให้เหงือกบวมแดง รู้สึกเจ็บระบม และมีเลือดออกง่ายขึ้น
  • กระตุ้นความไวต่อคราบพลัค (Plaque): ฮอร์โมนทำให้เหงือกไวต่อคราบจุลินทรีย์เหนียว ๆ บนผิวฟันมากขึ้น ซึ่งคราบพลัคเหล่านี้จะเข้าไปก่อความระคายเคือง ทำให้เหงือกอักเสบและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติค่ะ

ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนจึงทำให้เหงือกของคุณแม่บอบบางเป็นพิเศษ การหมั่นสังเกตอาการเหงือกบวมหรือเลือดออกจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ

 

สาเหตุของปัจจัยเสี่ยง ที่ทำให้คนท้องมีปัญหาเรื่องช่องปากและฟัน1

เพื่อช่วยให้คุณแม่ดูแลสุขภาพช่องปากและฟันได้อย่างตรงจุด ลองมาเช็กปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระตุ้นให้เกิดโรคเหงือกอักเสบระหว่างตั้งครรภ์กันค่ะ

  • พฤติกรรมการแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟันที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สม่ำเสมอ
  • เคยมีประวัติเป็นโรคเหงือกมาก่อน
  • การรับประทานอาหารรสหวานหรืออาหารที่มีความเป็นกรด
  • อาการแพ้ท้อง อาเจียนบ่อย
  • การสูบบุหรี่หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบต่าง ๆ

เมื่อทราบปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้แล้ว การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ก็จะช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาเหงือกและฟันตลอดช่วงตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดีค่ะ

 

คนท้องขูดหินปูนได้ไหม?2

เชื่อว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ย่อมมีความกังวลใจเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟันในช่วงนี้ หากถามว่า คนท้องขูดหินปูนได้ไหม หรือสามารถทำฟันได้หรือเปล่า?

คำตอบคือ สามารถทำได้ค่ะ คุณแม่สามารถเข้ารับการดูแลช่องปากและขูดหินปูนได้กับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยไม่ต้องกังวลใจค่ะ

 

คนท้องขูดหินปูดได้ตอนกี่สัปดาห์?

ช่วงเวลาที่สามารถทำฟันได้อย่างปลอดภัยที่สุดคือ การตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 2 (ช่วงอายุครรภ์ 4–6 เดือน หรือประมาณ 14–27 สัปดาห์)2 ค่ะ

ดังนั้น หากมีแผนเตรียมตัวตั้งครรภ์อยู่แล้ว แนะนำให้เข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กช่องปาก เคลียร์ช่องปากด้วยการอุดฟันหรือขูดหินปูนให้สะอาดเรียบร้อยก่อนตั้งครรภ์ จะช่วยป้องกันอาการปวดฟันในระหว่างตั้งท้องได้ดีที่สุดค่ะ เพราะหากเกิดอาการปวดฟันขึ้นมาในช่วงอายุครรภ์ที่ไม่สามารถทำฟันได้ จะยิ่งสร้างความไม่สะดวกและทำให้คุณแม่ดูแลตัวเองได้ลำบากขึ้นมากค่ะ2

 

คนท้องทำฟัน ระดับความจำเป็นในการรักษาทางทันตกรรมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์4

ก่อนทำการรักษา ทันตแพทย์จะซักประวัติอย่างละเอียด ตรวจประเมินสุขภาพช่องปาก และวินิจฉัยโรคเพื่อจัดลำดับความจำเป็นของการรักษา โดยแบ่งออกเป็น 4 ระดับ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคุณแม่และทารกในครรภ์ ดังนี้ค่ะ

การจัดลำดับความจำเป็นนี้ช่วยให้ทันตแพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด โดยหัตถการทั่วไปอย่างการขูดหินปูนและอุดฟันจัดอยู่ในกลุ่มที่สามารถรอได้และทำได้อย่างปลอดภัยในไตรมาสที่ 2 ส่วนการทำฟันเพื่อความสวยงามหรือหัตถการผ่าตัดที่ซับซ้อนและไม่มีอาการ แนะนำให้เลื่อนไปทำหลังคลอดบุตรจะปลอดภัยต่อสุขภาพคุณแม่และทารกมากที่สุดค่ะ

 

ระดับความจำเป็น

ลักษณะหัตถการและการรักษา

การรักษาฉุกเฉิน (Emergency Treatment) ·     การรักษาอุบัติเหตุบริเวณใบหน้าและกระดูกขากรรไกร

·      การรักษา Ludwig’s Angina (การติดเชื้อรุนแรงใต้คางและคอ)

·     การรักษาภาวะติดเชื้อบริเวณใบหน้าอย่างรุนแรง

การรักษาเร่งด่วน (Urgent Treatment) ·     การรักษาฟันที่มีอาการปวดหรือมีการติดเชื้อ

·      การรักษาการบาดเจ็บของฟัน เช่น ฟันแตก ฟันร้าว

·      การเจาะระบายหนองในช่องปาก

·     การรักษาฟันผุขนาดใหญ่ที่เสี่ยงลุกลามจนเกิดการติดเชื้อในโพรงประสาทฟัน

การรักษาที่สามารถรอได้

(Elective Treatment)

·     การทำความสะอาดฟัน ขูดหินน้ำลาย (ขูดหินปูน) และเกลารากฟัน

·      การอุดฟันทั่วไป

·     การถอนฟันที่ไม่มีอาการปวดหรืออักเสบ

การรักษาที่ควรเลื่อนออกไปหลังสิ้นสุดการตั้งครรภ์

(Deferred Treatment)

·      การถอนฟันกรามซี่ที่ 3 หรือฟันคุด/ฟันฝังที่ไม่มีอาการ

·      การทำรากฟันเทียม

·     การผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างกระดูกขากรรไกรที่ผิดปกติ

·     การผ่าตัดหรือการทำทันตกรรมเพื่อความสวยงาม

การจัดลำดับความจำเป็นนี้ช่วยให้ทันตแพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด โดยหัตถการทั่วไปอย่างการขูดหินปูนและอุดฟันจัดอยู่ในกลุ่มที่สามารถรอได้และทำได้อย่างปลอดภัยในไตรมาสที่ 2 ส่วนการทำฟันเพื่อความสวยงามหรือหัตถการผ่าตัดที่ซับซ้อนและไม่มีอาการ แนะนำให้เลื่อนไปทำหลังคลอดบุตรจะปลอดภัยต่อสุขภาพคุณแม่และทารกมากที่สุดค่ะ

 

คนท้องขูดหินปูนได้ไหม

คนท้องขูดหินปูนได้ไหม ? สรุปช่วงเวลาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดในการทำทันตกรรมแต่ละไตรมาส

แม้ว่า คนท้องขูดหินปูนได้ไหม คำตอบคือสามารถทำได้ แต่การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้ปลอดภัยสูงสุดต่อทั้งตัวคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์นั้น การเลือกช่วงเวลาสำหรับการทำทันตกรรมถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งค่ะ โดยความเหมาะสมของแต่ละไตรมาสมีรายละเอียดที่คุณแม่ต้องรู้ ดังนี้ค่ะ

1. ไตรมาสแรก (1–3 เดือนแรก) ช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยง3,4

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าช่วงเริ่มต้นตั้งครรภ์เป็นเวลาที่ดีเพราะท้องยังเล็กและคิดว่าความเสี่ยงต่ำ แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามเลยค่ะ ไตรมาสแรกเป็นช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงการทำฟัน เนื่องจากครรภ์ยังเปราะบาง การเดินทางไปพบหมอฟันบ่อย ๆ หรือการนั่งเก้าอี้ทำฟันเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ได้ นอกจากนี้ คุณแม่ส่วนใหญ่มักมีอาการแพ้ท้องและอาเจียนบ่อย ซึ่งการทำฟันอาจไปกระตุ้นให้อาการแพ้ท้องแย่ลง

อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้กลับเป็นช่วงที่ต้องดูแลช่องปากเป็นพิเศษค่ะ เพราะการอาเจียนจะนำกรดจากกระเพาะอาหารขึ้นมาสัมผัสเนื้อฟัน ซึ่งกรดนี้จะเข้าไปกัดกร่อนเคลือบฟัน ทำให้ฟันอ่อนแอและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

2. ไตรมาสที่สอง (4–6 เดือน) ช่วงเวลาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด3,4

ถือเป็นช่วงเวลาทองที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับ คนท้องทำฟัน ไม่ว่าจะเป็นการอุดฟัน การขูดหินปูน หรือการดูแลรักษาช่องปากอื่น ๆ เนื่องจากทารกในครรภ์มีความแข็งแรงขึ้น อาการแพ้ท้องของคุณแม่มักลดน้อยลง และเป็นช่วงที่ทารกในครรภ์มีการสร้างอวัยวะต่าง ๆ สมบูรณ์แล้ว จึงสามารถให้การรักษาทางทันตกรรมได้ทั้งแบบฉุกเฉินและไม่ฉุกเฉิน รวมถึงการถอนฟัน การรักษารากฟัน และการบูรณะฟัน

ช่วงนี้นับเป็นระยะที่ปลอดภัยทั้งต่อคุณแม่และทารกหากจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา แต่ทั้งนี้ ทุกการทำทันตกรรมควรผ่านการประเมินความเสี่ยงร่วมกันระหว่างแพทย์และทันตแพทย์เสมอ นอกจากนี้ ทันตแพทย์ควรจัดท่าทางของคุณแม่ตั้งครรภ์ในการรักษาให้เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำจากการเปลี่ยนท่าทาง (Postural Hypotension) อีกด้วยค่ะ

3. ไตรมาสที่สาม (7–9 เดือน) ช่วงเวลาที่ควรชะลอการทำฟัน3,4

เป็นอีกหนึ่งช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงการทำทันตกรรม เพราะเข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนคลอดซึ่งกระบวนการคลอดอาจเริ่มต้นขึ้นได้ทุกเมื่อ ขนาดครรภ์ของคุณแม่จะขยายใหญ่และมีน้ำหนักมาก ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก การนอนหรือนั่งบนเก้าอี้ทำฟันนาน ๆ อาจสร้างความอึดอัดและไม่สบายตัว ยิ่งหากคุณแม่เป็นคนกลัวการทำฟันอยู่แล้ว ความวิตกกังวลและความเครียดก็อาจส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ได้ ดังนั้น หากไม่ใช่กรณีฉุกเฉินเร่งด่วน แนะนำให้เลื่อนการทำฟันออกไปหลังคลอดบุตรจะดีที่สุดค่ะ

คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถเข้ารับการทำทันตกรรมได้ โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาสุขภาพช่องปากที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบไปถึงลูกน้อย แต่เพื่อให้ได้รับการดูแลที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด คุณแม่ควรตรวจสุขภาพร่างกายและช่องปากตั้งแต่ช่วงวางแผนตั้งครรภ์ หรือทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์ เพื่อค้นหาปัญหาและวางแผนแนวทางการดูแลสุขภาพช่องปากได้อย่างเหมาะสมตลอดการตั้งครรภ์ค่ะ

 

คนท้องขูดหินปูนได้ไหม …ยาชาที่ใช้ในการทำฟันเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์หรือไม่?

สำหรับข้อสงสัยที่ว่า คนท้องขูดหินปูนได้ไหม หรือหากจำเป็นต้องใช้ยาชาในการรักษา จะมีผลกระทบต่อลูกน้อยหรือไม่นั้น คุณแม่สบายใจได้เลยค่ะ เพราะยาชาที่ใช้ในทางทันตกรรมส่วนใหญ่มีความปลอดภัยสูงและใช้ในปริมาณน้อย โดยตัวยาจะออกฤทธิ์เฉพาะจุดเท่านั้น จึงไม่ส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์หากใช้อย่างเหมาะสมภายใต้การดูแลของทันตแพทย์

ดังนั้น ในกรณีที่ คนท้องทำฟัน หรือต้องทำหัตถการที่จำเป็นต้องระงับความรู้สึก ทันตแพทย์จะเลือกชนิดและคำนวณปริมาณยาชาที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์โดยเฉพาะ เพื่อให้การรักษาราบรื่น ไม่เจ็บปวด และปลอดภัยต่อลูกน้อยในครรภ์มากที่สุดค่ะ

 

คนท้องใช้สิทธิประกันสังคม ขูดหินปูน หรือทำฟันได้ไหม?5

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นผู้ประกันตน สามารถใช้สิทธิประกันสังคมในการขูดหินปูน อุดฟัน หรือรักษาทางทันตกรรมได้ตามปกติค่ะ โดยสิทธิทำฟันประกันสังคม (ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป) มีการปรับโฉมครั้งใหญ่ แยกวงเงินชัดเจนขึ้น ช่วยให้คุณแม่ดูแลสุขภาพช่องปากได้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ดังนี้ค่ะ

เช็กเงื่อนไข ใครมีสิทธิทำฟันประกันสังคมบ้าง?

ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันเข้ารับบริการ

ผู้ประกันตนที่ลาออกจากงาน สิทธิทำฟันยังคงคุ้มครองต่อเนื่องไปอีกไม่เกิน 6 เดือน

  • สิทธิพื้นฐาน (ถอนฟัน / อุดฟัน / ขูดหินปูน) คลินิกหรือโรงพยาบาลเอกชน ยังคงใช้วงเงิน 900 บาท/ปี เท่าเดิม สำหรับโรงพยาบาลรัฐ ครอบคลุมมากขึ้น โดยเพิ่มรายการเกลารากฟัน และการขลิบแต่งกระดูก

หากคุณแม่เข้ารับบริการในสถานพยาบาลที่ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับประกันสังคม จะต้องสำรองจ่ายค่ารักษาไปก่อน แล้วจึงนำเอกสารหลักฐานมาเบิกเงินคืนได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือยื่นผ่านระบบ e-Self Service ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนประกันสังคม โทร. 1506 ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ

คนท้องขูดหินปูนได้ตอนกี่สัปดาห์

ดูแลฟันและเหงือกระหว่างตั้งครรภ์ทำอย่างไรให้ดีที่สุด?4

การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธีตลอดการตั้งครรภ์ มีแนวทางปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์ที่เข้าใจง่ายและทำตามได้จริง ดังนี้ค่ะ

1. แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์และใช้ไหมขัดฟันทุกวัน

บีบยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ให้เต็มความยาวของขนแปรง แปรงฟันให้สะอาดทั่วทั้งปากอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง นานครั้งละ 2 นาที และใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวันเพื่อขจัดคราบจุลินทรีย์ตามซอกฟัน

2. เลือกใช้น้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์สูตรไม่มีแอลกอฮอล์

ช่วงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุได้ง่ายขึ้น การใช้น้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จะช่วยเสริมการป้องกันฟันผุและช่วยลดสภาวะความเป็นกรดในช่องปากหลังจากการอาเจียนได้เป็นอย่างดี

3. แพ้ท้อง อาเจียนบ่อย อย่าเพิ่งแปรงฟันทันที

สำหรับคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้อง ไม่ควรแปรงฟันทันทีหลังอาเจียน เพราะกรดจากกระเพาะอาหารจะทำให้ผิวเคลือบฟันอ่อนตัวลง การแปรงฟันทันทีจะเร่งให้เกิดการสึกกร่อน แนะนำให้เว้นระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนแปรงฟัน โดยระหว่างนั้นให้ใช้น้ำเปล่า 1 แก้ว ผสมผงฟู (เบกกิ้งโซดา) 1 ช้อนชา อมบ้วนปาก หรือบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ เพื่อช่วยปรับสมดุลและลดกรดในช่องปากก่อนค่ะ

4. ใช้น้ำยาบ้วนปากต้านเชื้อช่วยลดเหงือกอักเสบ

น้ำยาบ้วนปากผสมคลอเฮกซิดีน หรือน้ำยาบ้วนปากที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อ เช่น มีส่วนผสมของ Cetylpyridinium Chloride (CPC) 7% สามารถช่วยลดการอักเสบของเหงือกและช่วยควบคุมคราบจุลินทรีย์ได้ โดยมีผลการศึกษาระบุว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ใช้น้ำยาบ้วนปากปราศจากแอลกอฮอล์ที่มีส่วนผสมของ CPC 0.7% อมบ้วนปากนาน 30 วินาที วันละ 2 ครั้ง ตลอดช่วงตั้งครรภ์ มีส่วนช่วยลดการเกิดผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์ระหว่างตั้งครรภ์ได้อีกด้วยค่ะ

การใส่ใจสุขภาพช่องปากและฟันอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาดของคุณแม่เท่านั้นนะคะ แต่ยังเป็นการสร้างเกราะป้องกันสุขภาพที่ส่งผลดีต่อทั้งตัวคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ให้แข็งแรง ปลอดภัย ไปจนถึงวันคลอดค่ะ

คงได้คำตอบที่ชัดเจนกันแล้วนะคะว่า คนท้องขูดหินปูนได้ไหม และ คนท้องขูดหินปูนได้ตอนกี่สัปดาห์ ซึ่งหากมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา การเลือกช่วงไตรมาสที่สองถือเป็น ช่วงอายุครรภ์ที่ปลอดภัยที่สุด และอย่าลืมแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบทันทีว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่ เพื่อให้คุณหมอสามารถระมัดระวังเรื่องการเลือกใช้ยาต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด6 สำหรับคุณแม่ค่ะ

ทั้งนี้ การดูแลสุขภาพช่องปากไม่ได้เริ่มต้นเฉพาะช่วงที่มีเจ้าตัวเล็กเท่านั้น แต่ การตรวจสุขภาพช่องปากและฟันก่อนตั้งครรภ์ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การตรวจเช็กและเคลียร์ช่องปากให้เรียบร้อยตั้งแต่ช่วงวางแผนมีบุตร จะช่วยป้องกันปัญหาเหงือกและฟันที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้อย่างดีที่สุด เพื่อให้คุณแม่มีสุขภาพช่องปากที่แข็งแรงและตั้งครรภ์ได้อย่างราบรื่น ปลอดภัยไปจนถึงวันคลอดค่ะ

 

FAQ: คำถามที่คุณแม่ถามบ่อย เกี่ยวกับการขูดหินปูนตอนท้อง

Q1: ท้อง 16 สัปดาห์ ขูดหินปูนได้เลยไหม?2

A: ได้ค่ะ 16 สัปดาห์อยู่ในไตรมาสที่ 2 พอดี ถือเป็นช่วงที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดสำหรับการขูดหินปูน แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์อยู่ก่อนเริ่มทำทุกครั้งนะคะ

Q2: ขูดหินปูนตอนท้องต้องฉีดยาชาไหม?8

A: ปกติการขูดหินปูนไม่ต้องฉีดยาชาค่ะ เป็นแค่การใช้เครื่องมือขูดคราบและหินปูนออกจากผิวฟันและขอบเหงือก ถ้าเหงือกอักเสบมากอาจรู้สึกเจ็บนิดหน่อย แต่ไม่ถึงขั้นต้องยาชา

Q3: ขูดหินปูน ทำฟันตอนท้องสามารถเอกซเรย์ฟัน (X-ray) ก่อนทำฟันได้ไหม?7

A: หากมีความจำเป็นต้องเอกซเรย์ฟันเพื่อการวินิจฉัย คุณแม่สามารถทำได้และปลอดภัยค่ะ เนื่องจากปริมาณรังสีจากการเอกซเรย์ฟันมีปริมาณน้อยมาก อีกทั้งทันตแพทย์จะใช้เสื้อหรือผ้ากันเปื้อนตะกั่วคลุมบริเวณลำตัวและหน้าท้องของคุณแม่เสมอ เพื่อทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังรังสี ปกป้องทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้อย่างปลอดภัยสูงสุดค่ะ

Q4: คนท้องไม่ขูดหินปูนได้ไหม? จะเกิดอะไรขึ้น?7

A: คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถและควรเข้ารับการขูดหินปูนค่ะ เพราะการขูดหินปูนจะช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย และป้องกันภาวะเหงือกอักเสบที่มักเกิดขึ้นได้ง่ายจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ทำความสะอาด คราบหินปูนและแบคทีเรียอาจสะสมจนทำให้อาการเหงือกอักเสบลุกลามได้7

อย่างไรก็ตาม เพื่อสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีที่สุดและลดความกังวลใจในระหว่างตั้งครรภ์ แนะนำให้ตรวจเช็ก ทำการรักษาฟันผุ ขูดหินปูน หรือเคลียร์ช่องปากให้เรียบร้อยตั้งแต่ช่วงก่อนเริ่มตั้งครรภ์จะดีที่สุดค่ะ

Q5: ท้องไตรมาสแรก ฟันปวดมาก รอถึงไตรมาส 2 ได้ไหม?

A: ถ้าปวดมาก ไม่ต้องรอค่ะ ไปพบทันตแพทย์ได้เลยแม้จะเป็นไตรมาสแรก ทันตแพทย์จะประเมินว่าต้องรักษาเร่งด่วนหรือรอได้ อย่าทนปวดนานเพราะความเครียดจากอาการปวดส่งผลต่อร่างกายได้เช่นกัน

Q6: หลังคลอดควรขูดหินปูนอีกไหม?

A: ควรมากค่ะ ช่วงตั้งครรภ์เหงือกผ่านการอักเสบมายาวนาน หลังคลอดควรไปตรวจและขูดหินปูนอีกครั้งเพื่อฟื้นฟูสุขภาพช่องปากให้กลับมาดีเหมือนเดิม ทันตแพทย์แนะนำให้ขูดหินปูนทุก 6 เดือน9 อยู่แล้วสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะตั้งครรภ์หรือเปล่า

 

อ่านบทความเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

คนท้องปวดฟัน ทำไงดี แม่ท้องปวดฟันคุด เหงือกบวม กินยาอะไรได้บ้าง?

คนท้องทําฟัน ฉีดยาชาได้ไหม จะเป็นอันตรายกับลูกในท้องหรือเปล่า?

ปวดฟันคุดตอนท้อง 14 สัปดาห์ พร้อมปวดท้องน้อยร่วมด้วย อันตรายต่อลูกไหม และควรทำยังไง

คนท้องเป็นร้อนใน ส่งผลต่อครรภ์ไหม? ใช้ยาอะไรได้บ้าง รับมือยังไงให้หายไว

 

แหล่งอ้างอิง

  1. Pregnancy Gingivitis, Cleveland Clinic
  2. ฟันผุตอนท้อง!!!! ต้องทำไง, โรงพยาบาลสมิติเวช
  3. Can pregnant women get dental treatment, and what should they know?, โรงพยาบาลพญาไท 3 เพชรเกษม
  4. การจัดการทางทันตกรรมในหญิงตั้งครรภ์, สำนักทันตสาธารณสุข
  5. เทียบสิทธิเดิม และ สิทธิใหม่ ทั้งผ่าฟันคุด รากฟันเทียม และฟันปลอม, สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
  6. คนท้องกับการทำฟัน คุณแม่ตั้งครรภ์รักษาทันตกรรมอะไรได้บ้าง?, BIDC
  7. คนท้องถอนฟันได้ไหม? รวมข้อควรรู้การทำฟันระหว่างตั้งครรภ์ที่คุณแม่ต้องรู้, TEETH TALK Dental Clinic
  8. “ขูดหินปูน…ต้องฉีดยาชาทุกคนไหม?”, Duo Dental Clinic
  9. การขูดหินปูนบ่อย ทำให้ฟันบางจริงไหม?, คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

บทความอัปเดตล่าสุด พฤศจิกายน 2569

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!