TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ / ลงทะเบียน
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ไขข้อข้องใจ จุลินทรีย์บิฟิดัสช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ในเด็ก

บทความ 3 นาที
ไขข้อข้องใจ จุลินทรีย์บิฟิดัสช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ในเด็ก

ปัจจุบันในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนาพบว่า จำนวนประชากรที่เป็นโรคเกิดจากการติดเชื้อลดลง และมีสุขอนามัยที่ดีขึ้น แต่กลับพบว่า "โรคภูมิแพ้" มีอัตราที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ซึ่งสาเหตุการเกิดภูมิแพ้นอกจากทางพันธุกรรมแล้ว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้น เช่นโรคที่เกิดจากภูมิมากเกินปกติ โรคที่เกิดในทางเดินระบบหายใจ หรือโรคที่เกิดในระบบลำไส้ ข้อและกระดูก เป็นต้น และจากการศึกษาวิจัยเก็บข้อมูลพบว่า ประชากรจุลินทรีย์หากมี บิฟิดัส ในลำไส้จำนวนมากจะส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ในเด็ก

 

ในปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่าเด็กรุ่นหลังๆ จะได้รับการดูแลและการเลี้ยงดูอย่างสะอาด โอกาสที่พ่อแม่ปล่อยให้ลูกได้สัมผัสดินทรายที่มีจุลินทรีย์ดีๆ ตามธรรมชาตินั้นแทบจะน้อยมาก ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันโดยที่เราไม่รู้ตัว นักวิทยาศาสตร์จึงได้ตั้งสมมุติฐานว่า การที่พบโรคภูมิแพ้และการอักเสบที่อวัยวะต่างๆ เพิ่มขึ้นทั่วโลกนั้นน่าจะเกิดจากคนเราไม่ได้รับเชื้อจุลินทรีย์ดีๆ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติเหมือนในอดีต เพราะทารกส่วนหนึ่งเกิดโดยการผ่าท้องคลอดทำให้ขาดโอกาสรับเชื้อดีๆจากช่องคลอดของแม่ แต่กลับได้รับเชื้อในโรงพยาบาล มีการใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อเกินความจำเป็นซึ่งเข้าใจว่าจะทำลายให้เชื้อดีๆ ในลำไส้ไปด้วย

ดังนั้น เมื่อเข้าใจว่าการมีสุขอนามัยที่ดีขึ้น มีหน้ากากอนามัย มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ มากมาย จะช่วยลดการติดเชื้อลงได้ แต่แท้จริงแล้วกลับทำให้เชื้อดีจะไวต่อยา และเชื้อร้ายจะทนต่อยา ซึ่งจะฉวยโอกาสก่อโรคเพิ่มจำนวนขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สมดุลของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้เสียไปอย่างมาก  กลับเป็นการกระตุ้นความต้านทานเพื่อป้องกันโรคไปพร้อมๆ กับการกระตุ้นภูมิต้านทานซึ่งก่อการอักเสบ เมื่อภูมิด้านก่อการอักเสบมีน้ำหนักมากกว่าภูมิด้านป้องกัน จะนำไปสู่การเกิดโรคภูมิแพ้และการอักเสบที่เนื้อเยื่อต่างๆ มากขึ้น เรียกสมมุติฐานนี้ว่า hygiene hypothesis

ลูกมีอาการเกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่าย

คุณแม่รู้ไหม หากจุลินทรีย์ในลำไส้เกิดการเสียสมดุล จะส่งผลให้ลูกมีโอกาสเกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่าย

ในทางเดินอาหารซึ่งเป็นอวัยวะที่มีโพรง เริ่มตั้งแต่ปาก ลำคอ หลอดอาหาร กระเพาะ ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ตรงชั้นเยื่อบุของลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ประกอบด้วยชั้นเซลล์เยื่อบุ ชั้นใต้เซลล์เยื่อบุและชั้นกล้ามเนื้อเรียบ ที่ชั้นใต้เยื่อบุลำไส้นี้เองมีเนื้อเยื่อน้ำเหลือง (gut associated lymphoid tissue หรือ GALT) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์

เนื้อเยื่อ GALT รับการกระตุ้นจากจุลินทรีย์ที่เกาะติดกับผิวเยื่อบุลำไส้ จะปล่อยสารเคมีไปสื่อสารกับเซลล์เนื้อเยื่อน้ำเหลือง ซึ่งใช้วิธีส่งท่อขึ้นมารับสัญญาณ รับตัวอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือสารเคมีของจุลินทรีย์ แล้วเกิดกลไกการตอบสนองต่อสิ่งนั้นๆ ถ้าเป็นอาหารมักตอบสนองไปในด้านทนรับอาหารชนิดนั้นได้ (tolerance) ถ้าได้รับสารกระตุ้นจากจุลินทรีย์ที่ดี (good germ, health germ) จะตอบสนองโดยสร้างสารให้การป้องกัน

ในทางตรงข้าม หากจุลินทรีย์เป็นตัวร้าย (bad germ) ปล่อยสารเคมี หรือถ้าเป็นสารก่อภูมิแพ้ซึ่งเนื้อเยื่อน้ำเหลืองรับสัญญาณแล้วรู้ว่า เป็นเชื้อร้าย หรือเป็นสารก่อภูมิแพ้จะตอบสนองด้วยการต่อสู้เนื้อเยื่อบาดเจ็บ เกิดการอักเสบที่ลำไส้มีอุจจาระเหลว มีมูก เลือดปนแล้วยังสร้างสารซึ่งก่อการอักเสบหรือภูมิแพ้เข้าสู่ระบบไหลเวียน ทำให้เกิดการอักเสบที่อวัยวะนอกทางเดินอาหารได้ เช่น ทารกแพ้โปรตีนนมวัว เกิดการอักเสบที่ลำไส้แล้วยังเกิดอาการอักเสบที่นอกลำไส้ ได้แก่ ที่จมูกมีน้ำมูกไหล หลอดลมเกิดอาการไอ ผิวหนังเกิดผื่นกรากน้ำนม เป็นต้น

จะรู้ได้อย่างไร จุลินทรีย์ กลุ่มไหนดี กลุ่มไหนร้ายบ้าง?

นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาประชากรของจุลินทรีย์ในลำไส้โดยการดูดของเหลวจากโพรงลำไส้และหรืออุจจาระมาเพาะเชื้อ ซึ่งสามารถแยกกลุ่มต่างๆ ดังภาพ

ประชากรจุลินทรีย์

จุลินทรีย์ที่พบจัดได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

  • จุลินทรีย์สุขภาพ (Health germ) ซึ่งกินอาหารจำพวกแป้งได้แก่กลุ่มจุลินทรีย์ที่ผลิตกรด lactic (lactic acid bacteria) ประกอบด้วยจุลินทรีย์กลุ่ม Lactobacilli, Eubacteria และ Bifidobacteria ซึ่งได้ถูกจัดให้เป็น probiotic ซึ่งหมายถึงจุลินทรีย์ที่มีชีวิต เมื่อบริโภคในปริมาณที่เพียงพอจะเกิดผลดีต่อสุขภาพ
  • จุลินทรีย์กลุ่มที่ก่อโรค (Pathogenic bacteria) เช่น เชื้ออหิวาต์ และบิด เป็นต้น เชื้อกลุ่มนี้เมื่อเข้าสู่ลำไส้จำนวนมากพอจะเกิดโรค ในภาวะปกติไม่พบ
  • จุลินทรีย์กลุ่มฉวยโอกาสก่อโรค (Opportunistic bacteria) ซึ่งกินอาหารพวกโปรตีน ได้แก่กลุ่ม Clostridium, Pseudomonas เป็นต้น เมื่อร่างกายอ่อนแอหรือคนได้รับยาปฏิชีวนะ ฆ่าเชื้อกลุ่มแรกจนเหลือน้อยลง จะฉวยโอกาสเพิ่มจำนวนและก่อโรคได้ เช่น โรคอุจจาระร่วงในคนที่ได้รับยาปฏิชีวนะที่มีประสิทธิภาพสูงๆ
  • จุลินทรีย์กลุ่มนี้อยู่กลางๆ (Borderline) กินทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนเป็นอาหาร ให้คุณเมื่อมีจำนวนน้อยและให้โทษเมื่อมีจำนวนมาก ได้แก่ Bacteroides และ Klebsiella เป็นต้น

ดังนั้นทารกที่เกิดทางช่องคลอดได้รับจุลินทรีย์ดีๆ มาบ้างแล้ว ภูมิคุ้มกันที่ติดตัวลูกน้อยมาตั้งแต่กำเนิด จะรับภูมิเพิ่มขึ้นได้อย่างเต็มที่เมื่อลูกได้รับการเลี้ยงดูด้วยนมแม่ เพราะในนมแม่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ได้แก่ บิฟิโดแบคทีเรียม และแล็คโตบาซิลัส ซึ่งอาศัยอยู่ในของเหลวในโพรงลำไส้ และเกาะจับผิวเซลล์เยื่อบุตลอดแนว ที่คอยป้องกันจุลินทรีย์ที่ฉวยโอกาสก่อโรครุกล้ำเข้าผนังลำไส้ ซึ่งจะส่งผลให้ลูกได้รับภูมิคุ้มกันที่ดี มีสุขภาพที่แข็งแรง และช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในทางเดินอาหารและทางเดินหายใจได้ ที่สำคัญหากมีโอกาสคุณพ่อคุณแม่ลองปล่อยให้ลูกได้รับจุลินทรีย์ดีๆ จากธรรมชาติด้วยการสัมผัสดิน ด้วยการปั้นวัวควายด้วยดินเหนียว ได้ปลูกต้นไม้ ฯลฯ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ลูกเกิดการเรียนรู้และมีพัฒนาการทั้งด้านสมองและภูมิคุ้มกันที่ดีด้วย

เรียบเรียงโดย ศ. เกียรติคุณ พญ. วันดี วราวิทย์

 บทความแนะนำเกี่ยวกับแม่ผ่าคลอด   อ่านต่อที่นี่ 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • แม่ผ่าคลอด
  • /
  • ไขข้อข้องใจ จุลินทรีย์บิฟิดัสช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ในเด็ก
แชร์ :
  • S-26 GOLD PRO-C 3 ได้รับรางวัลนมผงที่เป็นที่นิยมของแม่ผ่าคลอด และแม่ส่วนใหญ่
    บทความจากพันธมิตร

    S-26 GOLD PRO-C 3 ได้รับรางวัลนมผงที่เป็นที่นิยมของแม่ผ่าคลอด และแม่ส่วนใหญ่

  • S-26 GOLD PRO HA 3 นมผงที่แม่ภูมิแพ้เลือก ได้รับรางวัล TAP Award 2025
    บทความจากพันธมิตร

    S-26 GOLD PRO HA 3 นมผงที่แม่ภูมิแพ้เลือก ได้รับรางวัล TAP Award 2025

  • เปลี่ยนจุดเริ่มต้นที่แตกต่าง เพื่อให้เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
    บทความจากพันธมิตร

    เปลี่ยนจุดเริ่มต้นที่แตกต่าง เพื่อให้เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

  • S-26 GOLD PRO-C 3 ได้รับรางวัลนมผงที่เป็นที่นิยมของแม่ผ่าคลอด และแม่ส่วนใหญ่
    บทความจากพันธมิตร

    S-26 GOLD PRO-C 3 ได้รับรางวัลนมผงที่เป็นที่นิยมของแม่ผ่าคลอด และแม่ส่วนใหญ่

  • S-26 GOLD PRO HA 3 นมผงที่แม่ภูมิแพ้เลือก ได้รับรางวัล TAP Award 2025
    บทความจากพันธมิตร

    S-26 GOLD PRO HA 3 นมผงที่แม่ภูมิแพ้เลือก ได้รับรางวัล TAP Award 2025

  • เปลี่ยนจุดเริ่มต้นที่แตกต่าง เพื่อให้เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
    บทความจากพันธมิตร

    เปลี่ยนจุดเริ่มต้นที่แตกต่าง เพื่อให้เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว