วิธีสอนลูกให้เขียน ABC เรียงตัวอักษรภาษาอังกฤษ

มาสอนให้ลูกเขียน ABC กันได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีที่แสนง่ายแต่ใช้ได้ผลกันดีกว่า

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เรียงตัวอักษรภาษาอังกฤษ

“A, B, C, D, E, F, G… Now I know my ABCs…”

เพลง ABC อาจเป็นเพลงที่เด็กมากมายทั่วโลกรู้จักกันและอาจเป็นเพลงแรก ๆ ที่เด็ก ๆ ร้องเป็น

การสอนให้ลูกร้องเพลงนี้เป็นนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างง่าย แต่ตอนนี้คุณกำลังสงสัยว่าจะสอนให้ลูกเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษยังไงอยู่รึเปล่า

การเรียนวิธีการเขียนตัวอักษรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นเรื่องแรก ๆ ที่ลูกเรียนรู้ สิ่งที่พ่อแม่มักทำกันก็คือซื้อสมุดคัดตัวอักษรคัดลายมือมาแล้วให้ลูกฝึกเขียนฝึกคัดตามแบบฝึกหัดเหล่านั้นทีละหน้า

เรียงตัวอักษรภาษาอังกฤษ

วิธีการนี้บางครั้งก็ใช้ได้ผล แต่บางทีก็ไม่ เพราะเด็ก ๆ สุดท้ายแล้วก็จะเบื่อ ส่วนพ่อแม่ก็จะผิดหวัง

แทนที่จะทำตามวิธีการปกติ ทำไมไม่ลองคิดนอกกรอบแล้วทำให้การฝึกเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นเรื่องน่าสนุกและน่าตื่นเต้นเร้าใจสำหรับลูกล่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นได้ เรามีวิธีการที่สนุก ง่าย และได้ผลในการสอนให้ลูกเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษมาฝากกัน วิธีการนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากคุณแอนนา เกเกอร์ ซึ่งเป็นคุณแม่และนักเขียนบล็อกจาก The Measured Mom

คุณแอนนาบอกว่าวิธีการดีที่สุดในการสอนลูกให้เขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษ คือ การเริ่มต้นอย่างง่าย ๆ ด้วยกิจกรรมสนุกมากมายแล้วค่อย ๆ เพิ่มความท้าทายไปเรื่อย ๆ

สอนลูกเขียน ABC แบบสนุกกัน หน้าถัดไป >>>

การให้ลูกนั่งเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นหน้า ๆ นั้นเป็นเรื่องสุดท้ายที่คุณแอนนาทำในแบบฝึกที่เรากำลังจะบอกคุณต่อไปนี้

ขั้นที่ 1

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

วาดรูปเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ตัวโต ๆ ลงบนกระดาษโดยให้มีช่องว่างในตัวอักษร แล้วให้ลูกเติมพื้นที่ว่างในตัวอักษรด้วยสิ่งของต่าง ๆ ที่มีชื่อเริ่มต้นด้วยตัวอักษรตัวนั้น

เช่น เติมช่องว่างในตัว A ด้วยสติกเกอร์รูปตัวอักษร (alphabet stickers) ตัว B ใช้กระดุม (buttons) ตัว C ใช้สำลีก้อน(cotton balls) ตัว D ใช้โดมิโน (dominoes) ตัว E ใช้เปลือกไข่ (eggshells) ตัว F ใช้ขนนก (feathers)

ขั้นที่ 2

ให้ลูกนำสิ่งของต่าง ๆ ในบ้านหรือของเล่นมาเรียงเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ ให้ลูกเริ่มต้นด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษที่เป็นเส้นตรงอย่างตัว A และตัว L ซึ่งง่ายกว่า จากนั้นจึงค่อยฝึกตัวอักษรที่มีเส้นโค้งอย่างตัว S และตัว C ซึ่งยากกว่า

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

สิ่งของในบ้านที่ใช้ทำตัวอักษรที่เป็นเส้นตรงได้มีหลายอย่าง เช่น ตะเกียบ ไม้จิ้มฟัน (ที่หักปลายแหลมแล้ว) ไม้พันหู ตัวต่อ และอื่น ๆ

ส่วนสิ่งของที่ลูกสามารถนำมาใช้ทำตัวอักษรที่มีเส้นโค้งก็มีหลายอย่าง เช่น เส้นสปาเก็ตตีต้มแล้ว ดินน้ำมัน ริบบิ้น เชือก เชือกผูกรองเท้า เป็นต้น

อ่านวิธีอื่น ๆ หน้าถัดไป >>>

ขั้นที่ 3

กระตุ้นให้ลูกใช้สิ่งของเล็ก ๆ เช่น กระดุม ก้อนหิน อาหารเช้าธัญพืช มาเรียงเป็นตัวอักษร

ขั้นที่ 4

กระตุ้นให้ลูกเขียนตัวอักษรโดยใช้นิ้ว คุณอาจใช้สีที่เรียกว่า finger paint ซึ่งก็คือสีที่ไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก จะใช้เกลือ แป้ง ทรายสี เอาใส่ถาดไม้แบน ๆ ก็ได้

ถ้าอยากสนุกกว่านี้อีกจะลอง วิปครีม ซอสแอปเปิลก็ได้ เขียนสนุกแถมอร่อยอีกต่างหาก

ขั้นที่ 5

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เอาล่ะ ได้เวลาให้ลูกได้เขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษบนกระดาษจริง ๆ ได้แล้วล่ะ คุณสามารถดาวน์โหลดตัวอักษรขนาดต่าง ๆ ให้ลูกฝึกเขียนได้เลย

เคล็ดลับเพิ่มเติมในการสอนให้ลูกเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษ

–       คุณไม่จำเป็นต้องสอนเรียงตามลำดับตัวอักษรภาษาอังกฤษจริง ๆ แต่ให้เริ่มต้นจากตัวอักษรที่เขียนง่ายไปหาตัวอักษรที่ยากขึ้น ลองตามลำดับนี้ดูสิ E, F, H, I, L, T, V, W, X, K, M, N, Y, A, Z, C, O, G, Q, B, D, J, P, U, R, S

–       ช่วยลูกฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและฝึกควบคุมกล้ามเนื้อที่ลูกต้องใช้เขียน การขีดเขียนและระบายสีก็เป็นวิธีที่ดี (และสนุก!) การใช้กรรไกร (แน่นอนว่าแบบปลายไม่คม) ตัดกระดาษ การฝึกเรียงตัวต่อ การเล่นดินน้ำมัน และของชิ้นเล็ก ๆ อื่น ๆ ก็ช่วยได้

–       ให้ลูกมีโต๊ะและเก้าอี้เฉพาะของตัวเองเพื่อกิจกรรมการฝึกเขียน

–       ให้ลูกมีแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เรื่องตัวอักษรภาษาอังกฤษ ลูกจะได้จดจำรูปร่างตัวอักษรได้เมื่อคุณตัดสินใจสอนลุกให้เขียนตัวอักษร แรงบันดาลใจมีทั้งในแบบตัวต่อรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวต่อปริศนา และหนังสือ

ที่มา: www. handsonhomeschooler.com

www.parents.com

www.themeasuredmom.com

คุณพ่อคุณแม่มีวิธีการสอนลูกเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษอย่างไร แบ่งปันกับเราได้ในช่องแสดงความเห็นด้านล่างได้เลย

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team