เด็กขโมยของ โกหก หรือพูดคำหยาบ เพราะอะไร? เข้าใจจิตวิทยาเด็ก พร้อมวิธีสอนลูกอย่างอ่อนโยน

undefined

สงสัยไหมว่า เด็กขโมยของ หรือชอบหยิบของที่ไม่ใช่ของตัวเอง โกหก พูดคำหยาบ พฤติกรรมแย่ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะอะไร? ชวนพ่อแม่มาเข้าใจจิตวิทยาเด็ก พร้อมวิธีรับมือ และปรับพฤติกรรมลูกน้อย

Advertisement

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเคยตกใจและปวดหัว เมื่อลูกรักเริ่มมีพฤติกรรมแปลกๆ ไม่ว่าจะเป็นการหยิบของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง โกหกหน้าตาย หรือมีคำหยาบหลุดออกมาจากปากลูกน้อย ทำให้พ่อแม่อาจจะรู้สึกโกรธ ผิดหวัง หรือกังวลว่าเราเลี้ยงลูกผิดตรงไหนหรือเปล่า? แต่ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะดุหรือลงโทษลูกอย่างรุนแรง อยากให้ลองถอยออกมาแล้วตั้งคำถามว่า เด็กขโมยของ โกหก หรือพูดคำหยาบ เพราะอะไร? เพราะตามหลักจิตวิทยาเด็กแล้ว ไม่มีเด็กคนไหนตื่นขึ้นมาพร้อมความตั้งใจที่จะเรียกร้องความสนใจด้วยการเป็น “เด็กเกเร” แต่พฤติกรรมก้าวร้าวของลูกเหล่านี้ แท้จริงแล้วคือสัญญาณเตือนที่สื่อถึงอารมณ์ลึกๆ ที่พวกเขายังไม่รู้วิธีถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดนั่นเองค่ะ

สรุปสั้นๆ

  • เบื้องหลังพฤติกรรมคืออารมณ์ความรู้สึก: เด็กที่ขโมยของ โกหก หรือพูดคำหยาบ ไม่ได้ต้องการก่อกวน แต่กำลังพยายามสื่อสารอารมณ์ลึกๆ ที่ไม่สามารถถ่ายทอดเป็นคำพูดได้
  • สาเหตุของแต่ละพฤติกรรม: การขโมยเกิดจากความรู้สึกสูญเสียหรือเรียกร้องความสนใจ, การโกหกมักเกิดจากความละอายใจหรือกลัวผิด, และการพูดคำหยาบเกิดจากการเลียนแบบหรืออยากเห็นปฏิกิริยาของผู้ใหญ่
  • วิธีรับมืออย่างถูกวิธี: พ่อแม่ควรมองข้ามตัวพฤติกรรมชั่วคราวแล้วทำความเข้าใจความรู้สึกของลูก สื่อสารด้วยความตระหนักรู้ ไม่ทำให้ลูกรู้สึกอับอาย และหลีกเลี่ยงการตอบสนองที่รุนแรง

 

เข้าใจจิตวิทยาเด็ก เบื้องหลังพฤติกรรมแย่ๆ ของลูกน้อย

เมื่อลูกแสดงพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก การเน้นย้ำลงโทษเพียงแค่ตัวพฤติกรรม โดยไม่พยายามเข้าใจความรู้สึก ที่ซ่อนอยู่ใต้พฤติกรรมนั้น มักจะไม่ช่วยให้ปัญหาหมดไป ในทางกลับกัน อาจทำให้ลูกรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ สะสมความรู้สึกติดลบ และนำไปสู่ปัญหากระทบกระเทือนความภาคภูมิใจในตนเอง (Self-esteem) ในระยะยาวได้ วันนี้ theAsianparent จะพาคุณพ่อคุณแม่มาเจาะลึก 3 พฤติกรรมยอดฮิต ทำไมเด็กขโมยของ โกหก หรือพูดคำหยาบ? เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นในจิตใจของลูก พร้อมวิธีรับมือที่จะช่วยปรับพฤติกรรมลูกน้อยได้อย่างยั่งยืนกันค่ะ

เด็กขโมยของ เพราะอะไร

 

1. การขโมยของ: เมื่อลูกหยิบของที่ไม่ใช่ของตัวเอง

พฤติกรรมขโมยของ อาจทำให้พ่อแม่ตกใจที่สุด แต่การเข้าใจสาเหตุว่า เด็กขโมยของ เพราะอะไร จะช่วยให้เราแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดค่ะ

เด็กขโมยของ เพระาอะไร

  • เด็กเล็ก: อยากได้ของสิ่งนั้นเพียงเพราะชอบ โดยยังไม่เข้าใจความหมายของคำว่ากรรมสิทธิ์ หรือ การเป็นเจ้าของ
  • เด็กโต: มักมีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวพันอย่างซาบซึ้ง เด็กหลายคนขโมยเพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียอะไรบางอย่าง หรืออยากให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงความสูญเสียนั้น เช่น การสูญเสียเพื่อน หรือรู้สึกว่าครอบครัวไม่สนใจ

ทำไมเด็กถึงแอบขโมยแบบที่จับได้ง่ายๆ?

เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมเด็กบางคนถึงขโมยของแต่กลับทิ้งหลักฐานไว้ประจานตัวเอง เช่น ขโมยขนมพี่ชายแล้วเอาซองไปซุกไว้ใต้หมอนตัวเอง? ในทางจิตวิทยาเด็ก พฤติกรรมนี้แสดงว่าเด็กส่วนหนึ่งอยากถูกจับได้ เพื่อส่งสัญญาณบอกพ่อแม่ว่าเขากำลังต้องการความช่วยเหลือ หรืออยากให้พ่อแม่หันมาสนใจความรู้สึกของเขา เช่น ในกรณีที่พี่น้องอีกคนกำลังป่วยและได้รับความสนใจจากพ่อแม่ทั้งหมด น้องคนเล็กอาจรู้สึกถูกลืมและแสดงออกด้วยการขโมยของพี่ เพื่อบอกกลายๆ ว่า “หนูก็อยากได้ความรักและความใส่ใจบ้างนะ”

วิธีรับมือเมื่อลูกขโมยของ ทำไงดี

แทนที่จะตอกย้ำว่า “ลูกเป็นขโมย” ให้เบนความสนใจไปที่ความสูญเสียหรืออารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายในของลูก แล้วช่วยเขาระบุชื่อความรู้สึกนั้น เช่น

“การที่ลูกเอาของเล่นของเพื่อนมาซ่อนไว้ ทำให้เพื่อนเสียใจ และแม่ก็รู้ว่าลูกเองก็กำลังคิดถึงเพื่อนสนิทที่เพิ่งย้ายโรงเรียนไปใช่ไหมครับ?”

เด็กโกหก เพราะอะไร

 

2. การโกหก: สงสัยไหมว่า ทำไมเด็กถึงโกหก?

การจับได้ว่าลูกโกหกอาจทำให้พ่อแม่เสียใจ แต่รู้ไหมคะว่าเหตุผลเบื้องหลังคำโกหกของเด็กในแต่ละวัยนั้นแตกต่างกันมาก

สาเหตุที่ลูกโกหก

  • เด็กวัยก่อนเข้าเรียน (อายุต่ำกว่า 5 ขวบ): สำหรับเด็กวัยนี้ การโกหกอาจไม่ได้เรียกว่าการโกหกจริงๆ เพราะพัฒนาการทางสมองของพวกเขายังแยกแยะระหว่างความจริง กับ จินตนาการ ได้ไม่ชัดเจน สิ่งที่เขาพูดมักจะเป็นเรื่องราวในจินตนาการ หรือสิ่งที่เขาอยากให้เป็นจริง มากกว่า
  • เด็กวัยเรียน (อายุ 5 ขวบขึ้นไป): สาเหตุหลักที่ตอบคำถามว่าทำไมเด็กถึงโกหกในวัยนี้ คือ ความละอายใจและความกลัวค่ะ เด็กไม่ได้มีจิตใจคดโกงโดยเนื้อแท้ แต่เขารู้สึกอับอายในสิ่งที่ทำลงไป กลัวพ่อแม่ผิดหวัง หรือกลัวการถูกลงโทษ จึงเลือกใช้การโกหกเป็นเกราะป้องกันตัวเอง

วิธีรับมือเมื่อลูกโกหก ทำไงดี

สิ่งสำคัญคือการพูดถึงความละอายใจนั้น โดยไม่ทำให้ลูกรู้สึกอับอายซ้ำสอง คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เทคนิคพูดคุยอย่างอ่อนโยนแต่จริงจัง เช่น

“พ่อ/แม่รู้นะครับว่าทำไมจานถึงแตก เพราะแม่ได้ยินเสียงลูกเล่นบอลในบ้าน แม่เสียใจนะที่จานใบโปรดแตก แต่แม่ไม่ได้คิดว่าลูกเป็นเด็กไม่ดีนะจ๊ะ แม่รู้ว่าลูกไม่ได้ตั้งใจ และลูกก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันใช่ไหม? บอลมันคงกระดอนแรงเกินไป ต่อไปนี้เราเอาบอลไปเล่นข้างนอกบ้านกันนะ ลูกรู้สึกแย่กับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่จำไว้นะว่ามันไม่ได้เปลี่ยนความคิดของแม่เลย แม่ยังรักและคิดว่าลูกเป็นเด็กดีเหมือนเดิม แม้ว่าบางครั้งลูกจะทำผิดพลาดบ้างก็ตาม”

 

เด็กโกหก เพราะอะไร

 

3. การพูดคำหยาบ: ลูกชอบพูดคำหยาบ ทำไงดี?

คำหยาบคายเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมก้าวร้าวของลูกที่สร้างความลำบากใจให้พ่อแม่ โดยเฉพาะเวลาไปพูดนอกบ้าน

สาเหตุที่ลูกติดพูดคำหยาบ

  • เด็กเล็ก: พูดคำหยาบเพราะเห็นปฏิกิริยาของคนโต! เด็กวัยนี้อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำนั้นแปลว่าอะไร รู้แค่ว่าพูดคำนี้ออกไปแล้ว ผู้ใหญ่จะตกใจ ตื่นเต้น หรือให้ความสนใจทันที ทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจควบคุมอารมณ์ของผู้ใหญ่ได้
  • เด็กโต: มักเกิดจากพฤติกรรมเลียนแบบ ไม่ว่าจะเป็นจากเพื่อน สื่อออนไลน์ หรือคนในครอบครัว เพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่ หรือเข้ากลุ่มเพื่อนได้

วิธีรับมือเมื่อลูกพูดคำหยาบ 

  1. อย่าแสดงอาการตกใจหรือโวยวาย: ยิ่งพ่อแม่มีปฏิกิริยารุนแรง เด็กยิ่งรู้สึกสนุกและอยากพูดซ้ำ ให้ทำใจนิ่งๆ ไว้ก่อนค่ะ
  2. อธิบายผลกระทบอย่างตรงไปตรงมา: อธิบายให้ลูกฟังว่า คำหยาบเหล่านั้นส่งผลต่อความรู้สึกของคนฟังอย่างไร เช่น “คำนี้ฟังดูไม่ไพเราะเลยนะจ๊ะ และมันอาจทำให้คนอื่นรู้สึกไม่สบายใจหรือมองว่าลูกเป็นเด็กไม่น่ารักได้นะ”
  3. จัดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการปลดปล่อย: หากเป็นเรื่องยากที่จะห้ามไม่ให้พูดเลย โดยเฉพาะในวัยรุ่น ลองกำหนดพื้นที่ในบ้านที่อนุญาตให้เขาใช้คำเหล่านั้นได้ เช่น ห้องน้ำ ให้ลูกเข้าไปตะโกนคำเหล่านั้นจนกว่าจะพอใจ เมื่อไม่มีใครสนใจหรือตื่นเต้นกับคำหยาบเหล่านั้น ลูกจะเริ่มรู้สึกเบื่อและเลิกพูดไปเองในที่สุด

หัวใจสำคัญในการปรับพฤติกรรมลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นการหาคำตอบว่า เด็กขโมยของ เพราะอะไร ทำไมเด็กถึงโกหก  หรือทำไมเด็กถึงพูดคำหยาบ คือการที่คุณพ่อคุณแม่ต้องมองข้ามตัวพฤติกรรมชั่วคราว แล้วมองให้ลึกถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ใต้การแสดงออกนั้น เมื่อลูกรู้ว่าพ่อแม่พร้อมที่จะรับฟังและเข้าใจความรู้สึกของเขา โดยไม่ตัดสินหรือตอกย้ำด้วยคำพูดแรงๆ ลูกจะค่อยๆ เรียนรู้วิธีสื่อสารอารมณ์ของตัวเองอย่างถูกต้อง เหมาะสม และเติบโตเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตที่เข้มแข็งได้อย่างแน่นอนค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ลูกดื้อ งอแง รับมืออย่างไร? 4 เทคนิคจัดการอารมณ์ลูกจากกุมารแพทย์

ลูกมีพฤติกรรมถดถอย รับมืออย่างไร? ทำไมจู่ๆ ลูกก็กลับไปทำตัวเหมือนเด็กทารก

ทำไมเด็กถึงโกหก? เข้าใจสาเหตุตามวัย พร้อมวิธีสอนลูกให้ซื่อสัตย์

 

ที่มา Psychology Today

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!