จบศึกแผลผ่าคลอด! ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท ตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้แผลเรียบกริบ?

หลังผ่าคลอด ความกังวลอันดับต้นๆ ของคุณแม่คือเรื่องแผลเป็น โดยเฉพาะคำถามที่ว่า 'ซิลิโคนเจล' หรือ 'ซิลิโคนชีท' กันแน่ที่ช่วยให้แผลผ่าตัดเรียบเนียน

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เตรียมของใช้ลงกระเป๋าไปคลอดครบหรือยังคะ? สำหรับคุณแม่ที่วางแผนผ่าคลอด อีกหนึ่งไอเทมที่ 'ต้องมี' คือผลิตภัณฑ์ดูแลแผลเป็นค่ะ เพราะแผลผ่าคลอดหากดูแลไม่ถูกวิธีตั้งแต่เริ่ม อาจกลายเป็นปัญหากวนใจ ทั้งอาการคัน แผลดึงรั้ง หรือแผลนูนคีลอยด์ที่รักษายาก แต่พอจะเลือกซื้อคุณแม่หลายท่านอาจลังเลว่า ระหว่าง 'ซิลิโคนเจล' (แบบทา) และ 'ซิลิโคนชีท' (แบบแปะ) ตัวไหนกันแน่ที่จะเป็นผู้ช่วยเบอร์หนึ่งในการกู้แผลผ่าคลอดให้เรียบเนียน? วันนี้เราจะมาเจาะลึกแบบหมัดต่อหมัด เพื่อให้คุณแม่เลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่สุดค่ะ

ทำไม "ซิลิโคน" ถึงเป็นตัวจริงเรื่องแผลเป็น?

ก่อนจะไปดูความต่าง คุณแม่ทราบไหมคะว่าแนวทางเวชปฏิบัติสากล (Clinical Guideline) แนะนำให้ "ซิลิโคน" เป็นมาตรฐานหลัก (Gold Standard) ในการป้องกันแผลเป็น เพราะมีงานวิจัยรองรับว่าช่วยสร้าง "ปราการกักเก็บความชุ่มชื้น" เพื่อเลียนแบบชั้นผิวหนังที่สมบูรณ์ ช่วยควบคุมอุณหภูมิและการสูญเสียน้ำ ทำให้คอลลาเจนใต้ผิวเรียงตัวเป็นระเบียบ ไม่นูนหนา แต่ในความเหมือนก็มีความต่างที่คุณแม่ต้องพิจารณา ดังนี้ค่ะ

  • ตารางเปรียบเทียบ ซิลิโคนเจล VS ซิลิโคนชีท สำหรับแผลผ่าคลอด

จากตารางเปรียบเทียบข้างต้น จะเห็นได้ชัดเจนว่าทั้ง “ซิลิโคนเจล และ ซิลิโคนชีท” ต่างก็มีข้อดีที่แตกต่างกันค่ะ โดยซิลิโคนรูปแบบแผ่นแปะถือเป็นนวัตกรรมดั้งเดิมที่มีมานาน ซึ่งโดดเด่นในเรื่องการช่วยกดทับแผล แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อจำกัดเรื่องความยุ่งยากในการดูแลรักษา ความเสี่ยงในการหลุดลอก หรือการระคายเคืองผิวหากต้องติดทิ้งไว้นานๆ โดยเฉพาะเมื่อคุณแม่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยครั้ง

ด้วยเหตุนี้ ซิลิโคนรูปแบบเจลจึงถูกพัฒนาขึ้นมาในฐานะเทคโนโลยีใหม่ ที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรอยแผลเป็นให้ดีขึ้นกว่าเดิม พร้อมทั้งลบข้อจำกัดเรื่องความยุ่งยากแบบเดิมๆ ออกไป ซึ่งเมื่อพิจารณาจากวิถีชีวิตจริงของคุณแม่หลังคลอดที่ต้องวุ่นอยู่กับการดูแลเจ้าตัวเล็กตลอดทั้งวัน ผลิตภัณฑ์รูปแบบ 'ซิลิโคนเจล' จึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เพียงแต่ให้ประสิทธิภาพในการกู้ผิวที่เทียบเท่ามาตรฐานทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายและการใช้งานที่ต่อเนื่องกว่า

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ซึ่งความต่อเนื่องในการใช้งานนี่เอง คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่ไม่พลาด "โอกาสทอง" ในการดูแลแผลให้กลับมาเรียบเนียนสวยกริบได้อย่างที่ตั้งใจค่ะ

 

3 เหตุผลที่ซิลิโคนเจลครองใจคุณแม่หลังคลอดมากกว่า

แม้จะช่วยเรื่องแผลเป็นได้เหมือนกัน แต่ในชีวิตจริงของคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูก 24 ชั่วโมง "ความสะดวก" คือปัจจัยที่ทำให้แผลสวยหรือไม่สวยค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • สยบปัญหาการเสียดสี: แผลผ่าคลอดมักอยู่บริเวณ "หน้าท้อง" ซึ่งต้องเจอทั้งขอบกางเกงชั้นในและผ้ารัดหน้าท้อง ซิลิโคนเจลจะเคลือบแนบสนิทไปกับผิว ไม่ต้องกลัวแผ่นแปะจะหลุดลอกหรือเลื่อนหลุดจากการเสียดสี
  • ไม่อับชื้น ไม่ระคายเคือง: การแปะแผ่นซิลิโคนไว้นานๆ อาจทำให้เกิดความร้อนและความชื้นสะสมจนคันหรือเป็นผื่นได้ ซิลิโคนเจลจึงตอบโจทย์ผิวบอบบางและอากาศเมืองร้อนได้ดีกว่า
  • ความสม่ำเสมอ" คือกุญแจสำคัญ: มีงานวิจัยระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานง่ายจะช่วยให้เกิดความสม่ำเสมอในการใช้ ซึ่งการเริ่มดูแลในช่วง Golden Period (7-14 วันหลังแผลแห้ง) ถือเป็นช่วงเวลาที่การทาจะมีประสิทธิภาพสูงสุด และต้องใช้อย่างต่อเนื่องยาวนาน 3-6 เดือนขึ้นไป เพื่อผลลัพธ์ในการป้องกันคีลอยด์ให้แผลสวยกริบที่สุด ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและสะดวกจนสามารถใช้ได้ทุกวันจึงเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ

 

Checklist ก่อนช้อป! ซิลิโคนเจลที่ดีต้องมีอะไรบ้าง?

เพราะช่วงเวลา Golden Period มีครั้งเดียว คุณแม่จึงควรคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ โดยเช็กจาก 3 ข้อนี้ค่ะ

  • เทคโนโลยี CPX: ช่วยให้เจลแห้งไวเป็นพิเศษ ไม่ติดเสื้อผ้า และช่วยให้แผลนุ่มลงอย่างรวดเร็ว
  • Vitamin C Ester: ช่วยลดรอยแดง รอยดำ ให้สีแผลเนียนสม่ำเสมอไปกับผิว และไม่ระคายเคืองผิว
  • มีงานวิจัยรองรับ (Clinical Evidence): ควรเลือกแบรนด์ที่เป็นเกรดการแพทย์และมีผลการทดลองทางคลินิกยืนยัน เพื่อให้มั่นใจว่านาทีทองของคุณแม่จะไม่เสียเปล่าค่ะ

หากคุณแม่เน้นความสะดวก คล่องตัว และต้องการการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซิลิโคนเจลคุณภาพสูงคือการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อคืนความมั่นใจให้ผิวหน้าท้องกลับมาสวยกริบเหมือนเดิมค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team