วัคซีนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง

lead image

คุณแม่ที่มีลูกน้อยควรฉีด วัคซีนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่อตัวคุณแม่และลูกน้อย

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

คุณแม่ที่มีลูกน้อยควรฉีด วัคซีนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่อตัวคุณแม่และลูกน้อย เรามาดูกันค่ะว่า วัคซีนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ มีวัคซีนอะไรบ้าง

 

ทำไมวัคซีนถึงสำคัญกับคุณแม่ 

วัคซีนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

วัคซีนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

วัคซีนมีความสำคัญอย่างมากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ จริง ๆ แล้ววัคซีนมีความสำคัญกับคุณแม่ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เพราะก่อนการตั้งครรภ์คุณแม่ควรได้รับวัคซีนที่สำคัญสำหรับการตั้งครรภ์คือ วัคซีนป้องกันหัดเยอรมัน เพื่อป้องกันอันตรายต่อทารกในครรภ์ ในอนาคตซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก

 

หัดเยอรมันน่ากลัวอย่างไร 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส หากเป็นในระยะตั้งครรภ์อาจส่งผลให้ทารกเกิดความพิการได้ เมื่อทารกมีการติดเชื้อไวรัสจะทำให้การแบ่งตัวของเซลล์ต่าง ๆ ของทารกในครรภ์หยุดลง หรือทำให้อวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ มีขนาดเล็ก และมีการสร้างเซลล์น้อยกว่าปกติ การสร้างอวัยวะช้า และผิดปกติไป ส่งผลทำให้มีอวัยวะที่ผิดปกติเพื่อความปลอดภัยของว่าที่คุณแม่ และทารกในอนาคต หลังฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันแล้ว ควรคุมกำเนิดที่ต้องให้ผลแน่นอนต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน เนื่องจากเชื้อไวรัสหัดเยอรมันที่นำมาผลิต เป็นวัคซีนเป็นเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ถูกทำให้อ่อนแรงลง

 

อาการของโรคหัดเยอรมัน

อาการที่สามารถสังเกตเห็นได้ในช่วงแรกค่อนข้างมีอาการคล้ายกับการติดเชื้อไวรัสทั่วไป ซึ่งหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 1-2 วัน ผู้ป่วยมักจะเริ่มมีอาการดังนี้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • มีไข้ต่ำถึงปานกลาง (ประมาณ 37.2-37.8 องศาเซลเซียส)
  • ต่อมน้ำเหลืองโต โดยเฉพาะบริเวณคอ ท้ายทอย และหลังหู
  • มีตุ่มนูน ผื่นแดง หรือสีชมพู ขึ้นที่ใบหน้าก่อนจะลามลงมาตามผิวหนังส่วนอื่น ๆ เช่น แขน ขา และจะค่อย ๆ หายไปภายใน 3 วัน โดยผื่นมักมีลักษณะอยู่กระจายตัว ไม่กระจุกตัวเป็นกลุ่ม และเมื่อผื่นหายมักไม่ค่อยทิ้งรอยแผลจากผื่นทิ้งไว้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคันตามผิวหนังร่วมด้วย

 

หากไม่ได้ไปฉีดวัคซีนตามนัด 

หากไม่ได้มารับวัคซีนตามนัด หรือได้วัคซีนห่างกว่าที่กำหนด ไม่ได้ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง แต่หากให้วัคซีนใกล้กันเกินไป อาจทำให้ภูมิคุ้มกันขึ้นได้ไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นหากไม่ได้รับวัคซีนตามกำหนด สามารถนับเป็นเข็มต่อไปได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องนับใหม่ ไม่ว่านานเท่าไรก็ตาม

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

วัคซีนตัวไหนบ้างที่คุณแม่ควรฉีด 

วัคซีนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

  • วัคซีนป้องกันบาดทะยัก (Tetanus) 

เพื่อให้ภูมิคุ้มกันส่งไปถึงลูกน้อยและเป็นผลดีกับคุณแม่ตั้งครรภ์ โดยในผู้ใหญ่แนะนำให้ฉีดทุกๆ 10 ปี แต่ในกรณีคุณแม่ตั้งครรภ์บางท่านที่อาจจะไม่ได้รับวัคซีนเป็นเวลานานแล้ว แนะนำให้รับวัคซีนเพื่อช่วยในเรื่องของบาดแผล เนื่องจากการคลอดบุตรจะมีแผลเกิดขึ้นไม่ว่าจะคลอดธรรมชาติหรือผ่าตัดคลอด วัคซีนป้องกันบาดทะยักคุณหมอจะฉีดให้คุณแม่ตั้งครรภ์  2  เข็ม ซึ่งภูมิคุ้มกันจะส่งไปถึงลูกในครรภ์ โดยฉีดเข็มแรกเดือนที่ 1 และเข็มที่ 2 ในเดือนที่ 6 แต่ถ้าในกรณีฉีดครบ 3 เข็ม ภูมิคุ้มกันในส่วนของคุณแม่ตั้งครรภ์อีกด้วย โดยเข็มที่ 3 จะฉีดหลังคลอดไปแล้วนั่นเอง

  • วัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก 

โดยฉีดได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 27 – 36 สัปดาห์ ช่วยปกป้องคุ้มกันคุณแม่ เนื่องจากในไตรมาส 3 ภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อจะลดน้อยลง ทำให้คุณแม่ไม่ป่วยและติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งถ้าแม่ตั้งครรภ์ป่วยหรือติดเชื้อจะทำให้มีโอกาสคลอดก่อนกำหนดได้  โดยวัคซีนชนิดนี้เป็นวัคซีน 3 ชนิด ที่ฉีดพร้อมกันใน 1 เข็ม อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคบาดทะยัก ป้องกันการติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์และคลอดบุตร

  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ทำอันตรายกับคนท้องมากกว่าคนธรรมดา หากเป็นแล้วจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยส่วนใหญ่การรับวัคซีนควรฉีดทุกๆ 1 ปี ในหญิงตั้งครรภ์จะรับวัคซีนในไตรมาสที่ 3 หลัง 28 สัปดาห์

  • วัคซีนพิษสุนัขบ้า 

หากคุณแม่ตั้งครรภ์ถูกสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัด ถ้าไม่แน่ใจว่าสุนัขจะบ้าหรือไม่  ให้ฉีดวัคซีนทันที

 

 

วัคซีนต้องห้าม 

  • วัคซีนป้องกันโรค อีสุกอีใส (Varicella)
  • วัคซีนป้องกันงูสวัด (Zoster)
  • วัคซีนคางทูม หัด หัดเยอรมัน ( Measles, mumps, rubella )
  • วัคซีนไข้สมองอักเสบ
  • วัคซีนวัณโรค
  • วัคซีนป้องกันโปลิโอ

เนื่องจากเป็นวัคซีนเชื้อเป็น อาจทำให้ทารกในครรภ์ติดเชื้อและเกิดความพิการได้ โดยหากต้องการฉีดวัคซีน หัดเยอรมัน (Rubella vaccine) นั้น แนะนำให้ฉีดก่อนตั้งครรภ์มากกว่า 1 เดือนหรือฉีดหลังคลอดทันที 1 เข็ม และฉีดเข็มที่สองห่างจากเข็มแรกหนึ่งเดือน

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ข้อควรระวัง 

  1. วัคซีนที่มีผลข้างเคียงเดียวกันและเกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น ไข้ ไม่ควรให้ในเวลาเดียวกันเพราะจะทำให้ไข้สูงขึ้น
  2. วัคซีนแต่ละเข็มควรให้คนละตำแหน่งกัน และไม่ควรนำวัคซีนต่างชนิดกันมาผสมฉีดครั้งเดียว ยกเว้นเป็นวัคซีนที่มีข้อมูลมาก่อนว่าได้ผลดี
  3. วัคซีนชนิดเชื้อเป็น สามารถให้หลายชนิดพร้อมกัน แต่ถ้าให้ห่างกันควรห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน เช่น หัด คางทูม หัดเยอรมัน อีสุกอีใส และไข้สมองอักเสบชนิดเชื้อเป็น ส่วนวัคซีนชนิดเชื้อตายจะห่างกันเท่าใดก็ได้

วัคซีนทำมาจากอะไรบ้าง 

  • วัคซีนชนิดเชื้อตาย (Inactivated mouse brain-derived vaccine)

เป็นวัคซีนที่ผลิตได้เองในประเทศ โดยเพาะเลี้ยงในสมองหนู ต้องให้วัคซีนอย่างน้อย 3 ครั้งในอายุ 1-1 ปี ให้ 2 ครั้ง ห่างกัน 4 สัปดาห์ และอีก 1 ปี หลังเข็มแรก และควรกระตุ้นอีกครั้งตอนอายุ 4-6 ปี เนื่องจากภูมิคุ้มกันจะลดต่ำลงเมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ปี อย่างไรก็ตามเนื่องจากอาจเกิดอาการแพ้แบบรุนแรงโดยเฉพาะสมองอักเสบจากการแพ้วัคซีน จึงไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนชนิดนี้เกิน 5 ครั้งตลอดชีวิต

  • วัคซีนชนิดเชื้อเป็น (Live attenuated vaccine)

เป็นวัคซีนชนิดใหม่ที่เพาะเลี้ยงในเซลล์เพาะเลี้ยง จึงทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนดีกว่า และสามารถให้เพียง 2 ครั้ง ก็เพียงพอโดยไม่ต้องฉีดกระตุ้นอีก โดยวัคซีนสามารถให้ได้ตั้งแต่อายุ 9-12 เดือนและครั้งที่ 2 ในอีก 24 เดือน ถัดจากเข็มแรก

  • ท็อกซอยด์ (Toxoids)

เป็นวัคซีนที่ได้จากการนำเชื้อโรคมาทำลายความเป็นพิษให้หมดไป แต่ยังมีคุณสมบัติในการนำมากระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี เช่น พิษจากโรคคอตีบ พิษจากโรคบาดทะยัก เป็นต้น

ประเภทของวัคซีน 

วัคซีนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

  • วัคซีนพื้นฐานหรือวัคซีนบังคับ (Compulsory Vaccine) (EPI)

ได้แก่ วัคซีนที่บรรจุลงในแผนสร้างเสริมสุขภาพของประเทศ

  • วัคซีนเผื่อเลือก (Optional Vaccine)

คือ วัคซีนที่อาจมีประโยชน์แต่ยังไม่มีความแน่ชัดในเรื่องของความสำคัญของวัคซีนในเด็กไทย ประกอบกับวัคซีนมีราคาสูงทำให้รัฐบาลยังไม่มีความแน่ใจในเรื่องความคุ้มทุน จึงไม่ได้จัดเข้าอยู่ในแผนสาธารณสุขของประเทศ ถ้าต้องการฉีดจะต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง

  • วัคซีนสำหรับใช้ในกรณีพิเศษ (Special Vaccine)

คือวัคซีนที่มีความชัดเจนในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค หรือหากเป็นโรคแล้วอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง หรือใช้ในผู้ที่จะเดินทางไปในถิ่นที่มีการระบาดของโรค

  • วัคซีนที่อยู่ในการวิจัยและพัฒนา

หมายถึง วัคซีนที่มีความสำคัญต่อการป้องกันโรคแต่อยู่ระหว่างการพัฒนา หรือการทดลองกับอาสาสมัคร เช่น วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก มาลาเรีย เอดส์ เป็นต้น

ที่มา :

www.khonkaenram.com

www.paolohospital.com

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง : 

หัดเยอรมันในหญิงตั้งครรภ์ อันตรายต่อลูกในท้องอย่างไร

การเตรียมตัวก่อนคลอดธรรมชาติ คลอดเองเตรียมตัวอย่างไร คลอดธรรมชาติอันตรายไหม

วิธีป้องกันคลอดก่อนกำหนด คลอดก่อนกําหนด อาการอย่างไร แม่ท้องกลัวลูกคลอดก่อนกำหนด

บทความโดย

nantichaphothatanapongbow