จบปัญหาแผลเป็นนูนกวนใจ! เผยผลวิจัยทางคลินิก เทียบชัดๆ "ซิลิโคนเจล vs แผ่นแปะซิลิโคน" เลือกแบบไหนให้แผลสวยเนียน

หมดกังวลเรื่องแผลเป็นนูน! เผยผลวิจัยทางคลินิกเปรียบเทียบ 'ซิลิโคนเจล vs แผ่นแปะซิลิโคน' เลือกแบบไหนให้แผลหายไว เรียบเนียนสวยที่สุด

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

สำหรับคุณแม่ที่เพิ่งผ่านการผ่าคลอด หรือสาวๆ ที่เพิ่งได้รับการผ่าตัด หรือมีบาดแผลเล็ก ใหญ่ที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุ สิ่งหนึ่งที่มักจะสร้างความกังวลใจตามมาเสมอ คงหนีไม่พ้นเรื่องของรอย “แผลเป็น” โดยเฉพาะ แผลเป็นนูน แข็ง หรือ คีลอยด์ (Keloids) ที่นอกจากจะทำให้รู้สึกคันและระคายเคืองแล้ว ยังบั่นทอนความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้าในชีวิตประจำวันอีกด้วย

เมื่อถึงเวลาที่ต้องเริ่มดูแลแผลในช่วง Golden Period (หลังแผลแห้งสนิท) เป็นที่รู้กันว่า “ซิลิโคน” คือ First Line Treatment หรือแนวทางหลักในการช่วยดูแลรอยแผลเป็น แต่อาจจะมีคำถามต่อมาว่า ระหว่างผลิตภัณฑ์ดูแลแผลเป็นอย่าง “ซิลิโคนเจล” (Silicone Gel) กับ “แผ่นแปะซิลิโคน” (Silicone Sheet) ควรเลือกใช้แบบไหนดี? บางท่านอาจจะเคยเข้าใจว่าแผ่นแปะซิลิโคนน่าจะช่วยกดทับแผลได้ดีกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทางการแพทย์และงานวิจัยมีคำตอบที่น่าสนใจกว่านั้นค่ะ

 

 

วันนี้เราจะพาไปไขข้อข้องใจแบบหมดเปลือก โดยอ้างอิงจาก ผลการวิจัยทางคลินิกโดยคณะผู้วิจัย W. Gregory Chernoff ซึ่งทำการศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างการใช้ซิลิโคนเจล และ แผ่นแปะซิลิโคน โดยทดสอบกับผู้ที่มีปัญหา แผลเป็นนูน และคีลอยด์จริง (บริเวณหน้าท้องและใบหน้า) จำนวนกว่า 100 คน ตลอดระยะเวลา 90 วัน

มาดูกันค่ะว่า… เมื่อเทียบกันด้วยตัวเลขทางสถิติและการตรวจชั้นผิวหนังอย่างละเอียดแล้ว วิธีไหนที่จะช่วยจัดการแผลเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงได้ดีที่สุด

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

 

ผลวิจัยชี้ชัด! “ซิลิโคนเจล” ลดความนูนและรอยแดงได้เร็วกว่า

จากการติดตามผลอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 90 วัน ผลลัพธ์ที่ได้จากการวัดทางกายภาพและการตรวจเนื้อเยื่อทางพยาธิวิทยา เผยให้เห็นความแตกต่างที่น่าสนใจมากค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

1. แผลยุบตัวได้ดีกว่า: กลุ่มที่ทาซิลิโคนเจล ความนูนของแผลลดลงเฉลี่ยถึง 1.5 มิลลิเมตร ซึ่งทำได้ดีกว่ากลุ่มที่แปะแผ่นแปะซิลิโคนที่ลดลง 1.0 มิลลิเมตร

2. รอยแดงจางไวกว่า: ซิลิโคนเจลช่วยลดรอยแดงของแผลเป็นได้อย่างเห็นได้ชัด โดยมีคะแนนรอยแดงลดลงถึง 4.26 หน่วย เทียบกับแผ่นแปะซิลิโคนที่ลดลง 2.52 หน่วย

3. ฟื้นฟูถึงระดับโครงสร้างคอลลาเจน: เมื่อตรวจลึกถึงชั้นผิว พบว่าแผลที่ได้รับการดูแลทั้งสองแบบมีการจัดเรียงตัวของคอลลาเจนที่หลวมขึ้นและขนานไปกับผิว ไม่ขดเป็นก้อนนูนแข็งเหมือนแผลที่ปล่อยทิ้งไว้

นอกจากตัวเลขทางสถิติแล้ว ผลข้างเคียงจากการใช้งานยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญค่ะ ผู้ที่ใช้แผ่นแปะซิลิโคนมักพบปัญหาผิวเปื่อยยุ่ย (Maceration) อาการคัน หรือแผ่นแปะหลุดลอกขณะหลับ ในขณะที่กลุ่มที่ใช้ซิลิโคนเจลไม่พบปัญหาผิวระคายเคืองเลย แถมยังได้คะแนนความพึงพอใจในเรื่อง “ความง่ายในการใช้งาน” สูงกว่ามากอีกด้วย

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

ทำไม “ซิลิโคนเจล” จึงน่าใช้สำหรับคุณแม่ผ่าคลอดและคนที่มีรอยแผลเป็น

แม้ผลิตภัณฑ์ทั้งสองรูปแบบจะช่วยดูแลแผลเป็นได้ แต่ในชีวิตจริงของคุณแม่ที่ต้องคอยดูแลลูกน้อยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงหลายคน ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ “ความสะดวก” คือคีย์เวิร์ดสำคัญที่ชี้วัดว่าแผลจะออกมาสวยเนียนหรือไม่ค่ะ

1. สยบปัญหาการเสียดสี: แผลผ่าคลอดมักอยู่บริเวณหน้าท้อง ซึ่งต้องเจอทั้งขอบกางเกงชั้นในและผ้ารัดหน้าท้อง เนื้อเจลจะเคลือบแนบสนิทไปกับผิว เสมือนฟิล์มบางๆ ปกป้องแผล ไม่ต้องคอยกังวลว่าแผ่นแปะจะม้วน ขุย หรือเลื่อนหลุดจากการขยับตัว

2. ไม่อับชื้น ไม่ระคายเคือง: ด้วยสภาพอากาศเมืองร้อน การแปะแผ่นแปะซิลิโคนทิ้งไว้นานๆ อาจทำให้เกิดความร้อนและความชื้นสะสมจนผิวเปื่อยยุ่ย คัน หรือเป็นผื่น ซิลิโคนเจลจึงตอบโจทย์ผิวบอบบางได้ดีกว่า สบายผิวและไม่อับชื้น

3. สร้าง “ความสม่ำเสมอ” ได้ง่ายกว่า: การเริ่มดูแลแผลในช่วง Golden Period (7-14 วันหลังแผลแห้ง) เป็นช่วงเวลาทองที่เห็นผลลัพธ์ดีที่สุด และหัวใจสำคัญคือต้องใช้อย่างต่อเนื่อง 3-6 เดือนขึ้นไป การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อเจล ทาง่าย ซึมไว จึงช่วยให้เรามีวินัยในการทาได้ทุกวันโดยไม่รู้สึกยุ่งยากค่ะ

 

เคล็ดลับเลือกซิลิโคนเจล ดูแล แผลเป็นนูน ให้สวยเนียนขั้นสุด

สำหรับใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ซิลิโคนเจล แนะนำให้พลิกดูส่วนผสมข้างกล่อง เพื่อมองหา 2 เทคโนโลยีและสารสกัดสำคัญ ที่ช่วยยกระดับการดูแลแผลเป็นให้มีประสิทธิภาพและแตกต่างจากสูตรทั่วไปค่ะ

1. เทคโนโลยี CPX (Cyclopentasiloxane): ซิลิโคนเจลที่มีเทคโนโลยีนี้ จะให้เนื้อสัมผัสที่บางเบา เกลี่ยง่าย แห้งไว ไม่เหนอะหนะ แต่ยังคงเคลือบปกป้องผิวและรักษาความชุ่มชื้นบริเวณแผลเป็นได้อย่างดีเยี่ยม สามารถทาครีมบำรุงหรือแต่งหน้าทับได้ทันที

2. วิตามินซี เอสเทอร์ (Vitamin C Ester): นวัตกรรมวิตามินซีแบบใหม่ที่ไม่เป็นกรด ไม่ทำให้ผิวระคายเคือง ช่วยปรับสีผิวบริเวณ แผลเป็น ที่หมองคล้ำให้ดูจางลงและกลมกลืนกับผิวรอบข้างอย่างอ่อนโยน

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ระวังของปลอม! สวยปลอดภัย ต้องเลือกให้ชัวร์

สุดท้ายนี้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดูแลแผลเป็นแบบซิลิโคนเจลเป็นไอเทมฮอตฮิตที่คนใช้ดีแล้วบอกต่อ จึงมักมีสินค้าลอกเลียนแบบหรือของปลอมที่ไม่ได้มาตรฐานระบาดในท้องตลาด ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยเรื่องแผลเป็นแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้

เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่คุ้มค่า แนะนำให้เลือกซื้อจากร้านขายยาชั้นนำ โรงพยาบาล หรือช่องทาง Official Store ของแบรนด์ที่เชื่อถือได้เท่านั้นนะคะ จะได้มั่นใจว่าเป็นของแท้ 100% ช่วยดูแลแผลเป็นให้กลับมาสวยเนียน และคืนความมั่นใจให้เราได้อย่างเต็มที่ค่ะ

 

#แผลเป็น #คีลอยด์ #ซิลิโคนเจล #แผ่นแปะซิลิโคน #theAsianparent #DermatixUltra #DermatixUltraเอาจริงเรื่องแผลเป็น #DermatixThailand  

หาซื้อได้ที่ Boots, Watsons และร้านขายยาทั่วไป หรือถ้าใครถนัดชอปออนไลน์ ก็สามารถกดลิงก์ด้านล่างนี้

Shopee : https://bit.ly/4ahB3tV

Lazada : https://bit.ly/4p6C0LU 

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team