PM 2.5 ภัยเงียบขนาดจิ๋ว... ที่ความอันตรายไม่จิ๋วสำหรับเด็ก! ช่วงนี้มองไปทางไหนก็เจอแต่หมอกขาวๆ ใช่ไหมคะแม่? แต่ต้องระวังนะคะ เพราะนั่นไม่ใช่หมอกที่สดชื่น แต่มันคือ PM 2.5 เจ้าฝุ่นจิ๋วที่ร้ายกาจกว่าที่เราคิด! ด้วยขนาดที่เล็กกว่า 2.5 ไมครอน ทำให้ขนจมูกของลูกน้อยกรองไว้ไม่ได้ มันสามารถเดินทางผ่านหลอดลม เข้าสู่ปอด และทะลุเข้ากระแสเลือดไปทำร้ายระบบต่างๆ ในร่างกายได้เลยค่ะ
วันนี้ theAsianparent ร่วมกับ พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช จะมาชวนคุณแม่สำรวจว่าเจ้าฝุ่นจิ๋วนี้ส่งผลกระทบอะไรกับลูกเราบ้าง และเราจะรับมืออย่างไรดี?
ผลกระทบระยะสั้น เมื่อร่างกายลูก "ประท้วง" ฝุ่น
คุณแม่คะ... เราได้ยินคำว่า PM 2.5กันเกือบทุกวันจนดูเหมือนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ความจริงแล้วเบื้องหลังชื่อนี้มีภัยเงียบที่น่ากลัวซ่อนอยู่ค่ะ เจ้าฝุ่นจิ๋วนี้มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ถ้าอยากรู้ว่าเล็กแค่ไหน? ลองจินตนาการดูนะคะว่ามันมีขนาดเพียงประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมเราเท่านั้นเองค่ะ!
ด้วยขนาดที่จิ๋วระดับนี้ ทำให้มันสามารถลอยอยู่ในอากาศได้นานมาก และแอบผ่านการคัดกรองจากขนจมูกเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจได้อย่างง่ายดาย แถมเจ้าฝุ่นพวกนี้ยังไม่ได้มาแค่ตัวเปล่า แต่มักจะหอบเอา "ของแถม" ที่อันตรายอย่างสารก่อมะเร็งและเชื้อโรคติดมาด้วย เมื่อลูกสูดเข้าไป ร่างกายจึงเริ่มส่งสัญญาณเตือนออกมาเป็นอาการเหล่านี้ค่ะ
- ระบบทางเดินหายใจ: ลูกจะเริ่มป่วยบ่อยขึ้น เดี๋ยวเป็นหวัด เดี๋ยวไอ ติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ง่ายกว่าปกติจนแม่ๆ ตั้งตัวไม่ทันเลยค่ะ
- อาการภูมิแพ้พุ่งปรี๊ด: สังเกตดูนะคะว่าลูกน้ำมูกไหลบ่อยขึ้นไหม? หายใจครืดคราด จามบ่อย หรือคันตาขยี้ตาจนแดง บางคนมีผื่นคันตามข้อพับ ผิวแห้งลอก ซึ่งอาการพวกนี้กวนใจลูกมาก ส่งผลเสียต่อทั้งการนอนและการใช้ชีวิตสุดๆ ค่ะ
- โรคหอบหืด: สำหรับบ้านไหนที่ลูกเป็นหอบหืดอยู่แล้ว ต้องเข้มงวดเป็นพิเศษนะคะ เพราะฝุ่นนี้จะเข้าไปกระตุ้นให้อาการกำเริบหนักและทำให้สมรรถภาพปอดลดลงได้ค่ะ
อันตรายลามไปถึง "เบบี๋ในครรภ์"
ไม่ใช่แค่เด็กโตที่ต้องระวังนะคะ แม้แต่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ฝุ่นPM 2.5 ก็คือศัตรูตัวฉกาจค่ะ เพราะเจ้าฝุ่นจิ๋วนี้สามารถผ่านจากแม่ไปสู่ลูก เพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด หรือทำให้ลูกน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ แถมยังส่งผลกระทบไปถึงเซลล์สมองและพัฒนาการด้านการพูดและอารมณ์ของลูกน้อยในอนาคตด้วยนะคะ
ผลกระทบระยะยาว ภัยเงียบที่สะสมในร่างกาย
หลายครั้งที่เราคิดว่า "แค่ฝุ่นนิดเดียวไม่เป็นไรหรอก" แต่ถ้าลูกรับฝุ่นสะสมไปนานๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว มันจะกลายเป็นความเสียหายที่แก้ไขยากในตอนโตค่ะ เช่น สมรรถภาพปอดลดลงอย่างถาวร ร่างกายเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และอาจนำไปสู่โรคความดันโลหิตสูงตั้งแต่อายุยังน้อย
แม่จ๋ารู้ไหม เราไม่ต้องรอให้ลูกป่วยก่อนถึงจะมาหาหมอนะคะ สำหรับเด็กอายุ 5 ปีขึ้นไป คุณแม่สามารถพามาตรวจสมรรถภาพปอดเพื่อเช็กความแข็งแรงและวางแผนดูแลเชิงป้องกันได้ที่ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช ค่ะ
แยกให้ออก! นี่ "ภูมิแพ้" หรือ "ฝุ่น PM 2.5" กันแน่?
เชื่อว่าคุณแม่หลายท่านสับสนค่ะ เพราะอาการมันช่างคล้ายกันเหลือเกิน! แต่จุดสังเกตคือฝุ่นPM 2.5 มักจะทำให้ร่างกายลูกดูอ่อนเพลียและเสื่อมสภาพในหลายระบบพร้อมกัน
แต่เพื่อความชัวร์และไม่ต้องเดาเอง แนะนำให้พามาทดสอบภูมิแพ้ (Skin Prick Test หรือเจาะเลือด) ที่โรงพยาบาลนวเวชค่ะ เพื่อที่เราจะได้วางแผนรักษาด้วย "วัคซีนภูมิแพ้" (Immunotherapy) ให้ลูกรักหายขาดและกลับมาแข็งแรงสู้ฝุ่นได้อย่างตรงจุดที่สุดค่ะ
คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร
ในเมื่อเราเลี่ยงฝุ่นไม่ได้ 100% เราก็ต้องติดอาวุธให้ลูกรักค่ะ! มาดูวิธีป้องกันแบบมือโปรที่คุณแม่ทำได้ง่ายๆ กัน
- หน้ากากต้องเป๊ะ: หากต้องออกไปข้างนอก หน้ากาก N95 ดีที่สุดค่ะ แต่ถ้าเด็กเล็ก (1-2 ปีขึ้นไป) ที่ยังใส่ N95 ไม่ไหว การเลือกหน้ากากอนามัย 3 ชั้นที่กระชับใบหน้าก็ช่วยได้ระดับหนึ่งค่ะ
- เช็กค่า AQI ทุกเช้า: ก่อนพาลูกออกจากบ้าน อย่าลืมเช็กดัชนีคุณภาพอากาศผ่านแอปฯ นะคะ ถ้าค่าฝุ่นสีส้มหรือแดง แนะนำให้กิจกรรมในที่ร่มแทนค่ะ
- เครื่องฟอกอากาศต้องมี: เพราะอากาศในบ้านก็สำคัญ เครื่องฟอกอากาศจะช่วยลดปริมาณฝุ่นที่เล็ดลอดเข้ามาได้มากเลยค่ะ
- สเปรย์พ่นจมูก: อีกหนึ่งไอเทมลับที่คุณแม่ยุคใหม่ควรมีติดบ้าน เพราะจะช่วยดักจับฝุ่นและไวรัสไม่ให้ซึมเข้าเยื่อบุโพรงจมูกลูกนั่นเอง
สัญญาณเตือน! เมื่อไหร่ที่ต้องพาลูกไปหาหมอทันที?
คุณแม่ต้องคอยสังเกตอาการ "Red Flag" หรือสัญญาณอันตรายเหล่านี้ให้ดีนะคะ ถ้าเจอเมื่อไหร่ให้รีบพามาพบกุมารแพทย์ทันที
- ลูกป่วยบ่อยผิดปกติ หายยาก หรือหายแล้วแป๊บเดียวก็กลับมาเป็นอีก
- มีอาการหอบเหนื่อย หรือหายใจแรงจนอกบุ๋ม ร่วมกับมีไข้
- ลูกดูไม่ร่าเริง บ่นเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หรือหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ
- อาการภูมิแพ้เดิมกำเริบหนักจนยาที่เคยใช้เอาไม่อยู่แล้ว
ทำไมต้องที่ "ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช"?
เพราะเรารู้ว่าสุขภาพของลูกรักคือสิ่งที่รอไม่ได้... ที่ โรงพยาบาลนวเวช เรามุ่งมั่นดูแลเด็กๆ ทุกช่วงวัยด้วยทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางที่ไม่ได้แค่รักษาโรค แต่เราพร้อมรับฟังและให้คำปรึกษาคุณแม่ด้วยความเข้าใจเสมือนคนในครอบครัว
อย่าปล่อยให้ฝุ่นจิ๋วมาทำร้ายพัฒนาการและรอยยิ้มของลูกรักนะคะ หากคุณแม่กังวลใจเรื่องภูมิแพ้หรือสุขภาพทางเดินหายใจ สามารถนัดหมายเพื่อขอรับคำปรึกษาได้ที่
ศูนย์สุขภาพเด็ก (Children's Health Center) โรงพยาบาลนวเวช โทร. 02 483 9999
Line: @navavej
เว็บไซต์: NAVAVEJ HOSPITAL