Ask The Expert คุณแม่ถาม คุณหมอตอบ วิธีป้องกันยุง ให้ลูกแบบปลอดภัยและได้ผล

เพราะยุงร้ายไม่ได้นำมาแค่รอยแดง แต่ยังแฝงไปด้วยโรคน่ากลัวที่คุณแม่กังวลใจ Ask The Expert มีคำตอบกับคุณหมอเฉพาะทางในหัวข้อ 'วิธีป้องกันยุงให้ลูก แบบปลอดภัยและได้ผล'

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

“ยุงกัดตัวเดียว… แต่คนเป็นแม่เจ็บไปทั้งใจ” เชื่อว่าปัญหายุงกวนใจลูกน้อยเป็นเรื่องใหญ่สำหรับทุกบ้านเสมอค่ะ ไหนจะรอยแดง ผดผื่นคัน หรือความเสี่ยงจากโรคร้ายที่มากับยุง ทำให้คุณแม่ต้องคอยหา วิธีป้องกันยุง ที่ดีที่สุด แต่จะเลือกใช้อะไรให้มั่นใจว่า ‘ปลอดภัย’ และ ‘ไม่แพ้’ สำหรับผิวเด็กจริงๆ?

วันนี้ theAsianparent อาสาพาทุกคนไปหาคำตอบแบบเจาะลึกกับ นพ.วรุตม์ ทองใบ (คุณหมอเดียร์) กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้ รพ.พญาไท นวมินทร์ ที่จะมาเคลียร์ชัดทุกข้อสงสัย ตั้งแต่การเลือกผลิตภัณฑ์ไปจนถึงวิธีดูแลผิวลูกให้ห่างไกลยุงร้ายอย่างถูกวิธี มาเก็บข้อมูลไปพร้อมกันเลยค่ะ

 

เพราะ “ยุง” ไม่ได้น่ากลัวแค่ช่วงหน้าฝน ทำไมแม่ต้องปกป้องลูกตลอดเวลา?

แม้เรามักจะคุ้นชินกับการระวังยุงในช่วงหน้าฝน แต่คุณหมอเดียร์ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในประเทศไทยที่เป็นเขตร้อนชื้น “ยุง” สามารถเพาะพันธุ์และแพร่กระจายเชื้อโรคได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้อนที่ยุงมักจะหนีร้อนเข้ามาแอบในบ้าน หรือหน้าหนาวที่ยุงบางชนิดยังคงขยายพันธุ์ได้ดีในแหล่งน้ำนิ่ง

การป้องกันยุงจึงไม่ใช่ “กิจกรรมตามฤดูกาล” แต่คือ “ภารกิจประจำวัน” ของคนเป็นแม่ค่ะ เพราะยุงไม่ได้นำมาแค่ความรำคาญหรือรอยแดงเท่านั้น แต่ยังเป็นพาหะของโรคร้ายแรงที่อันตรายต่อเด็กเล็กมากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า

  • โรคไข้เลือดออก: ที่อาจรุนแรงถึงขั้นช็อกและเสียชีวิตได้
  • โรคไข้ปวดข้อยุงลาย (ชิกุนกุนยา): ทำให้ลูกน้อยทรมานจากอาการปวดข้อและไข้สูง
  • ไวรัสซิกา: ที่ส่งผลต่อพัฒนาการของระบบประสาทและสมอง

นอกจากเรื่องโรคแล้ว ผิวของเด็ก (โดยเฉพาะเด็กทารก) มีความบอบบางและไวต่อการกระตุ้นมากกว่าผู้ใหญ่มากค่ะ เมื่อโดนยุงกัด ร่างกายเด็กจะหลั่งสารฮิสตามีน (Histamine) ออกมาในปริมาณมาก ทำให้เกิดอาการบวมแดงอย่างรวดเร็ว สำหรับเด็กที่มีภาวะ “แพ้น้ำลายยุง” อาการอาจรุนแรงจนกลายเป็นตุ่มใส คันทรมานจนลูกเกาเป็นแผล ซึ่งเป็นประตูเปิดให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย จนเกิดการอักเสบลามกลายเป็นแผลเป็นทิ้งรอยดำไว้ให้คุณแม่ปวดใจในระยะยาว

ดังนั้น การมองหา วิธีป้องกันยุง ที่ได้ผลและปลอดภัย จึงเป็นสิ่งที่คุณแม่ต้องให้ความสำคัญสม่ำเสมอในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะอยู่ในฤดูไหนก็ตามค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

4 วิธีป้องกันยุง พื้นฐานที่คุณแม่ต้องทำให้ครบ

เพื่อให้การปกป้องลูกน้อยมีประสิทธิภาพสูงสุด คุณหมอแนะนำว่าไม่ควรพึ่งพาเพียงผลิตภัณฑ์กันยุงอย่างเดียว แต่ต้องใช้หลายวิธีร่วมกันดังนี้ค่ะ

1. กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย นี่คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุที่สุด คุณหมอแนะนำให้สำรวจรอบบ้านทุกๆ 7 วัน อย่าปล่อยให้มีน้ำขังนิ่ง โดยเฉพาะในจุดที่มองข้าม เช่น จานรองกระถางต้นไม้ แจกันดอกไม้ ตู้ปลา หรือแม้แต่ถาดรองน้ำหลังตู้เย็น หากมีบ่อน้ำหรืออ่างบัว ควรเลี้ยงปลาหางนกยูงเพื่อกินลูกน้ำ หรือใส่ทรายอะเบทเพื่อป้องกันการวางไข่

2. กางเกราะป้องกันทางกายภาพ การใช้มุ้งลวดติดหน้าต่างและประตูบ้านยังคงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด นอกจากนี้ เมื่อลูกหลับควรใช้มุ้งครอบเตียง หรือหากต้องพาลูกออกไปเดินเล่นข้างนอกในรถเข็น ควรเลือกใช้มุ้งคลุมรถเข็นเด็กเพื่อป้องกันยุงที่อาจแฝงตัวอยู่ตามพุ่มไม้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

3. การเลือกผลิตภัณฑ์กันยุงที่ปลอดภัย ในท้องตลาดมีให้เลือกมากมาย แต่สำหรับเด็กเล็ก คุณแม่ต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ โดยเลือกสูตรที่ระบุว่า “สำหรับเด็ก” หรือสูตรอ่อนโยนเท่านั้น ซึ่งเราจะไปเจาะลึกวิธีเลือกในหัวข้อถัดไปค่ะ

4. การแต่งกายอย่างเหมาะสม เวลาที่ยุงออกหากินบ่อยที่สุดคือช่วงเช้ามืดและช่วงพลบค่ำ หากต้องพาลูกไปทำกิจกรรมในช่วงนี้ ควรให้ลูกใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวที่ปกปิดมิดชิด แนะนำให้เลือกเนื้อผ้าที่บางเบา ระบายอากาศได้ดี (เช่น ผ้าฝ้ายคอตตอน) เพื่อไม่ให้ลูกร้อนจนเกิดผดผื่นความร้อนตามมา

 

ไขข้อสงสัย วิธีป้องกันยุง ผลิตภัณฑ์กันยุงแบบไหน “ปลอดภัย” สำหรับลูกเล็ก?

การใช้ผลิตภัณฑ์กันยุงในเด็ก คุณหมอเดียร์แนะนำว่า “ใช้ได้แต่ต้องเลือกให้ถูกวิธี” โดยมีเกณฑ์พิจารณาดังนี้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • ห้ามใช้สารเคมีรุนแรงในห้องเด็ก: ห้ามใช้สเปรย์ฉีดฆ่ายุงที่มีฤทธิ์ตกค้างนาน หรือยาจุดกันยุงที่มีควันคลุ้งในห้องที่เด็กอยู่อาศัยเด็ดขาด เพราะระบบทางเดินหายใจของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองหรือหอบหืดได้
  • เลี่ยงสาร DEET (Diethyltoluamide): สารนี้เป็นส่วนประกอบหลักในยากันยุงของผู้ใหญ่ที่ประสิทธิภาพสูง แต่สำหรับเด็กเล็กอาจซึมเข้าสู่กระแสเลือดและส่งผลต่อระบบประสาทได้ หากจำเป็นต้องใช้ในเด็กโต ควรเลือกที่มีความเข้มข้นต่ำและใช้ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุอายุชัดเจน: ผลิตภัณฑ์กันยุงบางชนิดอนุญาตให้ใช้ได้ตั้งแต่วัยแรกเกิด ในขณะที่บางชนิดเหมาะสำหรับเด็ก 6 เดือน หรือ 2 ปีขึ้นไป คุณแม่ต้องอ่านฉลากให้ถี่ถ้วนก่อนซื้อทุกครั้ง

 

เจาะลึก! ลูกเป็น “ภูมิแพ้” หรือผิวแพ้ง่าย ควรเลือกอย่างไร?

สำหรับบ้านที่มีลูกน้อยผิวบอบบางเป็นพิเศษ หรือมีโรคประจำตัวเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง คุณหมอเดียร์ให้คำแนะนำเป็นพิเศษว่า

  • มองหาสัญลักษณ์การันตีความปลอดภัย: เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า Hypoallergenic (ไม่ก่อให้เกิดการแพ้) หรือ Dermatologically Tested (ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนัง) ซึ่งจะช่วยลดโอกาสเกิดผื่นแพ้สัมผัสได้มาก
  • พลังจากธรรมชาติ (Natural & Organic): คุณหมอแนะนำให้เลือกใช้สารสกัดจากพืชธรรมชาติ เช่น ตะไคร้หอม (Citronella), ยูคาลิปตัส (Eucalyptus), หรือเปปเปอร์มินต์ (Peppermint) ซึ่งให้กลิ่นที่ยุงไม่ชอบและปลอดภัยต่อเด็กมากกว่าสารเคมีสังเคราะห์ แต่ต้องตรวจสอบว่าไม่มีแอลกอฮอล์หรือน้ำหอมฉุนๆ ผสมอยู่
  • ทดสอบการแพ้ก่อนใช้จริง (Patch Test): ก่อนจะทาทั้งตัว ให้ลองแต้มผลิตภัณฑ์ปริมาณเล็กน้อยที่บริเวณท้องแขนหรือข้อพับของลูก แล้วสังเกตอาการภายใน 24 ชั่วโมง หากไม่มีรอยแดง ตุ่มคัน หรือผื่นขึ้น จึงจะถือว่าปลอดภัยสำหรับลูกเรา
  • นวัตกรรม “แบบไม่สัมผัสผิว”: หากกังวลเรื่องการระคายเคืองผิวจริงๆ คุณหมอแนะนำให้ใช้ สติกเกอร์กันยุง (Mosquito Patches) ที่ใช้ติดบนเสื้อผ้า รถเข็น หรือหัวเตียงแทน หรือใช้สเปรย์กันยุงฉีดพ่นลงบนชุดที่ลูกใส่ วิธีนี้จะช่วยป้องกันยุงได้โดยที่สารกันยุงไม่สัมผัสกับผิวหนังของเด็กโดยตรง

 

เคล็ดลับการใช้และดูแลผิวหลังกันยุง

เพื่อให้การปกป้องยาวนานและปลอดภัยในระยะยาว คุณหมอได้ให้ทริคเพิ่มเติมไว้ดังนี้ค่ะ

  • เลี่ยงจุดเสี่ยง: ห้ามทายากันยุงบริเวณใบหน้า รอบดวงตา รอบปาก รวมถึง “ฝ่ามือ” ของลูก เพราะเด็กเล็กมักจะมีพฤติกรรมเอามือเข้าปาก หรือขยี้ตา ซึ่งอาจทำให้สารกันยุงเข้าสู่ร่างกายได้
  • ความบ่อยในการใช้: หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตรธรรมชาติและอ่อนโยน สามารถทาซ้ำได้ทุก 2-3 ชั่วโมง หรือตามที่ฉลากระบุ เพื่อประสิทธิภาพการป้องกันที่ต่อเนื่อง โดยไม่เป็นอันตรายค่ะ
  • การทำความสะอาดคือหัวใจ: เมื่อลูกกลับเข้าบ้านหรือหมดช่วงเวลาที่ยุงชุมแล้ว คุณแม่ต้องล้างยากันยุงออกเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ หรือใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดผิวบริเวณที่ทายาให้หมดจด เพื่อลดการสะสมของสารต่างๆ บนชั้นผิวหนังซึ่งอาจก่อให้เกิดการอุดตันหรือระคายเคืองในภายหลัง

การปกป้องลูกน้อยจากยุงร้ายไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลจนเกินไปหากเรามีความรู้ที่ถูกต้อง หัวใจสำคัญคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับช่วงวัยและสภาพผิวของลูกควบคู่ไปกับการจัดการสิ่งแวดล้อมรอบบ้านให้สะอาด

สุดท้ายนี้ หากคุณแม่พบว่าลูกมีอาการแพ้ยุงอย่างรุนแรง เช่น มีตุ่มบวมใหญ่ มีน้ำเหลืองซึม หรือลูกเคยมีประวัติแพ้สารเคมีรุนแรง คุณหมอแนะนำว่าควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อวางแผนหา วิธีป้องกันยุง และแนวทางการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล เพื่อให้เจ้าตัวเล็กสนุกกับทุกกิจกรรมได้อย่างปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดีค่ะ

หวังว่า Ask The Expert จะเป็นแนวทางให้คุณแม่ทุกท่านในการดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยจากยุงร้ายนะคะ สามารถรับชมคำแนะนำ วิธีป้องกันยุง ได้เพิ่มเติมตาม VDO ด้านล่างนี้ค่ะ

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team