วิธีแก้ลูกหายใจครืดคราด: สาเหตุ อาการ สัญญาณอันตราย และสิ่งที่พ่อแม่ควรรู้

ลูกหายใจครืดคราด อาจเกิดจากหวัดหรือติดเชื้อ รู้วิธีแก้ไขเบื้องต้น และเมื่อใดควรพาลูกไปพบแพทย์

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

วิธีแก้ลูกหายใจครืดคราด ทำได้หลายวิธี ทั้งล้างจมูก จัดท่านอน และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น พร้อมรู้สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์

 

ทำไมเสียง ลูกหายใจครืดคราด ถึงทำให้แม่กังวล?

สำหรับพ่อแม่มือใหม่ การได้ยินเสียงลูกน้อยหายใจดังครืดคราด โดยเฉพาะตอนกลางคืน อาจทำให้กังวลทันที หลายครั้งเสียงนี้อาจหายไปเอง แต่บางครั้งก็ต้องหา วิธีแก้ลูกหายใจครืดคราด อย่างถูกต้อง เพื่อช่วยให้ลูกหายใจสะดวกขึ้นและป้องกันโรคร้ายแรงตามมา

ตามข้อมูลจาก American Academy of Pediatrics (AAP) ระบุว่าเสียงหายใจผิดปกติเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่พ่อแม่พาลูกไปหาหมอ 

 

หายใจครืดคราดคืออะไร?

อาการหายใจครืดคราด คือการที่ทารกมีเสียงดังผิดปกติระหว่างหายใจ เช่น ครืดคราด เสียงหวีด หรือเสียงเสมหะติดคอ ซึ่งพ่อแม่สามารถใช้ วิธีแก้ลูกหายใจครืดคราด ได้ตั้งแต่เบื้องต้น เช่น ล้างจมูก หรือจัดท่านอนให้ถูกต้อง เพื่อลดการอุดกั้นของทางเดินหายใจ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

สาเหตุที่ลูกหายใจครืดคราด

ลูกอาจมีเสียงหายใจครืดคราดได้จากหลายปัจจัย เช่น

  • เป็นหวัดและคัดจมูก
  • ติดเชื้อ RSV หรือหลอดลมอักเสบ
  • แพ้ฝุ่นหรือควันบุหรี่
  • อากาศเปลี่ยนแปลง
  • โครงสร้างทางเดินหายใจยังไม่สมบูรณ์

หากพ่อแม่เข้าใจสาเหตุ ก็จะเลือกวิธีแก้ลูกหายใจครืดคราดที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้นค่ะ

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

วิธีแก้ลูกหายใจครืดคราด ที่พ่อแม่สามารถทำได้เองที่บ้าน

อาการหายใจครืดคราด มักเกิดจากน้ำมูกหรือเสมหะเล็กน้อยที่อุดตันในทางเดินหายใจ คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยบรรเทาได้ด้วย วิธีแก้ลูกหายใจครืดคราด ที่ง่ายและปลอดภัยดังนี้

1. ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ

การหยอดหรือล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ 0.9% เป็นวิธีที่กุมารแพทย์แนะนำมากที่สุด เพราะช่วยทำให้น้ำมูกที่เหนียวข้นอ่อนตัวลง และถูกดูดออกได้ง่ายขึ้น ทำให้จมูกโปร่ง หายใจสะดวกขึ้นโดยไม่ต้องใช้ยา

เคล็ดลับแม่ ๆ: ใช้ลูกยางหรือเครื่องดูดน้ำมูกดูดออกเบา ๆ หลังหยอดน้ำเกลือ จะช่วยให้ลูกหายใจโล่งขึ้นมาก

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

2. จัดท่านอนที่ถูกต้อง

ท่านอนมีผลต่อการหายใจของลูกโดยตรง โดยเฉพาะเวลาที่จมูกอุดตัน

  • ให้ลูกนอนหงาย ยกศีรษะเล็กน้อย เช่น ใช้ผ้าขนหนูม้วนวางใต้ที่นอนบริเวณศีรษะ
  • หลีกเลี่ยงการหนุนหมอนหนามากเกินไปในเด็กเล็ก เพราะเสี่ยงต่อการหายใจติดขัดและ SIDS (Sudden Infant Death Syndrome)

3. ใช้เครื่องเพิ่มความชื้น (Humidifier)

อากาศแห้งเกินไปอาจทำให้เยื่อบุจมูกบวมและมีน้ำมูกมากขึ้น การใช้เครื่องทำความชื้นในห้องนอนจะช่วยให้อากาศชุ่มชื้นขึ้น ลดการระคายเคือง และช่วยให้ลูกหายใจสบาย โดยเฉพาะในช่วงที่เปิดแอร์บ่อย ๆ

 

4. หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน และกลิ่นแรง

สิ่งแวดล้อมรอบตัวมีผลต่ออาการหายใจครืดคราดอย่างมาก

  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และควันธูป
  • ทำความสะอาดห้องนอนและเครื่องนอนเป็นประจำ
  • หากมีสัตว์เลี้ยง ควรแยกพื้นที่นอนออกจากลูกเพื่อลดขนและสารก่อภูมิแพ้ 

5. ให้นมบ่อย ๆ 

การให้นมจะช่วยให้ร่างกายลูกได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ทำให้เสมหะและน้ำมูกไม่เหนียวเกินไป นอกจากนี้ การดูดนมยังช่วยให้ลูกสงบและผ่อนคลาย จึงหายใจสะดวกขึ้น

 

ลูกหายใจครืดคราด ควรนอนท่าไหน?

พ่อแม่หลายคนสงสัยว่า วิธีแก้ลูกหายใจครืดคราดตอนนอน ควรทำอย่างไร นอนท่าไหนดี มีคำแนะนำดังนี้

  • แนะนำให้นอนหงาย ยกศีรษะเล็กน้อย
  • ห้ามใช้หมอนหนุนสูงเกินไปในเด็กเล็ก

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ลูกหายใจครืดคราดแบบไหนอันตราย?

แม้จะมี วิธีแก้ลูกหายใจครืดคราด หลายอย่างที่ช่วยได้ แต่หากลูกมีอาการดังนี้ ควรรีบพาไปหาหมอ

  • หายใจลำบาก หน้าอกบุ๋ม
  • ไข้สูง
  • เล็บหรือปากเขียว
  • ไม่กินนม ซึมลง

 

ท่าเคาะปอด เมื่อลูกมีเสมหะ

การใช้ ท่าเคาะปอด สามารถช่วยขับเสมหะและทำให้ลูกหายใจโล่งขึ้น

ท่าที่ 1: อุ้มลูกหันหน้าเข้าหาอกและเคาะด้านหลังส่วนบนเหนือสะบัก

ท่าที่ 2: จัดท่านอนหงายและเคาะบริเวณใต้ราวนม

ท่าที่ 3: ให้ลูกนอนตะแคงและเคาะเหนือชายโครงด้านข้าง

อ่านเพิ่มเติม วิธีเคาะปอด ระบายเสมหะ ช่วยลูกหายใจโล่ง (มีคลิป)!

 

 

คำถามที่แม่ๆ สงสัย เมื่อลูกหายใจครืดคราด

1. ลูกหายใจครืดคราดแต่ไม่มีไข้ ต้องกังวลไหม?

โดยทั่วไป หากลูกหายใจครืดคราดแต่ยังไม่มีไข้ กินนมได้ตามปกติ ร่าเริง และไม่แสดงอาการเหนื่อยหอบ มักไม่ใช่เรื่องอันตรายร้ายแรง อาการครืดคราดอาจเกิดจากน้ำมูกหรือน้ำลายที่ค้างอยู่ในโพรงจมูกหรือคอ ซึ่งพ่อแม่สามารถใช้ วิธีแก้ลูกหายใจครืดคราดเบื้องต้น ได้ เช่น ล้างจมูกหรือจัดท่านอนให้ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม HealthyChildren.org แนะนำว่า ถ้าเสียงครืดคราดไม่หายไปใน 3–5 วัน หรือมีอาการอื่น ๆ ตามมา เช่น กินนมน้อยลง ไอถี่ขึ้น หรือมีเสมหะมาก ควรพาลูกไปให้แพทย์ตรวจเพื่อความมั่นใจ เพราะในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการติดเชื้อทางเดินหายใจ 

2. ใช้ยาพ่นหรือยาลดน้ำมูกได้ไหม?

คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรซื้อยาพ่นหรือยาลดน้ำมูกมาใช้เองกับทารกหรือเด็กเล็ก เนื่องจากยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงและไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี เช่น อาจทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันขึ้น หรือทำให้จมูกบวมมากกว่าเดิมเมื่อหยุดใช้

Mayo Clinic แนะนำ วิธีแก้ลูกหายใจครืดคราดที่ปลอดภัยที่สุด คือการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ หลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคือง และใช้เครื่องทำความชื้น ส่วนเรื่องการใช้ยา ควรให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาและสั่งจ่ายตามความเหมาะสมกับอายุและอาการของลูก

 

 

3. ลูกครืดคราดบ่อย ๆ จะกลายเป็นหอบหืดหรือเปล่า?

เสียงหายใจครืดคราดในเด็กเล็ก ไม่ได้หมายความว่าจะต้องกลายเป็นโรคหอบหืดเสมอไป อาการครืดคราดจากน้ำมูกหรือติดเชื้อหวัดแตกต่างจากเสียงหวีด (wheezing) ที่สัมพันธ์กับโรคหอบหืด

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยจาก National Institutes of Health (NIH) พบว่า เด็กที่มีเสียงหายใจหวีดบ่อย ๆ โดยเฉพาะถ้ามีประวัติครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้หรือหอบหืด มีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนาไปเป็นโรคหอบหืดเมื่อโตขึ้น ดังนั้น หากลูกมีอาการครืดคราดหรือหวีดเป็นประจำ ควรพาไปพบกุมารแพทย์เพื่อทำการประเมินและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

 

4. ควรพาไปพบหมอบ่อยแค่ไหน?

การพาลูกไปพบแพทย์ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและความถี่ที่เกิดขึ้น โดยหลักทั่วไปคือ

  • ถ้าลูกครืดคราดเล็กน้อย แต่ไม่มีไข้ ยังกินนมและเล่นได้ปกติ อาจสังเกตอาการที่บ้านพร้อมใช้ วิธีแก้ลูกหายใจครืดคราด เช่น ล้างจมูกและดูแลสิ่งแวดล้อมให้ปลอดฝุ่น
  • ถ้ามีอาการร่วม เช่น หายใจแรง หน้าอกบุ๋ม เล็บหรือริมฝีปากเขียว ซึมลง หรือไม่ยอมกินนม ต้องพาไปพบแพทย์ทันที
  • หากอาการครืดคราดเกิดซ้ำ ๆ บ่อย ๆ แม้ไม่รุนแรง ก็ควรนัดพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

 

วิธีป้องกันไม่ให้ลูกหายใจครืดคราดบ่อย

1. หลีกเลี่ยงควันและฝุ่น: ช่วยป้องกันไม่ให้อาการหายใจครืดคราดรุนแรงขึ้น

2. ให้ลูกหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้แพ้: หากลูกมีอาการแพ้ เช่น ควันบุหรี่ ควันรถยนต์

3. ดูแลสุขภาพโดยรวม: รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และนอนหลับให้เพียงพอ

 

อาการหายใจครืดคราดในทารกเป็นเรื่องที่พ่อแม่เจอบ่อย แต่หากรู้จัก วิธีแก้ลูกหายใจครืดคราด ที่ถูกต้อง เช่น ล้างจมูก จัดท่านอน หรือใช้เครื่องทำความชื้น ก็สามารถช่วยให้ลูกหายใจสะดวกขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม หากมีอาการรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันที

 

ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย นพ. ชัยวัฒน์ เชื้อพันธุ์ แพทย์ หู คอ จมูก ภูมิแพ้

 

แหล่งอ้างอิง

โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์PobpadNurse KidsHdmallโค้ชเลิศพร สอนแม่และเด็กพี่กัลนมแม่BabimildHealthyChildren.org , Mayo ClinicCDCHealthlineNIH

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แม่แชร์ “อุทาหรณ์ลูกเป็นหวัด” แต่กลับต้องผ่าตัดที่เท้า!

แม่โพสต์! ลูกเป็นหวัดนาน ป่วยบ่อย อย่าชะล่าใจ สุดท้ายสูญเสียการได้ยิน

20 กุมารแพทย์เก่ง ๆ รายชื่อหมอเด็กในใจคุณแม่ มีท่านไหนบ้าง ?

บทความโดย

theAsianparent Editor