โรคเฮอร์แปงไจน่า ตุ่มแผลในปากเด็ก ติดง่าย ระบาดหนักในฤดูฝน พ่อแม่ต้องระวัง!

โรคเฮอร์แปงไจน่า ตุ่มแผลในปากเด็ก ติดง่าย ระบาดหนักในฤดูฝน พ่อแม่ต้องระวัง!

พ่อจ๋า แม่จ๋า เคยได้ยินชื่อนี้มั้ย โรคเฮอร์แปงไจน่า ตุ่มแผลในปากเด็ก ระบาดหนักในฤดูฝน พ่อแม่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะติดกันง่ายมาก!

โรคเฮอร์แปงไจน่า ตุ่มแผลในปากเด็ก ระบาดหนักในฤดูฝน

ในบรรดาโรค ที่ระบาดหนักในฤดูฝน และเป็นอีกโรคที่น่ากลัวสำหรับเด็ก ๆ ก็คือ โรคเฮอร์แปงไจน่า ตุ่มแผลในปากเด็ก เป็นโรคที่พ่อแม่ควรระมัดระวัง เพราะแพร่ระบาดง่าย ติดกันง่ายมาก แค่สัมผัส ไอ จาม ก็มีโอกาสติดเชื้อแล้ว

โรคเฮอร์แปงไจน่า ตุ่มแผลในปากเด็ก

โรคเฮอร์แปงไจน่า ตุ่มแผลในปากเด็ก (Herpangina) เกิดจากอะไร?

โรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina) เกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในกลุ่ม เอนเตอโรไวรัส (Enterovirus) หลายชนิด ได้แก่ คอกแซคกีไวรัส และเอคโคไวรัส ซึ่งมีอยู่หลายสายพันธุ์ย่อย ติดต่อได้จากการคลุกคลีกับผู้ป่วย แล้วสัมผัสกับน้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ ของผู้ป่วย

โรคเฮอร์แปงไจน่า ตุ่มแผลในปากเด็ก

อาการของโรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina)

อาการของ โรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina) จะคล้าย ๆ กับ โรคมือเท้าปาก แต่มีแตกต่างกัน คือจะมีตุ่มแดง ๆ ตุ่มน้ำเล็ก ๆ คล้ายแผลร้อนใน ขึ้นบริเวณในปากเท่านั้น จะอยู่ในช่องปาก บริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ ต่อมทอนซิล และในโพรงคอหอยด้านหลัง หรืออาจลามมาที่บริเวณโคนลิ้น กระพุ้งแก้ม ทำให้รู้สึกเจ็บคอ คอแดง และจะมีไข้สูงประมาณ 39.5 - 40 องศาเซลเซียส

ซึ่งเชื้อนี้จะอยู่ได้นานในอากาศเย็นและชื้น สามารถพบได้ตลอดทั้งปี แต่จะมาระบาดหนักมาในฤดูฝน จึงเป็นช่วงที่พ่อแม่ ควรระมัดระวัง และดูแลลูกน้อย ให้ดีเป็นพิเศษ

แม้ว่าอาการของ จะดูไม่รุนแรง แต่ก็ไม่น่าไว้วางใจ เพราะเมื่อเป็น ลูกจะมีไข้สูงเฉียบพลัน และอาจมีภาวะแทรกซ้อน ที่สามารถพบได้จากโรคนี้ เช่น การอักเสบของก้านสมอง กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

โรคเฮอร์แปงไจน่า ตุ่มแผลในปากเด็ก

การติดต่อของโรคโรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina)

สำหรับ โรคเฮอร์แปงไจน่า หรือตุ่มแผลในปากเด็ก นั้น เด็ก ๆ จะติดต่อกันได้ง่าย ผ่านทางน้ำมูก ไอ จาม โดยไม่ปิดปาก การสัมผัส หรือรับประทาน สิ่งที่ปนเปื้อนกับน้ำลาย น้ำมูก ของเพื่อนที่เป็น

โดยเฉพาะเด็ก ๆ วัยเรียนในช่วง 3-10 ขวบ ที่อยู่ร่วมกันในโรงเรียน หรือสถานเลี้ยงเด็ก จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina) สูง เนื่องจากการเล่น หยิบจับ ของเล่นร่วมกัน

โรคหน้าฝนเด็ก

วิธีการรักษาโรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina)

ปัจจุบันยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสตัวนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นเมื่อเด็กเป็น จึงต้องรักษาตามอาการ ให้ยาลดไข้ และยาชาทาแผลในปาก เพื่อบรรเทาอาการเจ็บ โดยทั่วไปไข้จะลดประมาณ 2-3 วัน แผลในปากหายได้เองประมาณ 1 สัปดาห์

หากไม่มีไข้สูง หรือไม่มีไข้ ก็ทำให้คุณแม่คลายกังวลลงได้ เพียงแต่ระวังภาวะแทรกซ้อน ที่อาจเกิดขึ้นดังกล่าว สามารถให้ลูกทานอาหารได้ปกติ แต่ถ้าเจ็บแผลในปากมาก ลูกมักจะไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมกลืนอาหาร ควรหาของอ่อน ๆ ให้ลูกรับประทาน เช่น อาหารประเภทน้ำซุป เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย รสไม่จัด และดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพื่อช่วยลดไข้ ลดอาการขาดน้ำ และช่วยย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น

แต่ถ้าหากลูกมีอาการรุนแรง ไข้สูงลอย กินอาหารไมได้เลย มีอาการขาดน้ำ หายใจหอบ แขนขาอ่อนแรง ชัก ปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะออกน้อย และมีสีเข้มผิดปกติ ควรรีบมาพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจะมีโรคแทรกซ้อน หรือมีการติดเชื้อแบคทีเรียในลำคอได้

โรคเฮอร์แปงไจน่าตุ่มแผลในปากเด็ก

วิธีป้องกันโรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina)

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น ว่าในปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina) ดังนั้น การป้องกัน ก็คือต้องดูแลตัวเอง ให้ห่างจากโรคนี้มากที่สุด วิธีรักษาสุขอนามัยทั่วไป เพื่อป้องกันการติดต่อของโรค และเนื่องจาก โรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina) เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกับโรค มือ เท้า ปาก การติดต่อก็คล้ายกัน ดังนั้นการป้องกันโรคจึงใช้หลักการเดียวกันได้

  • ถ้าหากทราบว่ามีการระบาดของ โรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina) ไม่ควรพาเด็กไปในพื้นที่แออัด
  • สอนลูกให้ดูแลความสะอาด หมั่นล้างมือก่อนและหลังกินข้าว รวมไปถึงหลังเข้าห้องน้ำ
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน เป็นเกราะป้องกันโรค
  • งดใช้ข้าวของเครื่องใช้ร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ที่ไม่สบาย เพื่อลดโอกาสติดเชื้อ
  • หากลูกไม่สบาย ควรให้หยุดเรียน เพื่อรักษาอาการ และสวมหน้ากากอนามัย เพื่อลดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

ในด้านความรับผิดชอบของทางโรงเรียนนั้น ก็ควรหมั่นทำความสะอาดของเล่นต่าง ๆ เพราะอาจปนเปื้อน น้ำลาย น้ำมูก หรือสิ่งขับถ่ายของเด็กได้ตลอด นอกจากนั้น ควรมีการสอบถามประวัติอาการเด็ก รวมทั้งตรวจร่างกาย เพื่อคัดกรองเด็กป่วยที่หน้าโรงเรียน ทั้งอาการไข้ และตุ่มน้ำที่ปาก ผื่นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ในช่วงที่มีการระบาดของโรค เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ โรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina) ไปสู่เด็กคนอื่น ๆ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

โรคหน้าฝน โรคที่มากับฤดูฝน ฝนตก ลูกเสี่ยงป่วยง่าย โรคไหนที่ต้องระวังในหน้าฝน โรคหน้าฝนในเด็ก

โรคมือเท้าปาก โรคใกล้ตัวเด็กวัยเรียน ทารก-เด็กเล็ก ก็มีโอกาสป่วยง่าย

พ่อแม่ต้องอ่าน 20 โรคหน้าร้อนในเด็ก 2020 เตรียมพร้อมรับมือ ดูแลลูกให้ดีกว่าเดิม

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

PP.

app info
get app banner