Ask the Expert: ตอบทุกคำถามแม่! ลูกเสี่ยงภูมิแพ้แค่ไหน? พร้อมวิธีสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วันแรก

Ask the Expert ลูกเสี่ยงภูมิแพ้แค่ไหน? เคลียร์ทุกข้อสงสัยของแม่ พร้อมวิธีสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วันแรก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ปัญหาเรื่องสุขภาพของลูกน้อยที่ทำให้พ่อแม่กังวลใจเป็นอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้นเรื่อง ภูมิแพ้ เพราะในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าเด็กยุคใหม่มีแนวโน้มเป็นโรคภูมิแพ้กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาการทางผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร หรือระบบทางเดินหายใจ ซึ่งหลายครั้งจุดเริ่มต้นของภูมิแพ้ในเด็กอาจแสดงออกผ่านอาการเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน จนคุณพ่อคุณแม่อาจเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาหรือการระคายเคืองตามสภาพแวดล้อมทั่วไป

ทว่าในความเป็นจริง หากปล่อยให้ร่างกายของลูกเผชิญกับสารก่อภูมิแพ้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง อาการเหล่านั้นอาจพัฒนาไปสู่ภาวะภูมิแพ้เรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ การนอนหลับ และคุณภาพชีวิตของลูกในระยะยาวได้ การสังเกตและประเมินความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้จึงเป็นด่านแรกที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกครอบครัว

อาการจามบ่อย คัดจมูก มีน้ำมูกใส หรือผื่นคันที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในเด็กเล็ก อาจไม่ใช่แค่เรื่องของสภาพอากาศ แต่เป็นสัญญาณเตือนของ “โรคภูมิแพ้” ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกรักของเรามีความเสี่ยงแค่ไหน? และมีวิธีป้องกันเพื่อสร้างเกราะคุ้มกันให้ลูกได้อย่างไรตั้งแต่แรกเกิด?

วันนี้ theAsianparent จะพาไปหาคำตอบกับ แพทย์หญิงพิลาสลักษณ์ นำชัยชนะกิจ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา ที่จะมาเจาะลึกทุกข้อสงสัย พร้อมแนะนำแนวทางการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยแข็งแรงตั้งแต่วันแรก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

จากคำแนะนำของคุณหมอ จะเห็นได้ว่าภูมิแพ้ในเด็กไม่ใช่เรื่องไกลตัว และสิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่มองข้าม “ลูกโซ่ภูมิแพ้” (Allergic March) เพราะอาการแพ้ในวัยทารกมักเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ เช่น ผื่นแพ้ผิวหนัง หรือการแพ้อาหาร ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาต่อเนื่องไปสู่อาการทางเดินหายใจอย่างภูมิแพ้จมูกหรือโรคหอบหืดเมื่อโตขึ้น

การตัดวงจรลูกโซ่ภูมิแพ้จึงต้องเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงขวบปีแรก ด้วยการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น และสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วันแรก ทั้งการส่งเสริมโภชนาการที่เหมาะสมและการดูแลสุขอนามัยในบ้าน เพื่อหยุดยั้งไม่ให้อาการลุกลามและช่วยให้ลูกเติบโตได้อย่างสมวัย แข็งแรงในระยะยาวค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team