เทคนิคดูแลแผลผ่าคลอดให้เนียนสวย เจาะลึก 'Golden Period' และวิธีจัดการรอยแผลจากมุมมองสูตินรีแพทย์

วิธีดูแลแผลผ่าคลอดให้เรียบเนียนสวย เจาะลึกช่วงเวลา Golden Period

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

หนึ่งในความกังวลใจอันดับต้นๆ ของคุณแม่หลังคลอด นอกจากการเลี้ยงดูลูกน้อยแล้ว ก็คือเรื่องของการดูแลแผลผ่าคลอดให้เรียบเนียนและไม่ทิ้งรอยแผลเป็นกวนใจค่ะ

คำถามคลาสสิกที่หมอมักถูกถามเสมอคือ “คุณหมอคะ ผ่าคลอดเสร็จแล้ว ต้องรอให้แผลหายสนิทเป็นเดือนๆ ก่อนไหมคะ ถึงจะเริ่มทายาได้*?”* หมอต้องขอเบรกความคิดนี้ไว้ก่อนเลยนะคะ! เพราะในทางการแพทย์ การปล่อยให้แผลสมานเองตามธรรมชาติโดยขาดการดูแลที่ถูกวิธี** อาจนำไปสู่การเกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid) ได้

วันนี้หมอจึงอยากชวนคุณแม่มาทำความเข้าใจกลไกการสมานแผล และทำความรู้จักกับ ‘Golden Period’ หรือ “ช่วงเวลาทอง” ที่สำคัญที่สุดในการดูแลแผลผ่าคลอด เพื่อทวงคืนผิวหน้าท้องที่เนียนสวยและเรียกความมั่นใจของคุณแม่ให้กลับคืนมาค่ะ

 

เจาะลึก ‘Golden Period’ นาทีทองหลังแผลปิดสนิท

ทำไมช่วงเวลา 1-2 สัปดาห์แรกหลังแผลปิดสนิทถึงสำคัญที่สุด?

ตามหลักสรีรวิทยาของการสมานแผล (Wound Healing Process) หลังจากที่คุณแม่ผ่าคลอด แผลจะเริ่มประสานและปิดสนิท (Epithelialization) ในช่วงประมาณ 7-14 วัน ซึ่งช่วงเวลานี้แหละค่ะคือ Golden Period ที่ผิวหนังจะเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมและปรับสภาพ (Remodeling Phase) อย่างเต็มที่

ปัญหาคือ ในช่วงแรกที่แผลเพิ่งปิด ผิวหนังชั้นบนสุดยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้แผลสูญเสียความชุ่มชื้นและน้ำระเหยออกไปได้ง่ายมาก (High Transepidermal Water Loss – TEWL) เมื่อผิวบริเวณนั้นแห้ง ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) เร่งผลิต “คอลลาเจน” ออกมาถมรอยแผลอย่างบ้าคลั่ง ผลที่ตามมาคือ แผลที่เคยเรียบเนียนจะค่อยๆ นูนหนา แข็ง รั้ง และกลายเป็นแผลเป็นคีลอยด์ที่รักษาได้ยากในที่สุดค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ทำไม “ซิลิโคนเจล” จึงเป็น First-Line Treatment ที่แพทย์แนะนำ

ในทางการแพทย์ระดับสากล เมื่อพูดถึงแนวทางการป้องกันและจัดการรอยแผลเป็น “ซิลิโคนเจล” (Silicone Gel) ถูกจัดให้เป็นมาตรฐานการรักษาลำดับแรก (First-Line Treatment) ตามแนวทางเวชปฏิบัติสากลค่ะ  จุดเด่นคือการใช้งานที่ง่าย ทาบางๆ และให้เจลเซตตัว 1-2 นาที ช่วยให้คุณแม่ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเจลหลุดลอก

กลไกการทำงานของซิลิโคนเจลที่ทำให้คุณหมอไว้วางใจ คือการสร้างชั้นฟิล์มโพลีเมอร์บางๆ เคลือบปิดบาดแผลไว้ (Semi-permeable membrane) ทำหน้าที่เลียนแบบผิวหนังชั้นนอก เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นและลดการระเหยของน้ำ (ลดค่า TEWL) เมื่อแผลมีความชุ่มชื้นที่สมดุล ร่างกายก็จะรับรู้และหยุดส่งคอลลาเจนส่วนเกินมาที่แผล กระบวนการเกิดคีลอยด์จึงถูกระงับ ทำให้แผลค่อยๆ นุ่มลง เรียบเนียนสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือช่วยลดอาการคันและตึงรั้ง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความรำคาญใจให้คุณแม่ได้อย่างดีเยี่ยมค่ะ

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เคล็ดลับการเริ่มดูแลแผลด้วยตัวเอง: หัวใจคือ “ความต่อเนื่อง”

เมื่อทราบถึงความสำคัญของซิลิโคนเจลแล้ว คุณแม่สามารถเริ่มใช้ได้ทันทีในจังหวะ Golden Period ค่ะ นั่นคือ “เมื่อแผลแห้งสนิท สะเก็ดหลุดหมด และไม่มีน้ำเหลืองซึม” (ปกติคือหลังตัดไหมหรือประมาณสัปดาห์ที่ 2 เป็นต้นไป)

เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยคุณแม่สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ซิลิโคนเจลเกรดทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone Gel) จากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีงานวิจัยรองรับ โดยสิ่งที่เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของการรักษาคือ “วินัย” ค่ะ

การดูแลรอยแผลเป็นต้องอาศัยความต่อเนื่อง หมอแนะนำให้ทาซิลิโคนเจลบางๆ บริเวณรอยแผลผ่าคลอด เป็นประจำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง (เช้า-เย็น) อย่างน้อย 3-6 เดือน การทาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเสริมสร้างกระบวนการจัดเรียงตัวของเนื้อเยื่อให้เป็นระเบียบ และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าการทาๆ หยุดๆ อย่างแน่นอนค่ะ

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ข้อควรระวังช่วงแรก: “แผลห้ามโดนน้ำ” และการรักษาความสะอาด

อีกหนึ่งความกังวลใจของคุณแม่มือใหม่คือเรื่องการอาบน้ำ หมอขอเน้นย้ำว่า ในช่วง 7 วันแรกหลังผ่าตัด หรือก่อนที่คุณหมอจะนัดตรวจแผล/ตัดไหม “ห้ามให้แผลผ่าคลอดโดนน้ำเด็ดขาด” ค่ะ เพราะความชื้นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้แผลอักเสบและติดเชื้อได้

คุณแม่สามารถอาบน้ำได้โดยใช้พลาสเตอร์กันน้ำแบบใสปิดทับแผลให้สนิท และหลีกเลี่ยงการถูสบู่หรือขัดบริเวณรอยแผลโดยตรง เมื่อพ้นระยะสัปดาห์แรกและแพทย์ยืนยันว่าแผลปิดสนิทดีแล้ว จึงจะสามารถอาบน้ำตามปกติได้ แต่อย่าลืมว่าหลังอาบน้ำเสร็จทุกครั้ง ต้องรีบใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ “ซับ” (ห้ามถู) บริเวณแผลให้แห้งสนิททันทีนะคะ

 

ปรับไลฟ์สไตล์ ลดแรงตึงรั้ง เพื่อแผลสมานไว

นอกจากการใช้ตัวช่วยอย่างซิลิโคนเจลแล้ว การใช้ชีวิตประจำวัน (Lifestyle Modification) ก็มีผลอย่างมากต่อความสวยงามของแผลค่ะ

  • เสื้อผ้าต้องเป็นมิตร: ในช่วง 1-2 เดือนแรก ควรเลือกสวมใส่กางเกงชั้นในและเสื้อผ้าที่เป็นผ้าฝ้าย ระบายอากาศได้ดี ที่สำคัญคือ “ขอบกางเกงต้องไม่รัดหรือกดทับบริเวณรอยแผล” เพื่อป้องกันการเสียดสี
  • ลดแรงดึงรั้งหน้าท้อง: หลีกเลี่ยงการยกของหนัก (ที่หนักกว่าน้ำหนักตัวลูก) รวมถึงการเอี้ยวตัวหรือลุกนั่งอย่างรวดเร็ว เพราะแรงดึง (Mechanical Tension) จะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็นที่หนาขึ้น

 

สุดท้ายนี้ หมออยากฝากคุณแม่ทุกท่านไว้ว่า “การป้องกันแผลเป็นคีลอยด์ ง่ายกว่าการตามรักษาหลายเท่าตัว” ค่ะ รอยแผลผ่าคลอดไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเราเข้าใจช่วงเวลา Golden Period และมีวินัยในการดูแลตัวเองด้วยซิลิโคนเจลทางการแพทย์อย่างสม่ำเสมอ รอยแผลนี้ก็จะกลายเป็นเพียง “รอยยิ้มแห่งความภูมิใจ” ที่เนียนสวยและไม่ทิ้งร่องรอยกวนใจไว้บนหน้าท้องของคุณแม่อย่างแน่นอนค่ะ

 

น.ต.หญิง พญ.กิรณา เบญมงคลชัย

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team