เจาะลึก การเสริมภูมิคุ้มกัน RSV ในหญิงตั้งครรภ์ ส่งผ่านภูมิคุ้มกันให้ทารกแรกเกิดได้อย่างไร

การเสริมภูมิคุ้มกัน RSV ในช่วงอายุครรภ์ 24-36 สัปดาห์ เป็นการส่งมอบภูมิคุ้มกันผ่านทางรกไปสู่ลูกน้อยในครรภ์ ช่วยในการป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างรุนแรงจากเชื้อไวรัส RSV ได้นานถึง 6 เดือนหลังคลอด ซึ่งเป็นช่วงแรกของชีวิตที่ลูกน้อยมีความเสี่ยงสูงสุดต่อการเจ็บป่วยรุนแรง

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่า การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างจากเชื้อไวรัส RSV พบมากที่สุดในเด็กทารกที่อายุต่ำกว่า 1 ปี และมักรุนแรงในทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน1 บทความนี้จะเผยเคล็ดลับว่าคุณพ่อคุณแม่จะสามารถสร้างเกราะป้องกันต่อเชื้อไวรัส RSV ให้กับลูกน้อยได้อย่างไร

 

RSV คืออะไร

RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus คือ ไวรัสชนิดหนึ่งที่มี 2 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ RSV-A และ RSV-B โดยไวรัสชนิดนี้เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็กเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อให้เกิดอาการรุนแรงในกลุ่มเด็กทารกที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน เนื่องจากทางเดินหายใจยังมีขนาดเล็กและระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์1,2 ไวรัส RSV มักก่อโรคในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหลอดลมใหญ่หรือหลอดลมฝอยอักเสบ และปอดอักเสบได้2

เชื้อไวรัส RSV สามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านละอองฝอยจากสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ รวมถึงการสัมผัสกับวัตถุที่มีเชื้อปนเปื้อน เช่น ของเล่น โต๊ะ หรือเก้าอี้ เชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายชั่วโมง และอาจติดอยู่บนผิวหนังของเราได้นานถึงครึ่งชั่วโมง2

 

เด็กทารกและเด็กเล็กทุกคนมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ RSV ได้2

เด็กทุกคนมีโอกาสติดเชื้อไวรัส RSV โดยสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยระบุว่าเด็กกลุ่มต่อไปนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะมีอาการรุนแรง :

  • เด็กอายุต่ำกว่า 1-2 ปี
  • เด็กที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • ทารกที่คลอดก่อนกำหนด
  • เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ หรือโรคปอดเรื้อรัง

ในบางกรณีการติดเชื้อไวรัส RSV อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เช่น หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ หรือปอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ซึ่งภาวะเหล่านี้อาจทำให้ลูกน้อยมีอาการที่รุนแรงมากขึ้น

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

โดยคุณแม่ทุกคนสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ เพื่อช่วยปกป้องลูกน้อยต่อไวรัส RSV ตั้งแต่แรกเกิด ให้มั่นใจว่า คุณพ่อคุณแม่ได้ดูแลและปกป้องเขาอย่างดีที่สุดตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก

 

สถานการณ์ RSV ในประเทศไทย: ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus: RSV) มักพบการระบาดสูงในประเทศไทยช่วงเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายนของทุกปี ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 21 กรกฎาคม 2568 พบว่ามีรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัส RSV แล้ว 1,631 ราย3 แต่หากย้อนไปที่ปี 2567 จะพบรายงานผู้ป่วยตลอดปีทั้งหมด 8,375 ราย โดยเกือบร้อยละ 70 ของจำนวนนี้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี (5,762 ราย)4

ในแต่ละปีเชื้อไวรัส RSV ทั้งสายพันธุ์ A และ B จะระบาดพร้อมกัน4 ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการติดเชื้อ RSV ที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน ดังนั้นการป้องกัน RSV เพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรคและโอกาสป่วยจาก RSV จึงมีความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะในเด็กทารกและเด็กกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสป่วยรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น ๆ2

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

 

แนวโน้มจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัส RSV รายสัปดาห์ในปีพ.ศ. 2567 ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

ภูมิคุ้มกันจากแม่ส่งผ่านภูมิคุ้มกันไปยังลูกได้อย่างไร?

คุณแม่ที่ได้รับวัคซีน RSV ระหว่างตั้งครรภ์ ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส RSV ซึ่งภูมิคุ้มกันนี้จะส่งผ่านทางรกไปยังลูกน้อยในครรภ์ด้วย กลไกนี้เป็นกลไกที่น่ามหัศจรรย์ของร่างกายมนุษย์ที่ได้รับการศึกษาพิสูจน์แล้วว่าแม่สามารถส่งผ่านภูมิคุ้มกันผ่านสายรกไปให้กับทารกในครรภ์ได้5

หลักการนี้ได้ถูกนำมาปรับใช้ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับหญิงตั้งครรภ์ตามคำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยปี พ.ศ. 2568  ในความร่วมมือกับราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวไทย สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย โดยแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์รับวัคซีน RSV ชนิด bivalent (สองสายพันธุ์) ในช่วงอายุครรภ์ 24-36  สัปดาห์เพื่อส่งผ่านภูมิคุ้มกันไปปกป้องลูกน้อยตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลกจนถึง 6 เดือนหลังคลอด6

 

ช่วงเวลาที่แนะนำสำหรับการฉีดวัคซีน RSV ในหญิงตั้งครรภ์

สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยแนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์รับวัคซีน RSV ชนิด bivalent (สองสายพันธุ์) ในช่วงอายุครรภ์ 24-36 สัปดาห์ เพื่อป้องกันทารกจากการติดเชื้อ RSV รุนแรงในทางเดินหายใจส่วนล่างตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน6 โดยจากการศึกษาการส่งผ่านภูมิคุ้มกัน RSV จากแม่สู่ทารก พบว่าสามารถส่งผ่านภูมิคุ้มกันไปยังทารกได้ในระดับสูงไม่ว่าแม่จะรับวัคซีนในช่วงสัปดาห์ใดในช่วง 24-36 สัปดาห์7 นอกจากนี้ภูมิคุ้มกัน RSV ที่ร่างกายแม่สร้างขึ้นนั้นมีโครงสร้างที่หลากหลาย (Polyclonal Antibody) ที่จะช่วยดักจับไวรัส RSV และปกป้องลมหายใจของลูกน้อยตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก8

ประโยชน์ของภูมิคุ้มกันจากแม่สู่ลูก

คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด ระบบภูมิคุ้มกันของทารกนั้นยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ โดยลูกน้อยจะต้องพึ่งพาภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากคุณแม่เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการส่งผ่านทางรกตั้งแต่ในครรภ์ หรือจากน้ำนมแม่หลังคลอดเพื่อรับมือกับเชื้อแบคทีเรียและไวรัส9

เช่นเดียวกับการรับวัคซีน RSV ขณะตั้งครรภ์ ภูมิคุ้มกันที่ส่งมอบผ่านทางรกไปสู่ลูกน้อยจะช่วยเป็นเกราะป้องกันให้กับทารกตั้งแต่แรกเกิดได้ โดยพบว่าทารกจะมีภูมิคุ้มกันอยู่ในร่างกายตั้งแต่แรกคลอด สามารถป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างรุนแรงจาก RSV ได้ โดยวัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันทารกได้ไปจนถึงอายุ 6 เดือนหลังคลอดซึ่งเป็นช่วงอายุที่เขามีความเสี่ยงสูงที่สุด6,8

 

ความมั่นใจในวัคซีน RSV สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

วัคซีน RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์ได้ผ่านการศึกษาอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นทั้งในคุณแม่และในทารกหลังคลอด โดยพบว่าอาการอาจพบในคุณแม่ ได้แก่ อาการปวดบริเวณที่ฉีด (ร้อยละ 41) ปวดศีรษะ (ร้อยละ 31) ปวดกล้ามเนื้อ (ร้อยละ 26) และคลื่นไส้อาเจียน (ร้อยละ 20) ซึ่งอาการเหล่านี้มักหายไปใน 2-3 วัน อีกทั้งยังไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในแม่และทารกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ6

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ปัจจุบันหน่วยงานด้านสาธารณสุขระดับโลก เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (CDC) ได้ออกคำแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์รับวัคซีน RSV เพื่อส่งผ่านภูมิคุ้มกันไปยังทารก10,11 และในขณะนี้วัคซีน RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก12 ดังนั้น คุณแม่จึงสามารถปรึกษาและขอคำแนะนำเรื่องวัคซีน RSV จากสูตินรีแพทย์ที่กำลังดูแลคุณแม่อยู่ได้อย่างมั่นใจ

 

การป้องกัน RSV ในเด็กเล็ก

การปกป้องลูกน้อยจากเชื้อไวรัส RSV นั้นสามารถอาศัยการสร้างภูมิคุ้มกันเชิงรุกผ่านวัคซีนและการดูแลสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน6,13 ซึ่งจะกลายเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดให้ลูกน้อยปลอดภัยจากไวรัสร้ายนี้

การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับวัคซีน RSV ถือเป็นการมอบภูมิคุ้มกันด่านแรกให้ลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์ ช่วยลดความเสี่ยงในการป่วยรุนแรงของทารกแรกเกิดได้อย่างมีนัยสำคัญ6 ควบคู่ไปกับการดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน ไม่ว่าจะเป็นการหมั่นล้างมือให้สะอาด หลีกเลี่ยงการพาลูกน้อยไปยังสถานที่แออัด และการทำความสะอาดของใช้และของเล่นเด็กเป็นประจำ การดูแลสุขอนามัยเหล่านี้จะช่วยลดโอกาสในการสัมผัสและแพร่กระจายของเชื้อไวรัส RSV ได้13

หากคุณพ่อคุณแม่สนใจรับคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยววัคซีน RSV อย่าลืมปรึกษาสูตินรีแพทย์ที่ดูแลคุณแม่อยู่ เพื่อให้เจ้าตัวน้อยได้รับการปกป้องจาก RSV ตั้งแต่ในครรภ์ สามารถเติบโตขึ้นได้อย่างมั่นใจและแข็งแรง

*โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพิ่มเติมหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรค การวินิจฉัย หรือการใช้ยา

 

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. Rohan C. et al, Infect Dis Ther, 2017;6:477–486
  2. สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย, โรคติดเชื้ออาร์เอสวี RSV, เข้าถึงเมื่อ กรกฎาคม 2568 จาก https://www.pidst.or.th/A667.html
  3. กรมควบคุมโรค, กรมควบคุมโรค เตือน “ฤดูฝน” ช่วงฤดูการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) แนะนำเฝ้าระวังการระบาดโดยเฉพาะในเด็กเล็ก, เข้าถึงเมื่อ กรกฎาคม 2568 จาก https://www.ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=54309&deptcode=brc&news_views=536
  4. กรมควบคุมโรค, สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี, เข้าถึงเมื่อ กรกฎาคม 2568 จาก https://ddc.moph.go.th/uploads/ckeditor2//files/_Situation%20RSV%202024.pdf
  5. Etti et al., American Journal of Obstetrics and Gynecology, 2022; 226 (4): 459–74.
  6. สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568, คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ, 2568; 24-25,43-44
  7. Munjal Iona, Presented at VRBPAC, 18th May 2023; https://www.fda.gov/media/168255/download
  8. Jones Jefferson, Centers for Disease Control and Prevention Clinical Considerations for RSVpreF Maternal Vaccine and Nirsevimab, 22nd June 2023; https://www.cdc.gov/acip/downloads/slides-2023-06-21-23/05-RSV-Mat-Ped-Jones-508.pdf
  9. Maree Gleeson et al., FEMS Immunology & Medical Microbiology, 2004;42:21–33
  10. World Health Organization, WHO Outlines Recommendations to Protect Infants against RSV – Respiratory Syncytial Virus, 30th May 2025; https://www.who.int/news/item/30-05-2025-who-outlines-recommendations-to-protect-infants-against-rsv-respiratory-syncytial-virus.
  11. Centers for Disease Control and Prevention, RSV Vaccine Guidance for Pregnant Women, 30th August 2024; https://www.cdc.gov/rsv/hcp/vaccine-clinical-guidance/pregnant-people.html
  12. World Health Organization, Safety of maternal vaccination against RSV, July 2025; https://www.who.int/groups/global-advisory-committee-on-vaccine-safety/topics/rsv
  13. งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, พ่อแม่ควรรู้ไว้ วิธีป้องกันไวรัส RSV ให้ไกลจากลูก, เข้าถึงเมื่อ กรกฎาคม 2568 จาก https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/infographic/พ่อแม่ควรรู้ไว้-วิธีป้อ/

 

PP-A1G-THA-0246

บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
1 อาคารพาร์ค สีลม ชั้น 27 ห้อง 2701-2704 และ 2707-2708 ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์ 02-761-4555

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team