ในฐานะแม่คนหนึ่ง เรื่องยุงก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เป็นห่วงลูกไม่แพ้เรื่องอื่นเลยค่ะ และยิ่งช่วงนี้ได้มีโอกาสลอง BabyLove ผ้าอ้อมกันยุง ที่เขาว่าช่วยปกป้องลูกน้อยจากยุงได้จริง ก็ยิ่งตื่นเต้นที่จะได้มารีวิวให้ทุกคนดูกันค่ะ
เพราะหลังจากได้ลองใช้แล้ว ลูกก็หลับสบายตลอดคืน ไม่มีตุ่มยุงมากวนใจเลย นอกจากนี้คุณภาพของผ้าอ้อมก็ดีเยี่ยม ซึมซับดีเยี่ยม และสัมผัสนุ่มละมุนผิวลูกไม่แพ้รุ่นอื่นเลยค่ะ ตามมาดูกันค่ะว่าทำไม BabyLove ผ้าอ้อมตัวนี้ถึงเป็นไอเทมที่แม่ ๆ ยุคใหม่ควรมีติดบ้าน!
ความร้ายของยุงที่แม่ๆ ต้องระวัง!
เรื่องยุงก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เป็นห่วงลูกไม่แพ้เรื่องอื่นเลยค่ะ โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันที่ โรคไข้เลือดออก ยังคงน่ากังวล เพราะข้อมูลจากปี 2568 จากสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พบการระบาดในหลายพื้นที่ของไทย และกลุ่มเด็กวัยเรียนอายุ 5 – 14 ปี รองลงมาคือ 15 – 24 ปี ยังคงเป็นกลุ่มที่พบอัตราป่วยสูงสุด ทำให้เราในฐานะแม่ต้องหาวิธีป้องกันลูกจากยุงให้ดีที่สุดค่ะ
เตือนภัยจากยุงร้าย โรคใกล้ตัวที่แม่ๆ ต้องระวัง!
แม่ๆ รู้ไหมคะว่ายุงไม่ได้มีแค่ช่วงหน้าฝน แต่มีอยู่ทุกวัน ทุกฤดูเลยค่ะ และที่น่ากังวลกว่านั้นคือ เมื่อยุงกัดลูกน้อยของเรา ไม่ใช่แค่จะทำให้ผิวลูกเป็นตุ่มคัน แต่ยังเป็นพาหะนำโรคร้ายแรงอีกหลายชนิดเลยค่ะ มาดูกันว่ามีโรคอะไรบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
- โรคไข้เลือดออก: โรคยอดฮิตที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค เมื่อลูกน้อยเป็นจะมีไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน และอาจมีจุดเลือดออกเล็กๆ ตามตัว แม่ๆ ห้ามใช้ยาแอสไพรินเด็ดขาดนะคะ
- โรคชิกุนกุนยา: โรคนี้ก็มียุงลายเป็นพาหะเช่นกันค่ะ จะทำให้ลูกปวดตามข้อ โดยเฉพาะข้อนิ้วมือและข้อมือ แม้ไม่มียารักษาเฉพาะทาง แต่สามารถรักษาดูแลตามอาการทางการแพทย์ เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดให้ลูกได้ค่ะ
- โรคไข้มาลาเรีย: โรคที่มียุงก้นปล่องเป็นพาหะ มักพบในพื้นที่ป่าหรือชายแดน ลูกจะมีไข้สูง หนาวสั่น คล้ายเป็นหวัดแต่รุนแรงกว่า ถ้าต้องพาไปในพื้นที่เสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาป้องกันก่อนเดินทางนะคะ
- โรคไข้ซิกา: โรคนี้มียุงลายเป็นพาหะค่ะ อาการทั่วไปคือลูกจะมีผื่นขึ้นตามตัว ปวดหัว ปวดข้อ แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ ถ้าคุณแม่ตั้งครรภ์ติดเชื้อ อาจส่งผลให้ลูกที่คลอดออกมามีศีรษะเล็กกว่าปกติได้ค่ะ
- โรคเท้าช้าง: เกิดจากยุงลายเสือเป็นพาหะนำหนอนพยาธิมาสู่ร่างกาย จนทำให้ขาหรืออวัยวะเพศบวมผิดรูปค่ะ
จะเห็นได้ว่ายุงตัวเล็กๆ แต่ภัยร้ายไม่เล็กเลยนะคะ การป้องกันลูกจากยุงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดค่ะ
ปกป้องลูกน้อยอย่างอ่อนโยนด้วย BabyLove ผ้าอ้อมกันยุง
และนี่คือไอเทมใหม่ที่อยากให้คุณแม่ที่มีลูกเล็กได้ลองใช้กันค่ะ เพราะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่จะปกป้องลูกน้อยจากยุงร้ายได้อย่างมั่นใจ และที่สำคัญยังคงคุณสมบัติเด่นของ BabyLove ผ้าอ้อมกันยุง ที่คุณแม่หลายคนหลงรักไว้ครบถ้วน
ทำไมถึงต้อง BabyLove ผ้าอ้อมกันยุง ?
- อ่อนโยนและปลอดภัย: ผสานสารสกัดจาก ตะไคร้ธรรมชาติ ที่ช่วยปกป้องลูกน้อยจากยุงได้ยาวนานถึง 9 ชั่วโมง โดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง เพราะผ่านการทดสอบมาแล้วว่า Dermatologically Tested ปลอดภัยต่อผิวบอบบางของลูกแน่นอน
- ซึมซับเยี่ยม แห้งสบายตลอดคืน: ด้วยนวัตกรรมการซึมซับที่ยาวนานถึง 9 ชั่วโมง ช่วยให้ลูกน้อยหลับสบายไม่ตื่นเพราะความเปียกชื้น
- ระบายอากาศดีเยี่ยม: มี Turbo Air Flow ที่ช่วยระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ทำให้ไม่อับชื้น หมดกังวลเรื่องผื่นผ้าอ้อม
- ล็อกกระชับ ป้องกันการรั่วซึม: ด้วยขอบขา 2 ชั้นที่กระชับพอดี ช่วยป้องกันการรั่วซึมได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะลูกจะขยับตัวท่าไหนก็สบายใจได้เลย
ถ้าคุณแม่กำลังมองหาผ้าอ้อมที่ตอบโจทย์ครบ ทั้งซึมซับดีเยี่ยม แห้งสบาย อ่อนโยน และยังช่วยปกป้องลูกน้อยจากยุงร้ายได้อีกด้วย เบบี้เลิฟ ผ้าอ้อมกันยุง ห่อสีเขียว นี้แหละค่ะ คือตัวเลือกที่ใช่สำหรับคุณแม่และลูกน้อยแน่นอน
BabyLove ผ้าอ้อมกันยุง ไซส์ไหนที่ใช่สำหรับลูกน้อยของคุณแม่
เพื่อให้คุณแม่เลือกผ้าอ้อมได้พอดีกับตัวลูกน้อยที่สุด เบบี้เลิฟ ผ้าอ้อมกันยุง มีให้เลือกถึง 3 ไซส์ โดยออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของลูกน้อยในแต่ละช่วงวัยโดยเฉพาะค่ะ
- ไซส์ M: เหมาะสำหรับลูกน้อย น้ำหนัก 5-11 กิโลกรัม (1 ห่อ มี 15 ชิ้น)
- ไซส์ L: เหมาะสำหรับลูกน้อย น้ำหนัก 9-14 กิโลกรัม (1 ห่อ มี 12 ชิ้น)
- ไซส์ XL: เหมาะสำหรับลูกน้อย น้ำหนัก 12-17 กิโลกรัม (1 ห่อ มี 11 ชิ้น)
คุณแม่สามารถเลือกไซส์ให้เหมาะกับน้ำหนักของลูกได้เลยนะคะ เพื่อให้ผ้าอ้อมกระชับพอดีตัว และช่วยปกป้องลูกน้อยจากยุงร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งวันค่ะ
ผ้าอ้อมดีมีชัยไปกว่าครึ่งนะจะบอกให้ !
คุณแม่คะ การเลือกผ้าอ้อมที่ดีไม่ได้ช่วยแค่เรื่องซึมซับอย่างเดียว แต่ยังเป็นเคล็ดลับสำคัญที่ช่วยให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมีความสุขด้วยค่ะ เพราะเมื่อลูกไม่ถูกยุงรบกวน ไม่ว่าจะทำกิจกรรมสนุกๆ หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็ทำได้อย่างเต็มที่ มีความสุข ส่วนตอนกลางวันหรือกลางคืน ก็หลับสนิท หลับได้เต็มอิ่ม ตื่นขึ้นมาพร้อมความสดใส ไม่งอแงแน่นอนค่ะ
การนอนหลับส่งผลต่อการเรียนรู้ของลูกน้อยได้อย่างไร?
คุณแม่รู้ไหมคะว่าการนอนหลับของลูกน้อย ไม่ใช่แค่การพักผ่อนร่างกาย แต่ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สมองกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อพัฒนาการเรียนรู้และจดจำสิ่งต่าง ๆ เลยค่ะ
- เสริมสร้างความสามารถในการเรียนรู้และความจำ: การนอนหลับที่เพียงพอจะช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในวันรุ่งขึ้น และทำให้ลูกจดจำสิ่งที่เรียนรู้ไปแล้วในวันก่อนหน้าได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วง Non-rapid Eye Movement Sleep ที่สมองจะสร้างคลื่น Sleep spindles ขึ้นมา ยิ่งมีคลื่นนี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลดีต่อการเรียนรู้และยังสัมพันธ์กับระดับ IQ ของเด็กอีกด้วย
- เปลี่ยนความจำระยะสั้นเป็นระยะยาว: สมองส่วน Hippocampus จะทำหน้าที่เก็บความจำระยะสั้น และในช่วงที่ลูกหลับลึก (Slow wave sleep) ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปเก็บเป็นความจำระยะยาวที่สมองส่วน Cerebral cortex ทำให้ลูกสามารถจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ
กล่าวโดยสรุป การนอนหลับที่เพียงพอจึงไม่เพียงส่งผลต่อการเรียนรู้และความจำเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อสมาธิ และการควบคุมอารมณ์ของลูกอีกด้วยค่ะ
ลูกน้อยควรนอนกี่ชั่วโมงถึงจะเพียงพอ?
ชั่วโมงการนอนที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามช่วงวัยของลูกน้อยค่ะ
- เด็กทารกอายุ 4-12 เดือน: ควรนอนหลับ 12-16 ชั่วโมงต่อวัน
- เด็กเล็กอายุ 1-2 ปี: ควรนอนหลับให้ได้ 11-14 ชั่วโมงต่อวัน
- เด็กอายุ 3-5 ปี: ควรนอนหลับให้ได้ 10-13 ชั่วโมงต่อวัน
การให้ลูกได้นอนหลับอย่างเต็มที่และมีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ไม่ควรมองข้ามเลยนะคะ
ปกป้องผิวลูกน้อยจากยุงตัวร้าย ไปช้อปกันเลย!
คุณแม่คะ อย่ารอช้า! อยากให้ลูกนอนหลับดี มาปกป้องผิวบอบบางของลูกน้อยจากยุงตัวร้ายด้วย BabyLove ผ้าอ้อมกันยุง กันเถอะค่ะ
สามารถช้อปออนไลน์ง่ายๆ ได้เลยที่ Lazada และ Shopee หรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์หลักของ BabyLove เลยค่ะ
อ้างอิง
- สถานการณ์โรคไข้เลือดออกปี 2568, สถาบันวัคซีนแห่งชาติ
- รู้จักโรคร้ายที่มี “ยุง” เป็นพาหะนำโรค, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
- การนอนหลับ กลไกสำคัญพัฒนาการเรียนรู้ของลูกน้อย, โรงพยาบาลศิครินทร์