ลูกมีน้ำมูกนิดหน่อย มีผื่นแดงคันนิดนึง… เดี๋ยวก็คงหาย” เวลาที่ลูกน้อยมีอาการคัดจมูก ผื่นขึ้น หรือลมพิษ คุณแม่หลายท่านอาจคิดว่าเป็นเพียงแค่อาการแพ้ หรือแพ้ฝุ่นละออง ชั่วคราวทั่วไปที่ไม่ได้น่ากังวลอะไร แต่ในความเป็นจริง หากลูกน้อยถูกกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ตั้งแต่ยังเล็กและไม่ได้รับการดูแลอย่างตรงจุด อาการที่ดูเหมือนจะ “เดี๋ยวก็หาย” เหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนแรกของภัยเงียบที่เรียกว่า “Allergic March” หรือ “ลูกโซ่ภูมิแพ้
ดังนั้น เมื่อเริ่มสังเกตเห็นอาการ เช่น คัดจมูก มีผื่นแดง คัน หรือลมพิษ แม้อาการจะดูไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ “Allergic March” หรือ “ลูกโซ่ภูมิแพ้” ซึ่งเป็นการดำเนินของโรคภูมิแพ้ที่สามารถพัฒนาต่อเนื่องไปตามช่วงวัย หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
Allergic March (ลูกโซ่ภูมิแพ้) คืออะไร? ทำไมพ่อแม่ ไม่ควรมองข้าม?
Allergic March คือ การดำเนินโรคตามธรรมชาติ (natural history) ของโรคภูมิแพ้ในเด็กมีการดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จากภูมิแพ้ชนิดหนึ่งลุกลามไปเป็นอีกชนิดหนึ่งตามช่วงวัยและการเจริญเติบโต ราวกับปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ตามติดลูกน้อยไปจนโต โดยมักจะมีลำดับขั้นดังนี้ค่ะ
- จุดเริ่มต้น (ทารก – 1 ขวบ): มักเริ่มจากอาการแพ้อาหาร หรือมีอาการโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ มีผื่นคันแดง ซึ่งพบได้ตั้งแต่ช่วงเดือนแรกๆ
- ขั้นกว่า (อายุ 1-2 ปีขึ้นไป): หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาการแพ้จะดำเนินไปสู่ระบบทางเดินหายใจ เกิดเป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้จมูก และเยื่อบุตาอักเสบ
บางครั้งอาการแพ้ชนิดแรกอาจหายไป แต่กลับเหมือนถูกแทนที่ด้วยภูมิแพ้ชนิดอื่น หรือในบางกรณี เด็กอาจต้องเผชิญกับอาการภูมิแพ้หลายชนิดพร้อมกันในช่วงเวลาเดียว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตและการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ของลูก
ภูมิแพ้ในเด็ก… เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?
แล้วอะไรคือตัวการที่เข้าไปกระตุ้นจุดเริ่มต้นของลูกโซ่ภูมิแพ้? ทำไมเด็กยุคนี้ถึงเป็นภูมิแพ้กันเยอะ? สาเหตุหลักๆ ที่คุณแม่ควรระวัง แบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยสำคัญ ดังนี้ค่ะ
1. การถ่ายทอดทางพันธุกรรม (Genetics): พันธุกรรมคือปัจจัยตั้งต้นที่สำคัญมาก สถิติระบุว่าเด็กไทยในปัจจุบันมากกว่า 50% มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคภูมิแพ และที่น่าตกใจคือ อีกการศึกษาพบว่าตัวเลขความเสี่ยงนี้จะพุ่งสูงถึง 80% ทันที หากทั้งคุณพ่อและคุณแม่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ร่วมด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นที่ค้อนข้างสูงทีเดียวเลยนะคะ
2. ปัจจัยกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม (Environment): แม้ลูกจะไม่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรม แต่สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน โดยเฉพาะมลภาวะและฝุ่น PM 2.5 ที่ลอยอยู่รอบตัว ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ก็เป็นตัวการร้ายที่พร้อมจะเข้าไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันที่ยังทำงานไม่สมบูรณ์ของเด็กเล็ก ทำให้อาการภูมิแพ้แฝงแสดงตัวออกมาได้ง่ายและเร็วขึ้น
การปล่อยให้ลูกน้อยเผชิญกับปัจจัยกระตุ้นเหล่านี้โดยการเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงและป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ย่อมเป็นการเปิดทางให้วงจร Allergic March ให้เริ่มทำงาน..
รู้ทัน ปัจจัยเสี่ยง ลูกโซ่ภูมิแพ้… ป้องกันได้ตั้งแต่แรกเริ่มด้วยนมแม่ที่มีคุณสมบัติเป็น H.A.
หนึ่งในแนวทางการดูแลลูกน้อยจาก Allergic March คือการ “ป้องกันตั้งแต่ขวบปีแรก” ซึ่งปราการด่านแรกที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับลูกน้อยก็คือ “นมแม่”
การให้นมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน หรือนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคภูมิแพ้ได้สูงถึง 42% เพราะนมแม่มีคุณสมบัติเป็น H.A. (Hypoallergenic) โดยโปรตีนในนมแม่บางส่วนถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลง จึงจัดเป็น นมที่มีโปรตีนผ่านการย่อยบางส่วน หรือ Partially Hydrolyzed Proteins (PHP) ทำให้ระบบทางเดินอาหารของทารกสามารถย่อยและดูดซึมได้ง่าย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอาการแพ้ของลูกน้อยได้
สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้: พรีไบโอติก และ โพรไบโอติก
นอกจากโปรตีนในนมแม่บางส่วนถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลงเพื่อลูกน้อยแล้ว ในนมแม่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารกว่า 200 ชนิด และหนึ่งในสารอาหารสำคัญอย่าง พรีไบโอติก ชนิด โอลิโกแซคคาไรด์ (HMO) ที่ประกอบด้วย 5 ชนิด (5 HMOs) ได้แก่ 2’FL, DFL, LNT, 6’SL, และ 3’SL ทำหน้าที่เป็นอาหารชั้นดีให้กับจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้
เมื่อทำงานร่วมกับ โพรไบโอติก (Probiotics) หลากหลายสายพันธุ์ที่พบในนมแม่ เช่น B. lactis (บีแล็กทิส) ซึ่งมีบทบาทช่วยปรับสมดุลลำไส้ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพดีขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อก่อโรคบางชนิดได้อีกทางหนึ่ง
ท้ายที่สุดแล้ว การเริ่มต้นดูแลลูกด้วยโภชนาการที่ดี โดยให้ความสำคัญกับนมแม่เป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการจัดเตรียมอาหารตามวัยที่เหมาะสมและมีคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลายนอกจากจะเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยป้องกัน ลูกน้อยจากภัยเงียบอย่างลูกโซ่ภูมิแพ้แล้ว ยังเปรียบเสมือนการปูรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงในระยะยาว เมื่อร่างกายของเขาพร้อม สุขภาพกายดี สบายท้อง และไม่ถูกขัดจังหวะด้วยอาการป่วยเรื้อรัง เขาก็พร้อมที่จะก้าวออกไปสำรวจโลกกว้าง เปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ และพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ วันค่ะ อย่างไรก็ตาม หากคุณแม่มีข้อสงสัยเกี่ยวความเสี่ยงในการเกิดภูมิแพ้ การดูแลสุขภาพของลูกน้อย ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกันภูมิแพ้สำหรับเด็ก
- ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารอาหารที่มีประโยชน์ในนมแม่และมีบทบาทต่อสุขภาพและพัฒนาการของลูกน้อย คลิก https://www.smomclub.com/
- ปรึกษา-พูดคุยเกี่ยวกับสุขภาพโภชนาการและพัฒนาการสำหรับคุณแม่และลูกน้อยตามช่วงวัย โดยทีมพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่ Line open chat S-Mom คลับเด็กแพ้ง่าย: https://line.me/ti/g2/3S7kJXBP3Ee6jwN6q1YnY81WRQbQMlqAQEW8IQ?utm_source=invitation&utm_medium=link_copy&utm_campaign=default
- เช็กความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ที่ https://www.s-momclub.com/baby-allergies
Reference
- Bergmann RL, et al. Clin Exp Allergy 1997:27:752-760
- Chad Z. Paediatr Child Health 2001:6(8):555-566.
- Hill DA and Spergel JM. Ann Allergy Asthma Immunol 2018;120:131-137.
- เข้าใจโรคภูมิแพ้ – BNH HOSPITAL
- (ch9airport.com)