เตือนระวัง 3 ภัยเงียบ อันตรายจากหลอดฟลูออเรสเซนต์!

สมัยนี้ อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัดกันไป ซื้อหลอดไฟยังเลือกหลอดประหยัดไฟเลยค่ะ แต่ระวังให้ดีนะคะ หลอดประหยัดไฟ (หลอดฟลูออเรสเซนต์, หลอดตะเกียบ) เป็นภัยเงียบ! มีอันตรายที่คุณอาจยังไม่รู้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เตือนระวัง 3 ภัยเงียบ อันตรายจากหลอดฟลูออเรสเซนต์! งานวิจัยชิ้นหนึ่งในเยอรมันประกาศเตือนว่า หลอดประหยัดไฟประเภทหลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดตะเกียบจะปล่อยไอปรอทกระจายในอากาศสูงถึง 20 เท่า ถ้าหลอดไฟแตก ก๊าซพิษจะรั่วไหลปนเปื้อนในอากาศและสิ่งแวดล้อม องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของอเมริกา (EPA) ถึงกับออกประกาศขั้นตอนการจัดการซากหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่แตกอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันประชาชนจากอันตรายใกล้ตัว เตือนระวัง 3 ภัยเงียบ อันตรายจากหลอดฟลูออเรสเซนต์! คุณพ่อ คุณแม่ อาจคาดไม่ถึง ถึงอันตรายจากหลอดประหยัดไฟประเภทหลอดฟลูออเรสเซนต์

หลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent lamp) หลอดฟลูออเรสเซนต์ส่วนประกอบ เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่นิยมใช้กันอยู่ทั่วไป ให้แสงสว่างนวลสบายตา มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าหลอดแบบมีไส้ (Incandescent lamp) ถึง 8 เท่า และให้ความสว่างมากกว่าในกำลังวัตต์ที่เท่ากัน

หลอดฟลูออเรสเซนต์ มีส่วนประกอบหลัก คือ แก้ว ส่วนที่เหลือ ประกอบด้วย ขั้วหลอดทำจากอลูมิเนียม ผงฟอสเฟอร์สำหรับเคลือบผิวหลอดเพื่อการเรืองแสง นอกจากนี้ ภายในหลอดยังบรรจุด้วยสารปรอท จึงทำให้ซากหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่หมดอายุการใช้งานแล้ว ถือเป็นของเสียอันตราย

หลอดฟลูออเรสเซนต์ มีกี่แบบ

รู้หรือไม่ หลอดฟลูออเรสเซนต์อาจทำให้…

  • เวียนหัว
  • ปวดหัวแบบมาเป็นชุด ๆ เวลาเดิมทุกวัน (cluster headache)
  • ปวดไมเกรน
  • ชัก
  • อิดโรย เหนื่อยล้า
  • ไม่มีสมาธิ
  • มะเร็ง

ภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในหลอดฟลูออเรสเซนต์

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

หลอดฟลูออเรสเซนต์ มีกี่แบบ

  1. สารปรอท

เป็นโลหะหนักชนิดหนึ่งที่มีจุดหลอมเหลวต่ำ สามารถระเหยกลายเป็นไอได้ง่าย แขวนลอยอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานาน และสามารถตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน การแตกของหลอดฟลูออเรสเซนต์ จะทำให้ไอปรอทระเหยออกสู่สิ่งแวดล้อม หากสูดดมเข้าไป จะทำให้สารปรอทเข้าไปสะสมในร่างกาย และเกิดผลกระทบต่อระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ นอกจากนี้ การทิ้งซากหลอดฟลูออเรสเซนต์ รวมไปกับขยะ มูลฝอยทั่วไป จะทำให้สารปรอทที่ปนเปื้อนอยู่ในซากหลอดฟลูออเรสเซนต์ แพร่กระจายเข้าสู่สิ่งแวดล้อม และหากปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำและเข้าสู่วงจรอาหาร จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตเป็นอย่างมาก และยากต่อการแก้ไขในภายหลัง

พิษเฉียบพลันเมื่อเข้าสู่ร่างกาย
– เกิดแผลพุพอง
– เนื้อเยื่อภายในอักเสบ มีเลือดออก
– อุจจาระเป็นเลือด
– เจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก
– ปวดท้อง และมีอาการอาเจียน
– หมดสติ

พิษเรื้อรัง
– สัมผัสได้ถึงรสโลหะ
– เนื้อเยื่อช่องปากอักเสบ
– เบื่ออาหาร ร่างกายอ่อนเพลีย
– เนื้อเยื่ออวัยวะภายในถูกทำลาย
– ไตเสื่อม ปัสสาวะน้อยหรือปัสสาวะไม่ออก
– ระบบประสาทถูกทำลาย ความจำเสื่อม
– หูเสื่อม ไม่ได้ยินเสียง สายตามัว มองเห็นไม่ชัด พูดจาไม่ชัด ไม่เป็นคำ มือเท้าชา
– มีอาการหงุดหงิด และมีอาการทางจิต
– กล้ามเนื้อใบหน้า มือ และเท้าสั่นกระตุก
– เป็นโรคผิวหนังหรือผดผื่นได้ง่าย

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  1. สารก่อมะเร็ง

งานวิจัยชิ้นใหม่จากแล็บวิจัย ALAB เบอร์ลิน รายงานว่า หลอดประหยัดไฟมีส่วนประกอบที่เป็นสารก่อมะเร็งหลายตัว เช่น

ฟีนอล (phenol) – ผลึกสีขาวที่ได้จากน้ำมันดิน มีฤทธิ์กรดอ่อน มักใช้ในอุตสาหกรรมเคมีหลายประเภท เช่น ยา น้ำยาทำความสะอาด ยากำจัดศัตรูพืช สีย้อม

เนฟทาลิน (Naphthalene) – สารประกอบสีขาวที่ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิน มีกลิ่นฉุน ระเหิดได้ ใช้ทำลูกเหม็นและเป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมเคมี เช่น สี กระดาษสำเนา

สไตริน (Styrene) – สารไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัวที่ได้จากการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม เป็นสารตั้งต้นใช้ทำกล่องโฟม

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  1. รังสี UV

หลอดประหยัดไฟปล่อยทั้งรังสี UVB และ UVC ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวหนังและสายตา รังสีเหล่านี้จะไปรบกวนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ส่งผลให้ผิวหนังชะลอการสังเคราะห์วิตามินดี 3 ถ้ามีรังสียูวีสะสมมาก ๆ อาจเป็นมะเร็งผิวหนังได้

ต้องทำอย่างไรถ้าหลอดฟลูออเรสเซนต์แตก! คลิกอ่านวิธีเก็บซากหลอดไฟที่ถูกต้องในหน้าต่อไปเลยค่ะ

 

หลอดฟลูออเรสเซนต์ มีกี่แบบ หลอดฟลูออเรสเซนต์เมื่อแตกจะเป็นอันตรายมาก เพราะไอปรอทและสารพิษอื่น ๆ จะออกมาปนเปื้อนในอากาศและสิ่งแวดล้อม (ภาพประกอบจาก planetled.com.au)

สำคัญมาก ต้องรู้ !!

ถ้าเกิดเผลอทำหลอดประหยัดไฟแตก ห้ามใช้เครื่องดูดฝุ่น ห้ามหยิบเศษหลอดไฟด้วยมือเปล่า ต้องจัดการเก็บกวาดตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ดังนี้

อย่าเพิ่งรีบเก็บ ให้ทุกคน (รวมถึงสัตว์เลี้ยง) ออกจากห้องให้หมดก่อน

  1. ปิดแอร์ แล้วเปิดประตู หน้าต่างทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที
  2. เตรียมอุปกรณ์ : เทปกาว กระดาษ และซองพลาสติกแบบซองยา
  3. ใช้กระดาษโกยเศษแก้วและเศษผงอย่างระมัดระวัง แล้วเก็บเศษผงที่เหลือให้สะอาดหมดจดด้วยเทปกาว จากนั้นนำของทั้งหมดใส่ในซองพลาสติกที่เตรียมไว้
  4. เอาขยะไปทิ้งในถังขยะอันตราย
  5. เปิดหน้าต่างทิ้งไว้ให้อากาศระบายต่ออีก 3-4 ชั่วโมง

นอกจากนี้ เราต้องช่วยกันทิ้งหลอดไฟที่เสื่อมสภาพให้ถูกวิธีด้วย ห้ามทิ้งหลอดไฟปนกับขยะทั่วไป เพราะหลอดไฟอาจโดนกระแทกแตกแล้วสารปรอทจะกระจายปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมและแหล่งน้ำ เป็นอันตรายต่อผู้ที่สัมผัสโดยตรงและผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง วิธีทิ้งที่ถูกต้อง คือ ห่อกระดาษป้องกันอย่างแน่นหนา แล้วทิ้งลงในถังขยะอันตราย รอให้โรงงานกำจัดขยะนำกลับไปรีไซเคิล

หากยังมีข้อสงสัย โปรดคลิกอ่านแนวทางการจัดการซากหลอดฟลูออเรสเซนต์ในประเทศไทย

ที่มา : healthawarenessforall.com

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง :

ระวัง! เทียนหอม, น้ำหอมปรับอากาศอาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์

ทานยาพาราเซตามอลครั้งละ 2 เม็ด อันตรายที่หลายคนอาจยังไม่รู้

10 น้ำยาซักผ้าเด็ก ฆ่าเชื้อโรค ผ้าหอม ไม่เป็นอันตรายต่อลูก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา