วิจัยชี้! ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง และพัฒนาการลูกน้อย รีบป้องกันก่อนสาย!

undefined

ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง และขัดขวางพัฒนาการเด็กอย่างไร พร้อม 9 วิธีปกป้องลูกรักจากสารพิษและอนุภาคจิ๋วในของใช้ใกล้ตัวที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

Advertisement

คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าในแต่ละวัน ลูกรักของเราอาจกำลังรับประทาน หายใจ และสัมผัสกับอนุภาคพลาสติกขนาดจิ๋วโดยที่เราไม่รู้ตัว? ล่าสุดมีงานวิจัยที่น่ากังวลพบว่า ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง ของเด็กได้โดยตรง เนื่องจากอนุภาคเหล่านี้สามารถทะลุผ่านแนวกั้นสมอง ก่อให้เกิดการอักเสบและขัดขวางฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต ส่งผลให้เด็กเสี่ยงต่อภาวะสมาธิสั้น (ADHD) และปัญหาด้านพฤติกรรมในระยะยาว

ในยุคที่ความสะดวกสบายมักมาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์พลาสติก “ไมโครพลาสติก” (Microplastics) ได้กลายเป็นภัยเงียบที่แทรกซึมอยู่ทุกที่ ตั้งแต่อากาศที่เราหายใจ อาหารที่กิน ไปจนถึงของเล่นชิ้นโปรดของลูก วันนี้ theAsianparent จะพาไปเจาะลึกข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ว่า ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง และร่างกายของลูกได้อย่างไร พร้อมคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อปกป้องสุขภาพของลูกรักค่ะ

ไมโครพลาสติกคืออะไร? และเข้าสู่ร่างกายลูกได้อย่างไร?

ไมโครพลาสติก คือชิ้นส่วนพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร (บางชนิดเล็กระดับ “นาโนพลาสติก” ที่ตามองไม่เห็น) เกิดจากการแตกตัวของพลาสติกชิ้นใหญ่ หรือหลุดลอกออกมาจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การซักเสื้อผ้าใยสังเคราะห์ การชงนมในขวดพลาสติก หรือแม้แต่ฝุ่นละอองในบ้าน

เด็กเล็กและทารกมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า เพราะลูกวัยนี้มักเรียนรู้โลกด้วยการ “นำสิ่งของเข้าปาก” ประกอบกับระบบภูมิคุ้มกันและกลไกการขับสารพิษในตับและไตยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ร่างกายเด็กมีข้อจำกัดในการกำจัดสารเคมีเหล่านี้ออกไป

อันตรายเมื่อ “ไมโครพลาสติก” บุกรุกและทำร้ายสมองลูกน้อย

งานวิจัยยืนยันว่า ไมโครพลาสติกและสารเคมีอันตรายกลุ่ม PFAS (Forever Chemicals) สามารถเจาะทะลุ “แนวกั้นระหว่างเลือดและสมอง” เข้าไปสะสมในเนื้อเยื่อสมองได้ และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง ของลูกน้อยได้อย่างน่ากลัว:

  1. นำพาศัตรูเข้าสู่สมอง: ไมโครพลาสติกทำหน้าที่ดูดซับและนำพาสารเคมีอันตรายอื่นๆ เช่น สารพทาเลท (Phthalates) และบิสฟีนอล (Bisphenols) เข้าสู่เซลล์สมองและระบบประสาทโดยตรง
  2. ขัดขวางฮอร์โมนการเจริญเติบโต: สารเคมีที่มากับพลาสติกจะรบกวนระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งสำคัญมากต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์และเด็กปฐมวัย
  3. กระตุ้นสมองอักเสบและปัญหาพฤติกรรม: เมื่อพลาสติกเข้าสู่สมอง จะกระตุ้นให้เกิด “ความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน” และการอักเสบของระบบประสาท รบกวนสารสื่อประสาทอย่างโดปามีนและเซโรโทนิน เพิ่มความเสี่ยงของ โรคสมาธิสั้น (ADHD) ปัญหาความจำ และความวิตกกังวล
  4. สมองเด็กกลายเป็นแหล่งสะสม: งานวิจัยพบว่าเนื้อเยื่อสมองมีปริมาณไมโครพลาสติกสะสมสูงกว่าอวัยวะอื่นถึง 30 เท่า! เนื่องจากสมองมีกลไกขับถ่ายของเสียประเภทนี้น้อยกว่า

ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง

 

9 วิธีปกป้องลูกน้อย ไม่ให้ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง

แม้เราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ 100% แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีดังนี้

หมวดการกินและการป้อนนม

1. เลี่ยงการให้พลาสติกโดนความร้อนจัด

ความร้อนคือตัวการสำคัญที่ทำให้พลาสติกปล่อยสารเคมีและไมโครพลาสติกออกมา ห้ามนำขวดนม ถ้วยหัดดื่ม หรือภาชนะพลาสติกไปเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด แนะนำให้อุ่นอาหารในภาชนะแก้วหรือเซรามิกก่อน

2. เลือกใช้ขวดนมแก้ว หรือสแตนเลส

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าขวดนมวัสดุเหล่านี้ปลอดภัยที่สุด เพราะจะไม่ปล่อยพลาสติกจิ๋วออกมาเมื่อถูกความร้อนจากการชงนมหรือการนึ่งฆ่าเชื้อ

3. เลือกขวดนมที่ปลอดสารอันตราย

หากใช้ขวดพลาสติก ควรเลือกขวดนมประเภท PPSU หรือ PP ที่ทนความร้อนได้สูง และ เลือกที่ปลอดสารพทาเลท (Phthalates) และไม่มีสาร BPA

หมวดของเล่นและการพักผ่อน

4. เลือกของเล่นจากวัสดุธรรมชาติ

พยายามเลือกของเล่นที่ทำจากไม้ ผ้าฝ้าย หรือซิลิโคน หากซื้อของเล่นพลาสติกมาใหม่และมีกลิ่นเหม็นสารเคมี ให้นำไปตากลมระบายอากาศจนกว่ากลิ่นจะหายไปก่อนนำมาให้ลูกเล่น และควรเก็บของเล่นพลาสติกให้พ้นจากแสงแดดและความร้อน

5. จัดการกับตุ๊กตาผ้าขนฟู

ตุ๊กตาขนฟูนุ่มนิ่มมักทำจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ซึ่งหลุดร่วงเป็นไมโครพลาสติกได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่ควรจำกัดเวลาเล่นตุ๊กตาเหล่านี้ หรือจัดโซนเล่นเฉพาะ เพื่อไม่ให้เส้นใยฟุ้งกระจายไปทั่วบ้านเรือนและที่นอน

ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง

 

หมวดเสื้อผ้าและเครื่องนอน

6. ใส่ใจป้ายเสื้อผ้า เลือกใยธรรมชาติ

 เสื้อผ้าเด็กและผ้าห่มที่มีส่วนผสมของโพลีเอสเตอร์คือแหล่งกำเนิดไมโครพลาสติกชั้นดี ลองหันมาเลือกใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย (Cotton) เส้นใยไผ่ ลินิน หรือไหม ซึ่งนอกจากจะลดพลาสติกแล้ว ยังระบายอากาศได้ดี เหมาะกับอากาศร้อนๆ แบบบ้านเราด้วยค่ะ

7. ลดความถี่ในการซักผ้า (ถ้าทำได้)

การซักผ้าใยสังเคราะห์ด้วยเครื่องซักผ้าแต่ละครั้งจะปล่อยไมโครพลาสติกออกมาสู่ระบบน้ำมากมาย การตากผ้าด้วยแสงแดดธรรมชาติแทนการใช้เครื่องอบผ้าก็ช่วยลดการหลุดร่วงของอนุภาคเหล่านี้ได้เช่นกัน

หมวดการทำความสะอาดบ้าน

8. ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ (HEPA Filter)

ฝุ่นละอองใต้เตียงและที่ลอยอยู่ในบ้านมีไมโครพลาสติกปะปนอยู่มหาศาล การใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA จะช่วยดักจับอนุภาคขนาดเล็กเหล่านี้ได้ ซึ่งดีต่อปอดที่กำลังพัฒนาของเด็กๆ (และยังช่วยรับมือกับ PM2.5 ได้ด้วย!)

9. ดูดฝุ่นและถูบ้านเป็นประจำ

รักษาความสะอาดบ้านเพื่อลดการสะสมของฝุ่น และในขณะที่กำลังทำความสะอาด ควรให้ลูกรักไปเล่นในห้องอื่นก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกสูดดมฝุ่นพลาสติกที่ฟุ้งกระจายขึ้นมาชั่วคราว

 

สรุปแล้ว ไมโครพลาสติก คือ เศษพลาสติกขนาดจิ๋วที่แฝงอยู่ในของใช้ประจำวัน เช่น ขวดนม ของเล่น และเสื้อผ้า อนุภาคเหล่านี้สามารถทะลุผ่านแนวกั้นสมองของเด็ก ก่อให้เกิดการอักเสบและขัดขวางฮอร์โมนที่จำเป็นต่อพัฒนาการ ส่งผลเสี่ยงต่อสมาธิสั้น (ADHD) และปัญหาด้านพฤติกรรม คุณพ่อคุณแม่สามารถปกป้องลูกได้โดยการเปลี่ยนมาใช้ขวดนมแก้ว หลีกเลี่ยงการนำพลาสติกไปโดนความร้อน เลือกเสื้อผ้าจากใยธรรมชาติ และหมั่นทำความสะอาดบ้านเพื่อลดฝุ่นละออง

การที่ ไมโครพลาสติก ทำร้ายสมอง เป็นเรื่องที่น่าตระหนัก แต่คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งตื่นตระหนกจนเกินไป หัวใจสำคัญคือการลดความเสี่ยงเท่าที่ทำได้ ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนทีละนิด เริ่มจากของใกล้ตัวอย่างขวดนมและภาชนะอาหาร เพียงเท่านี้เราก็สามารถสร้างเกราะป้องกันให้ลูกรักเติบโตอย่างแข็งแรงและมีพัฒนาการสมวัยแล้วค่ะ!

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เตือนแม่ท้อง! สารเคมีตลอดกาล (PFAS) ภัยเงียบทำลายพัฒนาการทารกในครรภ์

ช็อก! วิจัยล่าสุด พบไมโครพลาสติก ในน้ำนมแม่ ของคนไทย

 

ที่มา: Hery ford Health , NYU Langone Health , Vibrant Wellness , PMC PubMed Central

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!