ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

undefined

ไม่ทันได้เตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก 5 ขวบ เสียชีวิตเร็วใน 3 วัน เช็กสัญญาณเตือนอาการรุนแรง วิธีดูแลรักษา และข้อควรปฏิบัติเมื่อเด็กป่วยจากกรมควบคุมโรค

Advertisement

หัวอกคนเป็นแม่แทบสลาย เมื่อต้องสูญเสียลูกสาวฝาแฝดคนน้องวัยเพียง 5 ขวบไปอย่างกะทันหัน จาก “โรคมือเท้าปาก” ที่คร่าชีวิตเด็กน้อยไปในเวลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น เหตุการณ์สุดเศร้านี้ถือเป็น อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ที่เตือนใจพ่อแม่และผู้ปกครองทุกคน ให้หมั่นสังเกตอาการป่วยของลูกหลานอย่างใกล้ชิดและไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด 

 

ไทม์ไลน์ “โรคมือเท้าปาก” คร่าชีวิตลูกน้อยในเวลาเพียง 3 วัน

เหตุการณ์ อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ครั้งนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวของ เด็กหญิงวัย 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 ซึ่งเป็นลูกสาวฝาแฝดคนน้อง ใน อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ โดยมีไทม์ไลน์อาการป่วยที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว 

น้องกลับมาจากโรงเรียนแล้วเดินตากฝน เมื่อกลับถึงบ้านก็เริ่มมีไข้ตัวร้อน ยายจึงช่วยเช็ดตัวให้หลายครั้งเพราะกลัวหลานจะชักจากไข้

เช้าวันที่ 1 ตุลาคม คุณแม่สังเกตเห็นตุ่มน้ำใสขอบแดงขึ้นบริเวณมือ เท้า และปาก ร่วมกับมีไข้สูง จึงพาไปโรงพยาบาล ซึ่งหมอได้ให้ยากลับมารับประทานที่บ้าน

ช่วงเย็นวันที่ 1 ตุลาคม ไข้ของน้องจ้ากลับสูงขึ้นมากกว่าปกติ แม่จึงรีบพาไปคลินิกในตัวอำเภอ ก่อนจะได้รับการเขียนใบส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลอีกแห่ง

ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาล อาการของน้องกลับทรุดหนักลงเรื่อยๆ

วันที่ 3 ตุลาคม น้องเสียชีวิตลงอย่างสงบ โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจาก “โรคมือเท้าปาก”

คุณแม่ไม่ทราบว่าลูกสาวติดเชื้อมาจากที่ไหน เพราะเป็นช่วงโรงเรียนปิดเทอมพอดี ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ตั้งแต่เริ่มปรากฏอาการจนถึงวันที่ลูกเสียชีวิตใช้เวลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ทั้งนี้ ครอบครัวมีแผนให้คุณพ่อบวชพระเพื่อแก้เคล็ดตามความเชื่อเรื่องการสูญเสียลูกแฝดคนน้อง เพื่อดูแลและปกป้องแฝดคนพี่ต่อไป

ทีมงาน theAsianparent Thailand ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของน้องมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 

อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก

 

กรมควบคุมโรคเตือนพ่อแม่ รู้ทันและป้องกัน อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก

  1. รู้จัก “โรคมือ เท้า ปาก” และการแพร่เชื้อ

สาเหตุ: เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส โดยสายพันธุ์ที่พบบ่อย ได้แก่ คอกแซกกี (Coxsackie virus) และเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71 หรือ EV71)

กลุ่มเสี่ยง: มักพบในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรงและเป็นอันตรายมาก

ช่วงเวลาที่ระบาด: มักพบระบาดบ่อยในช่วงฤดูฝน อากาศเย็นและชื้น

การติดต่อ: ติดต่อได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย น้ำจากตุ่มพอง และอุจจาระ

สถานที่แพร่กระจาย: แพร่เชื้อได้ง่ายในสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น ศูนย์เด็กเล็กหรือโรงเรียนอนุบาล

 

  1. อาการโรคมือเท้าปากในเด็ก ที่พ่อแม่ต้องหมั่นเช็ก

เพื่อไม่ให้เกิดกรณีเศร้าสลดเหมือน อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ดังกล่าว พ่อแม่ควรสังเกตอาการเบื้องต้นดังนี้:

  • มีไข้ ร่วมกับเจ็บปาก มีแผลหรือตุ่มแดงในปาก
  • รับประทานอาหารหรือน้ำได้น้อยลง
  • มีผื่นหรือตุ่มน้ำใสขึ้นบริเวณมือ เท้า รอบก้น หรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

 

อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก

 

  1. สัญญาณเตือนโรคมือเท้าปากรุนแรง (ต้องรีบพาพบแพทย์ทันที)

แม้ว่าโรคมือ เท้า ปาก ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่เด็กบางรายอาจเกิดอาการรุนแรงได้ หากพบเด็กมีอาการรุนแรงดังต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยทันที

  • ซึมลง
  • ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารไม่ได้
  • อาเจียนบ่อย
  • หายใจผิดปกติ
  • มีอาการชัก หรือกระตุก

 

  1. แนวทางปฏิบัติและการรับมือสำหรับพ่อแม่

  • สังเกตอาการและแยกเด็กป่วย: หมั่นสังเกตอาการบุตรหลาน หากมีอาการป่วยควรแยกเด็กป่วยออกจากเด็กคนอื่นและให้พักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน
  • หยุดเรียนตามระยะเวลาที่กำหนด: ควรให้เด็กป่วยหยุดเรียน 5 วันทำการ หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ
  • งดไปสถานที่ชุมชน: ไม่พาเด็กป่วยไปโรงเรียน หรือสถานที่ที่มีเด็กรวมกันจำนวนมาก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น
  • พาไปพบแพทย์: พาเด็กไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อรับการดูแล
  • เน้นการล้างมือด้วยน้ำและสบู่: ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัย โดยเน้นการล้างมือด้วยน้ำและสบู่อย่างถูกวิธี โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  • ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน: แยกของใช้ส่วนตัวของเด็ก เช่น แก้วน้ำ ช้อน 

 

ดูแลลูกน้อยเมื่อเป็นมือเท้าปาก: วิธีรักษาและบรรเทาอาการเบื้องต้น

แม้โรคนี้จะไม่มียาต้านไวรัสโดยเฉพาะ แต่คุณแม่สามารถช่วยบรรเทาอาการให้ลูกน้อยสบายตัวขึ้นและฟื้นตัวได้ไว ด้วยวิธีการดูแลเบื้องต้นง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ

1. รับประทานยาลดไข้และบรรเทาปวด

หากลูกมีไข้หรือเริ่มงอแงเพราะเจ็บแผลในปาก คุณแม่สามารถให้ลูกทาน ยาแก้ปวดและลดไข้ (ตามปริมาณที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ) เพื่อช่วยลดไข้และบรรเทาความทรมานจากแผลพุพองได้ค่ะ

2. ดูแลสุขอนามัยในช่องปาก

  • สำหรับเด็กโตที่บ้วนปากเป็นแล้ว: ชวนลูก บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ บ่อย ๆ เพื่อช่วยทำความสะอาดช่องปาก สมานแผล และลดอาการเจ็บปวด (เน้นย้ำว่าน้องต้องโตพอที่จะกลั้วแล้วคายออกได้เอง โดยไม่กลืนลงไปนะคะ)

  • สำหรับเด็กเล็ก: คุณแม่สามารถใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเกลือเช็ดเบา ๆ บริเวณรอบริมฝีปากและช่องปากเพื่อรักษาความสะอาดได้ค่ะ

3. เลือกเมนูอาหารทานง่าย ไม่แสบปาก

ตุ่มแผลในปากทำให้ลูกทานอาหารลำบากและไม่อยากเคี้ยว ช่วงนี้คุณแม่ควรเลือก อาหารอ่อน ๆ ที่กลืนง่าย และไม่กระตุ้นให้เจ็บแผล เช่น:

  • เมนูแนะนำ: ซุปอุ่น ๆ, ข้าวต้มต้มเปื่อย, มันบดเนียนละเอียด, โยเกิร์ต หรือไอศกรีม (ความเย็นของไอศกรีมจะช่วยให้แผลในปากชาและลดอาการเจ็บได้ด้วยนะคะ!)

  • อาหารที่ควรเลี่ยง: อาหารและเครื่องดื่มที่ร้อนจัด, อาหารรสเปรี้ยว หรืออาหารรสเผ็ด เพราะจะยิ่งทำให้ลูกเจ็บและแสบแผลในปากมากขึ้นค่ะ

4. ป้องกัน “ภาวะขาดน้ำ” สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณแม่ต้องระวัง

สิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลลูกป่วยคือ ต้องไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ เด็ดขาดค่ะ คอยป้อน น้ำเปล่าสะอาด ให้ลูกจิบเรื่อย ๆ ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง หรือถี่กว่านั้นหากลูกยอมดื่ม การจิบนทีละนิดแต่บ่อย ๆ จะช่วยให้ลูกได้รับน้ำอย่างเพียงพอโดยไม่รู้สึกเจ็บปากเกินไปค่ะ

การเรียนรู้และเฝ้าระวังจาก อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถปกป้องบุตรหลานได้อย่างทันท่วงทีค่ะ

 

ที่มา: ไทยรัฐ, กรมควบคุมโรค, โรงพยาบาลบางปะกอก 3

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โรคมือเท้าปาก 2569 ป่วยแล้วกว่า 16,000 ราย พ่อแม่ควรรับมืออย่างไร

หมอเตือน 5 โรคที่มาพร้อมอากาศชื้น และแนวทางป้องกันไม่ให้ลูกป่วย

hMPV ไวรัสร้ายคร่าชีวิตทารก โรค hMVP คืออะไร? อันตรายมากแค่ไหน?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!