ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ
สงสัยไหมทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่ ไปโรงเรียนก็เรียบร้อย อยู่กับพ่อก็เชื่อฟัง แต่พออยู่กับแม่ปั๊บ กลายเป็นเด็กดื้อทันที เรื่องนี้มีคำอธิบาย
เคยสงสัยไหมคะว่าทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่ อยู่กับคนอื่นเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้? ไปโรงเรียนก็เรียบร้อย อยู่กับพ่อก็เชื่อฟัง แต่พออยู่กับแม่ปั๊บ กลายเป็นเด็กดื้อ เอาแต่ใจทันที จนอดสงสัยไม่ได้ว่า ตัวเองเลี้ยงลูกไม่ดีหรือเปล่า เรื่องนี้มีคำอธิบายค่ะ
สารบัญ
มุมมอง คุณหมอประเสริฐ “คนอื่นคือทางผ่าน ส่วนแม่คือตัวจริง”
หากจะพูดถึงเรื่องนี้ นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์ชื่อดังได้ให้คำอธิบายที่ช่วยชุบชูใจคุณแม่ไว้ถึง 5 สาเหตุหลัก ที่ทำให้ลูกกลายเป็น “เด็กสองมาตรฐาน” ดังนี้ค่ะ
- เราเป็นผู้คุมกติกา: ในขณะที่คนอื่นอาจตามใจลูกมากกว่า แต่แม่คือคนที่รักษากฎเกณฑ์ ลูกจึงเลือกที่จะทดสอบ เราหนักกว่าคนอื่นเป็นพิเศษ
- เราคือ “ของตาย” ที่เขารัก: ฟังดูน่าเจ็บใจแต่นี่คือเรื่องน่ายินดีค่ะ เพราะลูกรู้ว่าดื้อยังไงแม่ก็รัก ส่วนคนอื่นนั้นเขาไม่สน เพราะเป็นแค่ทางผ่านที่คบไว้เพื่ออยากได้ขนมเท่านั้น
- ช่วงเวลาแห่งการแยกตัว (Separation): โดยเฉพาะเด็กวัยใกล้ 3 ขวบ ลูกกำลังทดสอบเพื่อแยกตัวเป็นบุคคลอิสระ เขาจึงต้องทดสอบเสาหลัก อย่างแม่ให้แน่ใจว่าแม่จะยังหนักแน่นและดีกับเขาตลอดไป
- ความต้องการแม่มากเป็นพิเศษ: เด็กบางคนเกิดมาพร้อมความต้องการแม่สูงมาก ซึ่งคุณหมอยืนยันว่า “ไม่มีคำว่ามากไป” การตอบสนองลูกในจุดนี้จะช่วยป้องกันความเสียหายทางใจในอนาคต
- สัญชาตญาณจากกลิ่น: กลิ่นน้ำนมและกลิ่นตัวของแม่คือสิ่งที่ลูกคุ้นเคยมาตั้งแต่เกิด เจอเมื่อไหร่เป็นต้องดื้อต้องดิ้นเพื่อให้แม่สนใจ

เพราะแม่คือ “ฐานทัพที่ปลอดภัย”
ตามหลักจิตวิทยาพัฒนาการของ John Bowlby และ Mary Ainsworth เจ้าของทฤษฎีความผูกพัน (Attachment Theory) อธิบายว่า เด็กจะมีพฤติกรรมที่เรียกว่า “Secure Base” หรือการมีฐานทัพที่ปลอดภัย
เมื่อลูกอยู่กับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นครู เพื่อน หรือแม้แต่ญาติผู้ใหญ่ ลูกจะรู้สึกว่าเขาต้องสำรวม และปรับตัว เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสังคมนั้นๆ การกระทำนี้ต้องใช้พลังงานสมองสูงมากในการควบคุมอารมณ์ แต่เมื่อเขากลับมาเจอแม่ ลูกจะรู้สึกว่านี่คือพื้นที่ที่เขาสามารถถอดหน้ากากออกได้ทั้งหมด
การที่ ลูกดื้อแต่กับแม่ จึงเป็นหลักฐานชั้นดีว่า ลูกเชื่อใจคุณแม่ 100% ว่าต่อให้เขาจะแผลงฤทธิ์แค่ไหน ร้องไห้เสียงดังเพียงใด หรือทำตัวไม่น่ารักขนาดไหน คุณแม่ก็จะไม่ทิ้งเขาไป และจะยังรักเขาเหมือนเดิมเสมอ
ภาวะระเบิดอารมณ์หลังเลิกเรียน
นักจิตวิทยาเด็กชื่อดังอย่าง Dr. Heather Wittenberg ได้อธิบายถึงภาวะที่เรียกว่า “After-School Restraint Collapse” หรือภาวะระเบิดอารมณ์หลังเลิกเรียน
ลองนึกภาพว่าลูกต้องใช้เวลา 6-8 ชั่วโมงที่โรงเรียนในการสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง ต้องนั่งนิ่งๆ ต้องแบ่งปันของเล่น ต้องฟังคำสั่งครู พลังงานในการควบคุมตัวเองของเด็กนั้นมีจำกัดค่ะ เมื่อเขากลับมาพบ คนที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุด ซึ่งก็คือคุณแม่ พลังงานเหล่านั้นก็หมดก๊อกพอดี เขาจึงเลือกที่จะระเบิดอารมณ์ที่คั่งค้างออกมาทั้งหมดใส่คนที่เขาไว้ใจที่สุดนั่นเอง
สถิติและงานวิจัย แม่คือ ยาความเครียดของลูก
มีการศึกษาที่น่าสนใจระบุว่า ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนความเครียดในเด็กจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อได้รับการกอดหรือได้ยินเสียงของแม่
เมื่อความเครียดลดลง ร่างกายและจิตใจที่เคยเกร็งเครียดมาทั้งวันจะเข้าสู่โหมดผ่อนคลาย ซึ่งในเด็กเล็ก ความผ่อนคลายมักมาพร้อมกับการปลดปล่อยอารมณ์ที่ไม่สามารถทำได้ต่อหน้าคนอื่น ดังนั้นหากถามว่าทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่ คำตอบคือเพราะแม่คือ ยาคลายเครียดที่เขาต้องการนั่นเอง
วิธีรับมือเมื่อ ลูกดื้อแต่กับแม่
คุณหมอประเสริฐ ให้กำลังใจไว้ว่า หากคุณแม่ใส่ใจลูกมาตลอด สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็น “ต้นทุนคุณแม่” ที่เยอะมากเมื่อเขาเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งจะช่วยให้เขารอดพ้นจากอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตได้ นี่คือวิธีรักษาต้นทุนนั้นไว้ค่ะ
- รักษากติกาด้วยความสงบ: แม้ลูกจะดื้อใส่ แต่การเป็นผู้คุมกฎที่ “นิ่งแต่หนักแน่น” จะทำให้ลูกรู้สึกมั่นคง
- ให้เวลาลูก Transition: หลังรับจากโรงเรียน อย่าเพิ่งรีบซักไซ้ ให้เวลาเขาปรับโหมดสัก 15-30 นาทีด้วยการกอดลูกหรือของว่างอร่อยๆ เพื่อลดอาการดื้อ
- ยอมรับในตัวตน: การที่เขากล้าดื้อกับเรา แปลว่าเขากล้าเป็นตัวเองที่สุด การยอมรับอารมณ์ของเขา จะช่วยให้ความสัมพันธ์แข็งแรงขึ้น
ระวัง! อย่าปล่อยให้ความดื้อทำลายความสัมพันธ์
แม้จะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หากปล่อยให้ลูกแสดงกิริยาไม่เหมาะสมซ้ำๆ โดยไม่มีการสอน อาจกลายเป็นนิสัยในระยะยาวได้ คุณแม่ต้องแยกให้ออกระหว่าง การระบายอารมณ์ที่อัดอั้น กับ การนิสัยเสียโดยเจตนา
หากลูกเริ่มมีการทำร้ายร่างกายแม่ หรือใช้วาจารุนแรง คุณแม่ต้องนิ่ง สงบ และสื่อสารอย่างชัดเจนว่า “แม่รักหนู แต่แม่จะไม่คุยกับหนูถ้าหนูยังพูดจาไม่น่ารักแบบนี้” แล้วเดินเลี่ยงออกมาเพื่อให้ลูกได้สงบสติอารมณ์ (Time-in หรือ Time-out ตามความเหมาะสม)
สุดท้ายนี้ อยากให้คุณแม่ทุกคนตระหนักว่า การที่ ลูกดื้อแต่กับแม่ ไม่ใช่ความล้มเหลวของการเป็นแม่ แต่เขากำลังบอกว่าคุณคือโลกทั้งใบของเขา คือคนที่เขาเชื่อใจที่สุด และคือบ้านที่เขาจะกลับมาทิ้งตัวลงนอนได้อย่างสบายใจที่สุด หากวันนี้คุณแม่รู้สึกเหนื่อยล้า ขอให้มองเข้าไปในตาของลูก แล้วบอกตัวเองว่า “ฉันคือที่หนึ่งในใจเขา และนั่นคือเหตุผลที่เขากล้าเป็นตัวเองที่สุดเมื่ออยู่กับฉัน”
ที่มา : นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
10 พฤติกรรมที่ “ลูกเลียนแบบพ่อแม่” ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?
เข้าใจ 6 สเต็ป พัฒนาการด้านตัวตน ปั้นลูกรักวัย 1-6 ขวบ EQ ดี
“ดีใจนะที่ลูกเล่าให้ฟัง” คำพูดง่ายๆ เปลี่ยนชีวิตลูกได้ ด้วยพลังของการ ฟังโดยไม่ตัดสิน
