วิจัยเผย! น้ำนมแม่ กลางวัน-กลางคืน ต่างกันยังไง? เทคนิคใหม่คุณแม่นักปั๊มต้องรู้

undefined

รู้หรือไม่? น้ำนมแม่ กลางวัน-กลางคืน ไม่เหมือนกัน งานวิจัยเผยเทคนิคจัดการสต็อกนมแม่ ช่วยปรับนาฬิกาชีวิตลูก ให้หลับง่าย พัฒนาการดี อ่านเลย

Advertisement

งานวิจัยเรื่อง “ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำนมแม่กับนาฬิกาชีวิต” ชี้ว่า น้ำนมแม่ไม่ใช่แค่แหล่งสารอาหาร แต่ยังทำหน้าที่ช่วยปรับเวลานอนและตื่นของทารกให้เข้าที่เข้าทาง เนื่องจาก “น้ำนมแม่ กลางวัน-กลางคืน” นั้นมีองค์ประกอบทางชีวเคมีที่ไม่เหมือนกัน การจัดระเบียบสต็อกนม อย่างเหมาะสม จะช่วยให้ลูกได้รับฮอร์โมนที่ตรงกับความต้องการของร่างกาย ช่วยปรับเรื่องการนอนหลับ การเผาผลาญ และระบบภูมิคุ้มกันให้ดียิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับได้ดีขึ้นและมีพัฒนาการที่สมวัย

 

เมื่อนมแม่ไม่ได้เป็นเหมือนกันทุกหยด

ทารกแรกเกิดนั้น เมื่อคลอดออกมา “นาฬิกาชีวิต” ของพวกเขายังทำงานไม่สมบูรณ์ ทำให้ทารกไม่รู้วันรู้คืน ตื่นบ่อย และนอนไม่เป็นเวลา ทารกต้องอาศัยปัจจัยภายนอก (แสง, อุณหภูมิ, การกิน, สัมผัส) เพื่อตั้งเวลาชีวิต รวมถึง สัญญาณจากแม่ผ่านทาง น้ำนมแม่ กลางวัน-กลางคืน นั่นเอง

งานวิจัยยืนยันว่า นมแม่ที่ผลิตในช่วงเวลาต่างกันของวัน จะมีระดับฮอร์โมนและสารสื่อประสาทที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพื่อทำหน้าที่สื่อสารกับร่างกายลูกว่า “ตอนนี้ต้องตื่นนะ” หรือ “ตอนนี้ต้องนอนได้แล้ว”

 

ความต่างของ “น้ำนมแม่ กลางวัน-กลางคืน”

ความแตกต่างของน้ำนมแม่ในแต่ละช่วงเวลา เป็นกลไกวิวัฒนาการที่ซับซ้อน นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์องค์ประกอบในน้ำนมและพบกุญแจสำคัญดังนี้:

  1. นมแม่ช่วงกลางวัน (Day Milk): พลังงานและความตื่นตัว

เมื่อแสงอาทิตย์ขึ้น ร่างกายคุณแม่จะผลิตน้ำนมที่มีลักษณะเฉพาะเพื่อเตรียมความพร้อมให้ลูกน้อยเรียนรู้โลก

คอร์ติซอล (Cortisol) สูงสุดช่วงเช้า: หลายคนได้ยินชื่อคอร์ติซอลแล้วนึกถึงความเครียด แต่ในทางสรีรวิทยา ระดับคอร์ติซอลที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงเช้าตรู่ (ประมาณ 06:00 – 09:00 น.) คือสัญญาณแห่งการ “เริ่มวันใหม่”

คอร์ติซอลมีหน้าที่ช่วยกระตุ้นความตื่นตัว เตรียมระบบเผาผลาญพลังงาน และช่วยให้ทารกพร้อมสำหรับการเรียนรู้และเล่น

โปรตีนและกรดอะมิโนกระตุ้นกิจกรรม: มีการศึกษาพบว่าในนมช่วงกลางวัน อาจมีกรดอะมิโนบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานและการทำงานของกล้ามเนื้อที่สูงกว่า

 

  1. นมแม่ช่วงกลางคืน (Night Milk): การพักผ่อนและการซ่อมแซม

เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ร่างกายคุณแม่จะเปลี่ยนโหมดการผลิตน้ำนม เพื่อเป็นตัวช่วยกล่อมลูกน้อย

เมลาโทนิน (Melatonin) สูงสุดช่วงดึก: งานวิจัยพบว่าระดับเมลาโทนินในน้ำนมแม่จะเริ่มสูงขึ้นในช่วงค่ำและพีคสูงสุดในช่วงกลางดึก

เมลาโทนินมีหน้าที่: ช่วยให้ทารกรู้สึกง่วงนอน ผ่อนคลาย และเข้าสู่ภาวะหลับลึกได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ เมลาโทนินยังทำหน้าที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อทางเดินอาหาร ซึ่งอาจช่วยลดอาการปวดท้องหรือโคลิคในทารกบางรายได้ด้วย

ทริปโตเฟน (Tryptophan): นอกจากเมลาโทนินแล้ว นมแม่ตอนกลางคืนยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนทริปโตเฟน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างเมลาโทนินและเซโรโทนิน ช่วยให้ทารกสงบและมีอารมณ์คงที่

 

น้ำนมแม่ กลางวัน-กลางคืน

 

  1. ส่วนประกอบคงที่ตลอดวัน

เพื่อให้คุณแม่สบายใจ แม้ฮอร์โมนจะเปลี่ยน แต่สารอาหารหลักเพื่อการเจริญเติบโตและภูมิคุ้มกันยังคงอยู่ครบถ้วนในทุกช่วงเวลา งานวิจัยระบุว่าสารเหล่านี้มีระดับค่อนข้างเสถียร:

  • ออกซิโทซิน (Oxytocin): ฮอร์โมนแห่งความรักความผูกพัน
  • IgA (Immunoglobulin A): ภูมิต้านทานด่านหน้า
  • แลกโตเฟอร์ริน (Lactoferrin): โปรตีนฆ่าเชื้อโรค

 

ปัญหาของการให้กินนมผิดเวลา

ลองจินตนาการดูว่า หากเราดื่มกาแฟแก้วใหญ่ ที่มีคาเฟอีนกระตุ้นให้ตื่น ก่อนเข้านอน ผลลัพธ์คือนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท ทารกก็เช่นกัน

หากคุณแม่ปั๊มนมตอนเช้า (ที่มีคอร์ติซอลสูง) แล้วนำมาละลายให้ลูกกินตอน 4 ทุ่ม ทารกจะได้รับสัญญาณเคมีที่บอกว่า “ตื่นได้แล้ว! เช้าแล้ว!” ผลที่ตามมาอาจทำให้ลูกตื่นตัว หลับยาก วงจรการนอนรวน ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและการหลั่ง Growth Hormone

ในทางกลับกัน หากเอานมปั๊มกลางคืน (ที่มีเมลาโทนิน) ให้ลูกกินตอนเช้า ลูกอาจจะซึม ง่วงนอน หรือไม่กระตือรือร้นที่จะเล่นเรียนรู้

 

เทคนิค จัดการสต็อกนมให้ตรงเวลา

เพื่อแก้ปัญหานี้และใช้ประโยชน์จากความรู้เรื่อง น้ำนมแม่ กลางวัน-กลางคืน ให้เกิดผลสูงสุด ขอแนะนำเทคนิคการปั๊มและจัดเก็บนมตามเวลา ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: Labeling (จดเวลาให้ชัดเจน) ปกติคุณแม่จะเขียน วัน/เดือน/ปี และปริมาณออนซ์ บนถุงเก็บนมอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องเพิ่มคือ “เวลาที่ปั๊ม”

ขั้นตอนที่ 2: Sorting (แยกตะกร้า) ในช่องแช่แข็ง ควรแบ่งโซนการจัดเก็บอย่างชัดเจน

  • ตะกร้า Day Milk (นมกลางวัน): สำหรับนมที่ปั๊มช่วง 06:00 น. – 18:00 น.
  • ตะกร้า Night Milk (นมกลางคืน): สำหรับนมที่ปั๊มช่วง 18:00 น. – 06:00 น.

ขั้นตอนที่ 3: Matching (จับคู่ให้ถูกเวลา) เมื่อจะนำนมออกมาละลายให้ลูกกิน ให้หยิบตามช่วงเวลาจริง

  • มื้อเช้า/บ่าย: หยิบจากตะกร้า Day Milk
  • มื้อเย็น/ก่อนนอน/ดึก: หยิบจากตะกร้า Night Milk

 

ประโยชน์ที่ลูกจะได้รับจากการกินนมตรงเวลา

การปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการสต็อก น้ำนมแม่ กลางวัน-กลางคืน อาจส่งผลลัพธ์ดังนี้

  1. Sleep Training ตามธรรมชาติ: ช่วยปรับนาฬิกาชีวิตของลูกให้เข้าที่เร็วขึ้น ลูกจะเริ่มแยกแยะกลางวันกลางคืนได้ดีขึ้น
  2. ระบบเผาผลาญสมดุล: คอร์ติซอลในนมเช้าช่วยกระตุ้นเมตาบอลิซึม ให้ร่างกายพร้อมใช้พลังงาน
  3. พัฒนาการสมอง: การนอนหลับที่ดีในช่วงกลางคืน คือช่วงเวลาที่สมองของทารกทำการจัดเรียงความจำและพัฒนาเซลล์สมอง
  4. ลดความเครียดในครอบครัว: เมื่อลูกนอนดีขึ้น พ่อแม่ก็ได้พักผ่อนมากขึ้น ส่งผลให้สุขภาพจิตของคนเลี้ยงดีขึ้นตามไปด้วย

 

น้ำนมแม่ กลางวัน-กลางคืน

 

“ข้อโต้แย้ง” หรือ “มุมมองต่าง” จากผู้เชี่ยวชาญ

แม้ข้อมูลนี้จะเป็นจริงตามหลักการวิทยาศาสตร์ แต่ในทางปฏิบัติ ยังคงมีข้อโต้แย้งจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น 

  1. ปริมาณฮอร์โมนในนมแม่ เพียงพอที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมลูกได้จริงหรือ?

ฝ่ายสนับสนุน: เชื่อว่าแม้ปริมาณน้อย แต่ทารกมีความไวต่อสารสื่อประสาทเหล่านี้มาก จึงน่าจะช่วยเรื่องการนอนได้

ฝ่ายโต้แย้ง/ผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่ม: มองว่าระดับเมลาโทนิน ในนมแม่อาจจะน้อยเกินไป ที่จะมีผลเหมือนยานอนหลับ อย่างชัดเจน การที่ลูกหลับหรือไม่หลับ มีปัจจัยอื่นเยอะมาก เช่น เสียง, อุณหภูมิ, ความเปียกชื้น, หรืออาการปวดท้อง ฮอร์โมนในนมอาจเป็นเพียง ปัจจัยเสริมเล็กๆ เท่านั้น ไม่ใช่ยาวิเศษ

  1. การแช่แข็ง ทำลายสารเหล่านี้หรือไม่?

ข้อเท็จจริง: การแช่แข็ง และการละลาย อาจทำให้สารชีวภาพบางอย่างลดคุณภาพลง

  • Cortisol & Melatonin: ค่อนข้างทนทานต่อการแช่แข็ง แต่ก็อาจลดลงบ้างเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ
  • เซลล์เม็ดเลือดขาว: ตายได้เมื่อผ่านการแช่แข็งและละลาย

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: การให้ลูกกิน “นมสต็อกแช่แข็ง” อาจไม่ได้ผลดีเท่ากับ “นมแม่จากเต้า” ที่สดใหม่และตรงเวลาเป๊ะๆ

  1. ความเครียดของคุณแม่

นี่คือประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ ห่วงใยที่สุด

  • ความเสี่ยง: การต้องมานั่งจดเวลา แยกตะกร้า และจับคู่สต็อกนม อาจสร้างความเครียดให้คุณแม่เพิ่มขึ้น หากวันไหนหานมไม่เจอ หรือนมหมด คุณแม่อาจเครียด
  • คำแนะนำ: ผู้เชี่ยวชาญมักเตือนว่า “อย่าให้เทคนิคนี้มาสร้างความกดดัน” เพราะความเครียดของคุณแม่ ส่งผลเสียต่อน้ำนมมากกว่าการให้ลูกกินนมผิดเวลาเสียอีก

 

ควรเชื่อและทำตามหรือไม่?

คำตอบคือ ทำได้ ถ้าสะดวก แต่อย่าซีเรียสจนเครียดค่ะ

  • ถ้าคุณเป็นสายเข้าเต้า คุณแม่ทำสิ่งนี้โดยธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลเลย ลูกได้รับฮอร์โมนตรงเวลาแน่นอน
  • ถ้าคุณเป็นสายปั๊มล้วน แนะนำให้แยกถุงเช้า/เย็น ถ้าทำได้ไม่ลำบากจนเกินไป เพราะมีโอกาสที่จะช่วยให้ลูกนอนดีขึ้น และไม่มีผลเสียอะไรทางกายภาพ แต่ถ้าทำไม่ได้ เช่น ปั๊มรวมกัน, รีบ, หรือคนเลี้ยงหยิบผิด ก็ไม่ต้องรู้สึกผิดนะคะ นมแม่ไม่ว่าจะเวลาไหน ก็ยังมีสารอาหารที่ดีที่สุด และดีกว่านมผงในแง่ของภูมิคุ้มกันอยู่ดี

สรุปสั้นๆ ข้อมูลนี้ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่ในทางปฏิบัติให้มองว่าเป็น “เทคนิคเสริม แต่ไม่ใช่ “กฎเหล็ก” ทำก็ดี ไม่ทำก็ไม่ต้องรู้สึกผิดค่ะ

 

บทความนี้รวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลจากงานวิจัย เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพ ควรปรึกษากุมารแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน

อ้างอิงงานวิจัย: Breast milk is not only a source of nutrition, it also carries signals that reflect a mother’s circadian rhythm. (DOI: 10.3389/fnut.2025.1618784)

 

ที่มา : DoctorASKY

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!