ลูกโก่งตัว กับท้องแข็ง ต่างกันยังไง? แม่ท้องต้องแยกให้ออก

undefined

ลูกโก่งตัว กับท้องแข็ง ต่างกันยังไง? สรุปวิธีสังเกต ลูกโก่งตัวตอนกี่เดือน ท้องแข็งแบบไหนปกติ แบบไหนควรพบแพทย์ พร้อมตารางเทียบและเช็กลิสต์

Advertisement

คุณแม่คะ เคยสงสัยไหมคะว่า ที่หน้าท้องตึงขึ้นมาเป็นพัก ๆ นั้นคือ ลูกโก่งตัว หรือ ท้องแข็ง กันแน่ ทั้งสองอย่างให้ความรู้สึกคล้ายกันจนแม่ท้องหลายคนแยกไม่ออก ในบทความนี้เราจะช่วยให้คุณแม่แยกให้ออกว่า ลูกโก่งตัว กับท้องแข็ง ต่างกันยังไง? และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ค่ะ

 

สรุปสั้นๆ

  • ลูกโก่งตัว คือการที่ทารกในครรภ์ยืดหรือดันตัว นับเป็นการดิ้นรูปแบบหนึ่ง
  • ท้องแข็ง คือมดลูกหดรัดตัวจนหน้าท้องตึงแล้วคลายลง แม่ท้องมักรู้สึกลูกขยับครั้งแรกราว 16–20 สัปดาห์ ท้องแข็งปกติมักไม่สม่ำเสมอ แต่ถ้าถี่ก่อน 37 สัปดาห์หรือลูกดิ้นน้อยลง ควรพบแพทย์
  • ลูกโก่งตัวสม่ำเสมอมักเป็นสัญญาณที่ดี ตั้งแต่ราว 28 สัปดาห์ควรนับลูกดิ้นให้ครบ 10 ครั้งใน 2 ชั่วโมงตามเกณฑ์ของ ACOG 

 

FAQ: คำถามที่คุณแม่ท้องถามบ่อย

Q: ลูกโก่งตัวตอนกี่เดือน?

A: แม่ท้องมักเริ่มรู้สึกลูกขยับครั้งแรกราว 16–20 สัปดาห์ (ประมาณเดือนที่ 4–5) ท้องแรกมักรู้สึกช้ากว่าท้องหลัง และการโก่งตัวชัด ๆ จะสังเกตง่ายขึ้นเมื่อเข้าไตรมาสที่ 3

Q: ท้องแข็งแบบไหนถือว่าปกติ?

A: ท้องแข็งที่ไม่สม่ำเสมอ ไม่แรงขึ้นหรือถี่ขึ้น และมักหายเมื่อเปลี่ยนท่า เดิน หรือพัก

Q: ลูกดิ้นน้อยลงควรทำยังไง?

A: ลองนอนตะแคงซ้าย ดื่มน้ำหวานหรือกินอาหาร แล้วนับลูกดิ้นใหม่ หากไม่ครบ 10 ครั้งใน 2 ชั่วโมง ให้ติดต่อแพทย์ที่ดูแลครรภ์

ลูกโก่งตัว กับท้องแข็ง ต่างกันยังไง

 

ลูกโก่งตัว กับท้องแข็ง ต่างกันยังไง?

ลูกโก่งตัว คือการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์ แม่ท้องจะรู้สึกเหมือนมีอะไรดัน ยืด หรือกลิ้งอยู่ใต้ผิวหน้าท้อง ซึ่งการนับลูกดิ้นให้นับรวมทั้งการเตะ ต่อย ถีบ กระทุ้ง หมุนตัว ดัน และการโก่งตัวค่ะ

ส่วน ท้องแข็ง คือมดลูกหดรัดตัว Cleveland Clinic อธิบายว่า Braxton Hicks หรือที่เรียกกันว่าเจ็บครรภ์เตือน เป็นเหมือนการ “ซ้อม” ของมดลูกก่อนคลอด ไม่ได้แปลว่าใกล้คลอดค่ะ

หัวข้อเทียบ

ลูกโก่งตัว (ลูกขยับ)

ท้องแข็ง 

เกิดจากอะไร ทารกขยับ ยืด หรือดันตัวในครรภ์ มดลูกหดรัดตัวเป็นช่วง ๆ
ความรู้สึก กลิ้ง ดัน หรือเหยียดตัว  หน้าท้องแข็งตึง แล้วนิ่มลงเมื่อหมดรอบ 
ระยะเวลาต่อครั้ง ท่ากลิ้งหรือเหยียดตัวราว 3–30 วินาที  ประมาณ 30–60 วินาที
ลองสัมผัสดู ถ้าอาการเคลื่อนที่หรือหายไปเมื่อสัมผัส มักเป็นลูกที่กำลังเตะ ดัน หรือยืดตัว  มดลูกแข็งตึงขึ้นมาแล้วค่อยคลาย
เริ่มรู้สึกเมื่อไหร่ ราว 16–20 สัปดาห์  ไตรมาสที่ 2–3 
ช่วงที่พบบ่อย หลังมื้ออาหารและก่อนนอน  มักเบาลงเมื่อเปลี่ยนท่า เดิน หรือพัก 
ควรใส่ใจเมื่อ ลูกดิ้นน้อยลงหรือเปลี่ยนไปจากปกติ ถี่ขึ้น แรงขึ้น หรือมีเลือด น้ำไหล

ลูกโก่งตัวบ่อย เพราะอะไรคะ?

ลูกโก่งตัวบ่อยมักเกี่ยวกับจังหวะการหลับ-ตื่นและสิ่งรอบตัวของลูกค่ะ

  • ลูกมีช่วงตื่นและช่วงหลับ ลูกหลับลึกจนนิ่งไปได้ราว 20–75 นาที ส่วนช่วงตื่นลูกจะขยับมากขึ้น
  • หลังกินอาหารหรือของหวาน ลูกมักดิ้นมากหลังมื้ออาหารอิ่มใหม่ ๆ หรือ 1–2 ชั่วโมงหลังอาหาร แนะนำให้ลองดื่มน้ำหวานหรือกินอาหารเพื่อกระตุ้นลูกขยับ
  • ช่วงเย็นถึงก่อนนอน พบว่าแม่ท้องร้อยละ 72.8 รับรู้ว่าลูกขยับมากช่วงเย็น และร้อยละ 74.5 ช่วงกลางคืนรวมเวลาเข้านอน
  • ลูกตัวใหญ่ขึ้น รูปแบบการขยับเปลี่ยนไป ใกล้คลอด การเตะและขยับเบา ๆ จะรู้สึกลดลง ขณะที่การดันตัว โก่งตัว และกลิ้งตัวจะแรงขึ้น 
  • ลูกตอบสนองต่อเสียง ตั้งแต่อายุครรภ์ราว 20 สัปดาห์ ลูกได้ยินเสียงภายนอกและอาจดิ้นมากขึ้นเมื่อมีเสียงมากระตุ้น
  • แม่อยู่นิ่งจึงสังเกตได้ชัด ช่วงกลางวันที่แม่ทำกิจกรรมเยอะ มักรู้สึกลูกขยับน้อยกว่าตอนพักผ่อน

ลูกโก่งตัวบ่อย อันตรายไหม?

การขยับที่สม่ำเสมอมักเป็นสัญญาณที่ดี และสิ่งสำคัญคือการรู้ว่ารูปแบบปกติของลูกเป็นอย่างไร เพื่อให้สังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นลูกโก่งตัวบ่อยในรูปแบบที่คุ้นเคยจึงมักไม่ใช่เรื่องน่ากังวลค่ะ แต่ควรใส่ใจในกรณีต่อไปนี้

  • ลูกดิ้นน้อยลงหรือเปลี่ยนไปจากปกติ การดิ้นลดลงอาจสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพทารก จึงควรไปพบแพทย์โดยไม่ต้องรอวันนัด
  • ลูกดิ้นรุนแรงขึ้นฉับพลัน ภาวะทารกเครียดเฉียบพลัน เช่น สายสะดือถูกกดหรือรกลอกตัวก่อนกำหนด อาจทำให้ลูกดิ้นแรงขึ้นทันทีทันใด หากเป็นร่วมกับปวดท้องรุนแรงหรือมีเลือดออก ให้รีบไปโรงพยาบาลค่ะ
  • เจ็บมากเมื่อลูกขยับ การขยับของลูกไม่ควรทำให้เจ็บ หากเกร็งหรือปวดรุนแรงควรแจ้งแพทย์

ท้องแข็งบ่อยอันตรายไหม?

ท้องแข็งแบบเจ็บครรภ์เตือนเป็นส่วนหนึ่งที่พบได้ปกติในการตั้งครรภ์  แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกได้ชัด และยังไม่มีใครทราบสาเหตุที่แน่ชัด คาดว่าเป็นการที่ร่างกายซ้อมเข้าสู่ภาวะคลอด นอกจากนี้การมีท้องแข็งบ่อยไม่ได้แปลว่าใกล้คลอดเสมอไป

สิ่งที่อาจกระตุ้นให้ท้องแข็งได้แก่ ภาวะขาดน้ำ การเคลื่อนไหวมาก ปัสสาวะเต็ม การมีเพศสัมพันธ์ และการยกของหนัก และท้องแข็งแบบนี้อาจเกิดก่อนคลอดจริงหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน โดยมักถี่และแรงขึ้นเมื่อใกล้ท้ายการตั้งครรภ์

แต่ท้องแข็งอาจเป็นสัญญาณเตือนได้ เมื่ออายุครรภ์ไม่ถึง 37 สัปดาห์ แนะนำให้โทรหาแพทย์ทันที หากท้องแข็งตั้งแต่ 4 ครั้งขึ้นไปใน 1 ชั่วโมงและไม่หายเมื่อเปลี่ยนท่าหรือพัก หรือมีปวดหลังเป็นจังหวะ ปวดหน่วงอุ้งเชิงกราน ตกขาวเพิ่ม มีเลือดออก หรือมีน้ำไหล ปัจจัยเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้แก่ เคยคลอดก่อนกำหนด ตั้งครรภ์แฝด มีปัญหาที่มดลูก ปากมดลูก หรือช่องคลอด รวมถึงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือช่องคลอดที่ไม่ได้รักษา

 

ลูกโก่งตัว กับท้องแข็ง ต่างกันยังไง

ท้องแข็งแบบไหนคือเจ็บครรภ์เตือน แบบไหนคือเจ็บท้องคลอดจริง?

สิ่งที่ควรสังเกต

เจ็บครรภ์เตือน (Braxton Hicks)

เจ็บท้องคลอดจริง

ความถี่ ไม่สม่ำเสมอ ไม่ถี่ขึ้น สม่ำเสมอ แรงและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
ระยะเวลาต่อครั้ง ไม่แน่นอน 30–90 วินาที
เมื่อเปลี่ยนท่าหรือเดิน มักหยุดหรือเบาลง ไม่หายและไม่เบาลง
ความรุนแรง ยังเดินและพูดได้ตามปกติ พูดและเดินลำบาก
ตำแหน่งที่รู้สึก หน้าท้อง ปากมดลูก ท้อง หรือหลังส่วนล่าง
อาการอื่นร่วมด้วย มักไม่มี น้ำเดิน มูกเลือด หรือมูกปากมดลูกหลุด

ที่มา: Cleveland Clinic, Braxton Hicks Contractions 

ควรทำยังไง เมื่อท้องแข็ง?

Cleveland Clinic แนะนำให้ลองทำดังนี้ค่ะ

  • เดินหรือขยับตัว หากนั่งนานมาก
  • นอนพัก หากเพิ่งเคลื่อนไหวมาก
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ทานของว่างเบา ๆ
  • ไปปัสสาวะ เพราะกระเพาะปัสสาวะที่ว่างช่วยได้
  • ผ่อนคลาย เช่น อาบน้ำอุ่น อ่านหนังสือ หรือนวดสำหรับคนท้อง

หากไม่แน่ใจ ให้จดเวลาตั้งแต่เริ่มท้องแข็งครั้งหนึ่งถึงเริ่มครั้งถัดไป พร้อมสังเกตความเจ็บ ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำข้อมูลไปปรึกษาแพทย์ค่ะ

แม่ท้องควรนับลูกดิ้นอย่างไรคะ?

Cleveland Clinic ระบุว่าการนับลูกดิ้นสำคัญมากขึ้นในไตรมาสที่ 3 โดยแนะนำให้เริ่มนับที่ 28 สัปดาห์ ทั้งนี้ควรสอบถามแพทย์ที่ฝากครรภ์ว่าให้เริ่มนับเมื่อไหร่ค่ะ

  1. เลือกเวลาที่ลูกมักขยับ เช่น หลังมื้ออาหาร
  2. นอนตะแคงซ้ายหรือนั่งพิงสบาย ๆ วางมือบนท้อง
  3. จับเวลา แล้วนับทุกครั้งที่ลูกขยับ (รวมการโก่งตัวด้วย) จนครบ 10 ครั้ง
  4. จดว่าใช้เวลากี่นาที

วิธีการนับลูกดิ้นที่นิยมมี 2 วิธี วิธีแรก ACOG แนะนำให้ครบ 10 ครั้งภายใน 2 ชั่วโมง และ Cleveland Clinic ระบุว่าหากยังไม่ครบ 10 ครั้งใน 1 ชั่วโมง ไม่ได้แปลว่าผิดปกติ ให้ลองต่อเป็น 2 ชั่วโมง นอกจากนี้อีกวิธีคือนับให้ได้อย่างน้อย 3 ครั้งใน 1 ชั่วโมงหลังอาหาร การขยับต่อเนื่องเป็นชุดนับเป็น 1 ครั้ง ส่วนอาการสะอึกของลูกไม่นับ

ฟีเจอร์นับลูกดิ้น ที่คุณแม่ท้องไม่ควรพลาด จาก แอปพลิเคชัน theAsianparent สามารถเลือกรูปแบบการดิ้นได้ และคุณแม่ยังสามารถตั้งค่าแจ้งเตือนได้อีกด้วย เพื่อไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวของลูกน้อยค่ะ

–เริ่มต้นนับลูกดิ้นในแอป–

 

ลูกโก่งตัวหรือท้องแข็งแบบไหน ควรไปพบแพทย์คะ?

ควรโทรหาแพทย์หรือไปโรงพยาบาลเมื่อมีอาการใดอาการหนึ่งต่อไปนี้

  • ลูกดิ้นเปลี่ยนไปจากปกติอย่างชัดเจน หรือยังไม่ครบ 10 ครั้งใน 2 ชั่วโมงหลังลองกระตุ้นแล้ว
  • ท้องแข็งแรงห่างกันไม่ถึง 5 นาทีนาน 1 ชั่วโมง
  • ท้องแข็งจนเดินหรือพูดไม่ได้
  • ท้องแข็งถี่ขึ้นและแรงขึ้นเรื่อย ๆ
  • มีเลือดสดออกทางช่องคลอด
  • มีน้ำไหลต่อเนื่องหรือไหลพรวด
  • อายุครรภ์ไม่ถึง 37 สัปดาห์ และท้องแข็งตั้งแต่ 4 ครั้งต่อชั่วโมงขึ้นไปโดยไม่หายเมื่อเปลี่ยนท่า

การศึกษาคุณแม่ที่สูญเสียลูกในครรภ์ บางรายเข้าใจว่าการโก่งตัวคือการดิ้นปกติและไม่ได้นับลูกดิ้นอย่างจริงจัง จึงยิ่งสำคัญที่คุณแม่จะรู้จักรูปแบบการดิ้นของลูก และไปตรวจเมื่อรู้สึกว่าผิดปกติ โดยไม่ต้องรอวันนัดค่ะ

สรุปแล้ว ลูกโก่งตัวคือลูกขยับ ส่วนท้องแข็งคือมดลูกหดรัดตัว ถ้าอยู่ในช่วง 16–20 สัปดาห์ขึ้นไปแล้วรู้สึกลูกขยับสม่ำเสมอ และท้องแข็งเพียงเป็นครั้งคราว ไม่สม่ำเสมอ หายเมื่อเปลี่ยนท่าหรือพัก มักเป็นเรื่องปกติค่ะ หากอายุครรภ์ถึง 28 สัปดาห์ ควรเริ่มนับลูกดิ้นตามที่แพทย์แนะนำ แต่ถ้าลูกดิ้นเปลี่ยนไป ท้องแข็งถี่และแรงขึ้น มีเลือดออก มีน้ำไหล หรืออายุครรภ์ยังไม่ถึง 37 สัปดาห์ ควรพบแพทย์ทันทีนะคะ ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย โปรดปรึกษาแพทย์ที่ดูแลครรภ์ของคุณแม่เสมอค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

จุกแน่นท้อง ท้องแข็งตอนกลางคืน ไตรมาส 2 อันตรายไหม สาเหตุคืออะไร

คุณแม่ตั้งครรภ์ ท้องแข็งเวลาขยับตัว อันตรายไหม?

ท้องแข็งถี่ อันตรายไหม ห้ามทำอะไรบ้าง เมื่อมีอาการท้องแข็ง?

 

แหล่งอ้างอิง

  1. Braxton Hicks Contractions, Cleveland Clinic 
  2. Kick Counts, Cleveland Clinic 
  3. Quickening in Pregnancy, Cleveland Clinic 
  4. Preterm Labor, Cleveland Clinic
  5. นับลูกดิ้นนั้นสำคัญยิ่ง, วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน (ThaiJO) 
  6. Braxton Hicks contractions, HSE (Health Service Executive) 
  7. Braxton Hicks Contractions, StatPearls (NCBI Bookshelf) 
  8. What Are Braxton Hicks Contractions?, The Bump
  9. Braxton Hicks vs. contractions: Why am I cramping?, OSF HealthCare Blog 

 

บทความอัปเดตล่าสุด ตุลาคม 2569

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!