เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที
แม่รู้ไหม? การ จุ่มหน้าในน้ำแข็ง ช่วยหยุดอาการปรี๊ดแตกและใจสั่นได้ทันทีด้วยกลไก Diver's Reflex อ่านวิธีทำที่ถูกต้อง และข้อควรระวัง
คุณแม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ไหมคะ? เสียงลูกร้องไห้โยเยไม่หยุด งานบ้านกองพะเนินที่ทำเท่าไหร่ก็ไม่เสร็จ เดดไลน์งานออฟฟิศก็ไล่หลังมาติดๆ จู่ๆ หัวใจก็เต้นรัวแรง หน้าแดงตัวร้อน รู้สึกอยากจะกรี๊ดหรือร้องไห้ออกมาดังๆ เพียงแค่คุณ จุ่มหน้าในน้ำแข็ง ก็เหมือนกดปุ่มหยุดความเครียดให้กลับมาสงบได้ในเวลาไม่ถึงนาที วันนี้เราจะพาไปดูวิธีทำที่ถูกต้องกันค่ะ
เมื่อร่างกายแม่เข้าสู่โหมด “สู้หรือหนี” (Fight or Flight)
เวลาที่คุณแม่รู้สึกเครียดจัดๆ หรือแพนิค (Panic) ร่างกายจะมองว่าเสียงร้องของลูกหรือความวุ่นวายตรงหน้าคือ “ภัยคุกคาม” ระบบประสาทอัตโนมัติจะเหยียบคันเร่งเข้าสู่โหมด “สู้หรือหนี” ทันที
ผลก็คือ หัวใจจะเต้นแรงเพื่อสูบฉีดเลือด กล้ามเนื้อเกร็งเครียด และอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นซึ่งถ้าระบบนี้ทำงานค้างอยู่นานๆ จะทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าและควบคุมอารมณ์ไม่ได้
ในนาทีวิกฤตแบบนั้น การบอกตัวเองให้ “นับ 1 ถึง 10” มักไม่ทันกินค่ะ เราต้องการตัวช่วยที่แรงพอจะเบรกอาการเหล่านี้ และนั่นคือที่มาของการใช้น้ำเย็นเข้าช่วย

ทำไมต้อง “จุ่มหน้าในน้ำแข็ง”?
วิธีนี้ทางการแพทย์เรียกว่า “Mammalian Dive Reflex” หรือ “รีเฟล็กซ์การดำน้ำของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม” ค่ะ
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า มนุษย์เรามีกลไกพิเศษคล้ายกับวาฬหรือโลมา คือเมื่อร่างกายรับรู้ว่าเรากำลัง “ดำน้ำ” (โดยเฉพาะในน้ำเย็น) ระบบประสาทจะสั่งการให้ประหยัดออกซิเจนเพื่อรักษาชีวิตทันที โดยสั่งให้หัวใจเต้นช้าลงและเข้าสู่โหมดสงบ
งานวิจัยจาก Godek และ Freeman (2022) ยืนยันว่า เราไม่จำเป็นต้องโดดลงสระน้ำทั้งตัว แค่การ จุ่มหน้าในน้ำแข็ง หรือน้ำเย็นจัด ให้โดนบริเวณ “รอบดวงตาและจมูก” ก็เพียงพอแล้ว
เพราะบริเวณนี้มีเส้นประสาทสำคัญ เมื่อสัมผัสความเย็นจัดพร้อมกับการกลั้นหายใจ มันจะส่งสัญญาณด่วนไปที่สมองเพื่อกระตุ้น Vagus Nerve (เส้นประสาทแห่งความผ่อนคลาย) ให้ทำงานทันที ผลลัพธ์คือ:
- ชีพจรเต้นช้าลงทันที (หายใจสั่น)
- ความดันโลหิตลดลง (หายหัวร้อน)
- ความวิตกกังวลลดฮวบ เหมือนได้รีสตาร์ทเครื่องใหม่
3 วิธี “จุ่มหน้าในน้ำแข็ง” ฉบับคุณแม่เวลาน้อย
คนเป็นแม่ เวลาทุกวินาทีมีค่า เราจึงสรุป 3 วิธีใช้งานมาให้เลือกตามสถานการณ์ค่ะ
1. วิธีมาตรฐาน: จุ่มหน้าในกะละมัง (เห็นผลไวที่สุด)
วิธีนี้เหมาะมากเวลาแม่รู้สึก “ไม่ไหวแล้ว” หรือกำลังจะปรี๊ดแตกที่บ้าน
- หากะละมังใบใหญ่ ใส่น้ำเย็นและเติมน้ำแข็งลงไป (ให้อุณหภูมิเย็นจัดๆ)
- รวบผมให้เรียบร้อย สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วกลั้นหายใจ
- ก้มหน้าลงไป จุ่มหน้าในน้ำแข็งให้น้ำท่วมถึงแก้มและดวงตา
- นับในใจประมาณ 30 วินาที (หรือเท่าที่กลั้นหายใจไหว) แล้วเงยหน้าขึ้น
- ความเย็นจะทำให้คุณสะดุ้งนิดๆ ในตอนแรก แต่หลังจากนั้นความสงบจะเข้ามาแทนที่ทันที
2. วิธีลัด: ถุงเย็นประคบหน้า (สำหรับแม่สายออฟฟิศ)
ถ้าอยู่เฝ้าลูกที่โรงพยาบาล หรืออยู่ที่ทำงาน หากะละมังไม่ได้ ให้ใช้วิธีนี้ค่ะ
- ใช้เจลประคบเย็น (Cold Pack) หรือถุงซิปล็อกใส่น้ำแข็ง ห่อผ้าบางๆ
- กลั้นหายใจ แล้วโปะถุงเย็นลงบนใบหน้า เน้นที่ดวงตาและโหนกแก้ม
- กลั้นหายใจไว้ 10-15 วินาที ทำซ้ำได้ถ้ารู้สึกยังไม่ดีขึ้น
3. วิธีผ่อนคลายปิดท้ายวัน: อาบน้ำเย็น
- หลังจากอาบน้ำเสร็จ ให้ปิดท้ายด้วยการล้างหน้าหรือราดตัวด้วยน้ำเย็นจัด 30 วินาที เป็นการฝึกให้ระบบประสาทแข็งแรงรับมือความเครียดได้ดีขึ้นในระยะยาว

ข้อควรระวังที่คุณหมอฝากบอก
ถึงจะเป็นวิธีธรรมชาติ แต่ก็มีข้อยกเว้นนะคะ
- แม่ที่มีโรคหัวใจต้องระวัง: ใครที่มีภาวะ หัวใจเต้นช้าผิดปกติ (Bradycardia) หรือโรคหัวใจรุนแรง ห้ามใช้วิธีนี้ หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะการลดอัตราการเต้นของหัวใจกะทันหันอาจเป็นอันตรายได้
- แค่หน้าก็พอ: ย้ำอีกครั้งว่าให้ จุ่มหน้าในน้ำแข็ง เท่านั้น ห้ามกระโดดลงอ่างน้ำแข็งทั้งตัวขณะกำลังแพนิค เพราะอาจเกิดอาการช็อกได้ค่ะ
การเป็นแม่คืองานที่หนักที่สุดในโลก และไม่ใช่เรื่องผิดที่เราจะรู้สึกอ่อนแอหรือระเบิดอารมณ์ออกมาบ้าง แต่เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่ารับมือไม่ไหว ให้จำไว้ว่าคุณมีตัวช่วยอยู่ในตู้เย็นเสมอ
ครั้งหน้าถ้าลูกกรี๊ดจนแม่เริ่มมึนหัว ลองเดินเข้าครัวไปหยิบน้ำแข็ง แล้วใช้เทคนิคจุ่มหน้าในน้ำแข็ง ดูนะคะ เพียงแค่ 30 วินาที คุณจะได้ความสงบกลับคืนมา พร้อมกลับไปเป็นคุณแม่ที่น่ารักและเข้มแข็งของลูกๆ ได้เหมือนเดิมค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป หากคุณแม่มีอาการซึมเศร้า หรือเครียดรุนแรงเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการดูแลที่เหมาะสมนะคะ
ที่มา: Psychology Today , Life Reminder
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
งานวิจัยยืนยัน ผู้หญิงยิ่งชอปปิง ยิ่งคลายเครียด รู้สึกมีอำนาจ มีกำลังใจใช้ชีวิตต่อ