ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจริงไหม?

undefined

ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือไม่ สรุปงานวิจัย แนวทางเปลี่ยนผ้าอ้อมสำเร็จรูป อาการที่ต้องสังเกต และควรพบแพทย์

Advertisement

ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เพราะความชื้นและอุจจาระที่ค้างอยู่ใกล้ท่อปัสสาวะนาน ๆ อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียจากลำไส้เข้าสู่ทางเดินปัสสาวะได้ง่ายขึ้น แนวทางทั่วไปคือเปลี่ยนทุกประมาณ 2 ชั่วโมงและทันทีหลังลูกอึ 

งานวิจัยในญี่ปุ่นพบว่าทารกที่ติดเชื้อเปลี่ยนผ้าอ้อมเฉลี่ย 4.7 ครั้งต่อวัน ส่วนทารกที่ไม่ติดเชื้อเปลี่ยนเฉลี่ย 7.5 ครั้งต่อวัน อย่างไรก็ตาม หลักฐานยังเป็นการศึกษาเชิงสังเกตและผลยังไม่ตรงกันทั้งหมด หากลูกมีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึม กินนมน้อยลง หรือฉี่มีกลิ่นผิดปกติ ควรพาไปพบแพทย์ค่ะ

 

FAQ: คำถามที่คุณแม่ถามบ่อย

Q: ลูกสาวเสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมากกว่าลูกชายไหม? 

A: Cleveland Clinic ระบุว่าเด็กผู้หญิงมีโอกาสเป็นมากกว่า เพราะท่อปัสสาวะสั้นกว่าและอยู่ใกล้ทวารหนักมากกว่า ส่วนเด็กผู้ชายที่ไม่ได้ขลิบมีความเสี่ยงสูงกว่าเล็กน้อยค่ะ

Q: ลูกยังพูดไม่ได้ จะรู้ได้อย่างไรว่าติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ? 

A: ทารกอาจมีเพียงไข้ งอแง กินนมน้อยลง อาเจียน หรือฉี่มีกลิ่นฉุน บางรายไม่มีอาการเฉพาะเลย โรงพยาบาลเวชธานีระบุว่าไข้ที่ไม่มีอาการบอกตำแหน่งชัดเจนควรนึกถึงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะค่ะ

Q: ผื่นผ้าอ้อมกับการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเป็นโรคเดียวกันไหม?

A: คนละโรคกันค่ะ ผื่นเป็นปัญหาที่ผิวหนังซึ่งมองเห็นได้ แต่การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเกิดภายในร่างกาย จึงอาจไม่เห็นความผิดปกติที่ผิวเลย แต่คำแนะนำป้องกันคล้ายกัน คือเปลี่ยนผ้าอ้อมให้บ่อยและรักษาความสะอาดบริเวณนั้นค่ะ

 

ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจริงไหม?

คุณแม่หลายท่านคงเคยอยู่ในสถานการณ์นี้ ลูกหลับสนิทจึงไม่อยากปลุก แพมเพิสที่ซึมซับดีทำให้ผิวสัมผัสดูแห้ง หรือกำลังเดินทางอยู่จึงเลื่อนการเปลี่ยนออกไปก่อน คำถามที่ตามมาคือ ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป จะทำให้ลูกติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือเปล่า

คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ มีงานวิจัยที่พบความสัมพันธ์ แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปที่ฟันธงได้ ค่ะ

งานวิจัยพบอะไรบ้าง?

ลองมาดูผลการศึกษาแบบเข้าใจง่าย ๆ กันค่ะ

  • ญี่ปุ่น (2009): นักวิจัยตรวจทารกอายุ 2 เดือนถึง 2 ปีครึ่งที่มีไข้ 128 คน พบว่าทารกที่ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (32 คน) ถูกเปลี่ยนผ้าอ้อมเฉลี่ยวันละ 4.7 ครั้ง ส่วนทารกที่ไม่ติดเชื้อ (96 คน) ถูกเปลี่ยนเฉลี่ยวันละ 7.5 ครั้ง ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ต้องจำไว้ว่าเป็นทารกที่มีไข้และมาตรวจที่คลินิก ไม่ใช่เด็กทั่วไปทั้งหมด
  • อินโดนีเซีย (2013): เด็ก 80 คนที่ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปทุกวันและแพทย์สงสัยว่าติดเชื้อ ตรวจพบเชื้อในปัสสาวะ 40 คน ในกลุ่มที่พบเชื้อมี 18 คน (45%) ที่ถูกเปลี่ยนผ้าอ้อมน้อยกว่าวันละ 4 ครั้ง แต่ในกลุ่มที่ไม่พบเชื้อไม่มีเด็กคนไหนเปลี่ยนน้อยขนาดนั้นเลย เชื้อที่พบบ่อยที่สุดคือ E. coli (20 จาก 40 คน) ข้อจำกัดคือจำนวนครั้งที่เปลี่ยนมาจากการที่คุณพ่อคุณแม่กรอกแบบสอบถามเอง
  • อิหร่าน: ศึกษาในเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 2 ปีที่ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะครั้งแรก เทียบกับเด็กที่เข้าโรงพยาบาลด้วยโรคอื่น พบว่ากลุ่มที่ติดเชื้อใช้ผ้าอ้อมชนิดซึมซับสูงบ่อยกว่าอย่างชัดเจน แต่จำนวนผืนที่ใช้ต่อวันไม่ต่างกัน ซึ่งขัดกับสองงานแรก
  • ฟินแลนด์ (1996): เปรียบเทียบผ้าอ้อมสำเร็จรูปทั่วไป ชนิดซึมซับสูง และผ้าอ้อมผ้า พบว่าชนิดของผ้าอ้อมไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นงานที่เก่าที่สุดในกลุ่มนี้

 

ทำไมหลักฐานจึงยังไม่ฟันธง?

งานที่เจอความสัมพันธ์ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาแบบเปรียบเทียบกลุ่ม (case-control หรือ cross-sectional) ซึ่งบอกได้ว่า “สองอย่างนี้เกิดควบคู่กัน” แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าอย่างหนึ่งเป็นเหตุของอีกอย่าง และผลเรื่องจำนวนครั้งที่เปลี่ยนต่อวันก็ยังไม่ตรงกันในทุกงานค่ะ

ส่วนกลไกที่ผู้วิจัยในอินโดนีเซียอธิบายคือ เมื่อใส่ผ้าอ้อมที่เปียกชื้น บริเวณฝีเย็บจะชื้น ทำให้แบคทีเรียเคลื่อนจากทวารหนักไปยังปากท่อปัสสาวะได้ง่ายขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ Cleveland Clinic ที่ระบุว่าเชื้อ E. coli เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด โดยอาศัยอยู่ในทางเดินอาหารและเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะผ่านอุจจาระได้

สรุปง่าย ๆ คือ ยังไม่มีเกณฑ์ “กี่ชั่วโมงถึงอันตราย” ที่ได้รับการพิสูจน์ แต่การเปลี่ยนให้บ่อยเป็นวิธีป้องกันที่ไม่มีข้อเสียและสอดคล้องกับคำแนะนำของแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ค่ะ

 

ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ?

ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในเด็กคืออะไร และพบบ่อยแค่ไหน?

ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในเด็ก (UTI) คือภาวะที่แบคทีเรียหรือเชื้ออื่นเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ ท่อไต ไต หรือท่อปัสสาวะ Cleveland Clinic อธิบายว่าอาจเรียกว่ากระเพาะปัสสาวะอักเสบ (ทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง) หรือกรวยไตอักเสบ (ทางเดินปัสสาวะส่วนบน)

ข้อมูลจากโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ อ่าวนาง ระบุว่าพบประมาณ ร้อยละ 3–7 ในเด็กที่มีไข้ และพบในเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย นอกจากนี้ยังระบุว่าเด็กที่ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะพบความผิดปกติของทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย ร้อยละ 30–40 จึงแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น อัลตราซาวด์ไตและกระเพาะปัสสาวะในเด็กเล็ก

โรงพยาบาลขอนแก่นราม ระบุว่าการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของไข้สูงโดยไม่ทราบสาเหตุในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี 6 เดือน และบางรายอาจไม่มีอาการอื่นเลย

ที่สำคัญคือ แพมเพิสไม่ใช่สาเหตุเดียว Cleveland Clinic ระบุปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น ภาวะปัสสาวะไหลย้อน ท้องผูก ความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินปัสสาวะ และการกลั้นปัสสาวะ ดังนั้นต่อให้เปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยแล้ว ก็ยังควรสังเกตอาการลูกต่อไปค่ะ

 

ควรเปลี่ยนแพมเพิสให้ลูกทุกกี่ชั่วโมง?

  • ลูกสุขภาพดี ไม่มีผื่น ควรเปลี่ยนทุกประมาณ 2 ชั่วโมง และทันทีหลังลูกอึ
  • ลูกอึ ควรเปลี่ยนทันทีและล้างทำความสะอาด
  • ลูกมีผื่นผ้าอ้อมอยู่แล้ว ควรเปลี่ยนถี่ขึ้นเป็นชั่วโมงละครั้ง และอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงกลางคืน
  • ผ้าอ้อมเปียกชื้นจากกิจกรรมอื่น (เช่น เล่นน้ำ เหงื่อออกมาก) ควรเปลี่ยนทันที

นอกจากนี้ Cleveland Clinic ยังระบุว่าการเปลี่ยนผ้าอ้อมที่เปียกให้บ่อย และเปลี่ยนผ้าอ้อมที่เปื้อนอุจจาระโดยเร็วที่สุด เป็นหนึ่งในวิธีลดความเสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะของเด็กค่ะ

ส่วนช่วงที่ลูกหลับยาว ยังไม่มีเกณฑ์เฉพาะ ว่าควรปลุกเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือไม่ คุณแม่ที่กังวลลองสอบถามกุมารแพทย์ที่ดูแลลูกอยู่ได้เลยนะคะ

นอกจากนี้ โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ อ่าวนาง แนะนำให้ ลดการใส่ผ้าอ้อมตลอด 24 ชั่วโมง ในส่วนของการดูแลป้องกัน ซึ่งหมายความว่าช่วงที่สะดวก ควรให้ผิวบริเวณนั้นได้พักจากผ้าอ้อมบ้างค่ะ

 

ลูกมีอาการแบบไหนที่ควรสงสัยว่าติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ?

ตามข้อมูลของ Cleveland Clinic ยิ่งลูกเล็ก อาการยิ่งไม่จำเพาะ

ช่วงวัย

อาการที่อาจพบ

ทารกและเด็กเล็ก ไข้, ปวดหรือท้องอืดตึง, ฉี่กลิ่นฉุนแรง, น้ำหนักลด, หงุดหงิดงอแง, อาเจียน, กินนมน้อยลง, อ่อนเพลีย, ตัวหรือตาเหลือง, ท้องเสีย
เด็กโต ปวดฉี่ถี่ แต่ออกทีละน้อย, ฉี่รดที่นอนหรือกางเกงหลังฝึกขับถ่ายได้แล้ว, ฉี่แสบขัด, ปวดท้องน้อย/หลัง/สีข้าง, ฉี่ขุ่น มีกลิ่น หรือมีเลือด, คลื่นไส้อาเจียน, ไข้หนาวสั่น

NIH (MedlinePlus) ระบุเช่นกันว่าเด็กเล็กที่ติดเชื้ออาจมีไข้ เบื่ออาหาร อาเจียน หรือ ไม่มีอาการใด ๆ เลย ก็ได้ ส่วนโรงพยาบาลเวชธานี ระบุว่าการติดเชื้อวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจปัสสาวะ ซึ่งจะพบเม็ดเลือดขาวหรือแบคทีเรียหากมีการติดเชื้อ

 

เมื่อไหร่ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที?

โรงพยาบาลขอนแก่นรามแนะนำให้รีบพบแพทย์เมื่อมีไข้สูงหนาวสั่น ร้องไห้งอแงหรือปัสสาวะลำบาก กินยาแล้วไม่ดีขึ้น ซึมลง หรือดูดนมและกินอาหารน้อยลง

ส่วน Cleveland Clinic ระบุเกณฑ์ที่ควรไปห้องฉุกเฉินไว้ชัดเจน ดังนี้

  • ลูกอายุต่ำกว่า 6 เดือนและมีอาการเข้าข่ายติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • มีไข้ร่วมกับอาการเข้าข่ายติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • ไม่ยอมกินหรือดื่ม หรือกินแล้วอาเจียนออกหมด
  • ไม่มีผ้าอ้อมเปียกนาน 6 ชั่วโมง
  • ตัวหรือตาเหลือง
  • ปวดรุนแรง
  • ฉี่เป็นเลือด

ที่ต้องรีบเพราะหากปล่อยไว้ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด ไตติดเชื้อ และแผลเป็นที่ไต ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่โรคไตเรื้อรังได้ การติดเชื้อในทารกที่ไม่ได้รับการรักษาอาจลุกลามเข้ากระแสเลือดและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ

การรักษาหลักคือยาปฏิชีวนะ โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ อ่าวนางระบุว่าให้ยานาน 7–14 วัน และ Cleveland Clinic แนะนำให้ลูกกินยาครบตามที่แพทย์สั่งแม้อาการจะดีขึ้นแล้ว คุณแม่ไม่ควรซื้อยามาให้ลูกเองนะคะ เพราะต้องตรวจปัสสาวะเพื่อยืนยันก่อน

 

ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ?

 

ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป ป้องกันได้อย่างไร? 

  • เปลี่ยนทุกประมาณ 2 ชั่วโมง และเปลี่ยนทันทีหลังลูกอึ
  • เช็ดจากหน้าไปหลัง เพื่อไม่ให้เชื้อจากทวารหนักไปที่ท่อปัสสาวะ
  • ทำความสะอาดอย่างเบามือ ใช้น้ำอุ่นกับผ้านุ่มได้ หากผิวลูกแพ้ทิชชู่เปียก แล้วซับให้แห้งก่อนใส่ผืนใหม่
  • ไม่รัดผ้าอ้อมแน่นเกินไป เว้นที่ให้ระบายอากาศ โดยเฉพาะตอนกลางคืน
  • ให้ผิวได้พักจากผ้าอ้อมบ้าง เช่น ปล่อยโล่งสั้น ๆ บนผ้าขนหนู 
  • ให้เด็กที่ดื่มน้ำได้แล้วดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ดูแลไม่ให้ลูกท้องผูก เพราะท้องผูกเป็นปัจจัยเสี่ยง UTI
  • เมื่อเริ่มฝึกขับถ่าย สอนลูกไม่ให้กลั้นฉี่ และสอนเช็ดจากหน้าไปหลัง
  • เลือกสบู่อ่อนโยน เพราะสบู่มีกลิ่นอาจระคายท่อปัสสาวะ แม้ว่าอาบน้ำในอ่างฟองสบู่เองไม่ได้ทำให้เกิด UTI

สรุป ใส่แพมเพิสให้ลูกนานเกินไป ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นต้นเหตุโดยตรงของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ แต่งานวิจัยในญี่ปุ่นและอินโดนีเซียพบว่าเด็กที่เปลี่ยนผ้าอ้อมน้อยครั้งต่อวันมักพบการติดเชื้อมากกว่า และแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศแนะนำตรงกันว่าควรเปลี่ยนให้บ่อยค่ะ อย่างไรก็๖าม ลูกแต่ละคนมีสภาพร่างกายต่างกัน หากคุณแม่ไม่แน่ใจ ปรึกษากุมารแพทย์ได้เสมอนะคะ

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำของแพทย์ได้ค่ะ

แหล่งอ้างอิง

  1. Urinary Tract Infection (UTI) in Kids, Cleveland Clinic
  2. Common Diaper Rashes & Treatments, HealthyChildren.org (American Academy of Pediatrics) 
  3. Tips That Can Help Prevent and Avoid Diaper Rash, Healthline
  4. Urinary tract infection – children, MedlinePlus (NIH)
  5. Association between the frequency of disposable diaper changing and urinary tract infection in infants, PubMed (Clinical Pediatrics) 
  6. Association between the frequency of disposable diaper changing and urinary tract infection in children, Paediatrica Indonesiana
  7. Diaper type as a risk factor in urinary tract infection of children, PubMed 
  8. Type of nappy and nursing habits in acquiring acute urinary tract infection, PubMed 
  9. Disposable diaper overuse is associated with primary enuresis in children, Scientific Reports via PubMed Central
  10. โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ, โรงพยาบาลขอนแก่นราม 
  11. โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในเด็ก, โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ อ่าวนาง
  12. UTI is usually asymptomatic in baby or young child, โรงพยาบาลเวชธานี 
  13. ผื่นผ้าอ้อม, โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี 

 

บทความอัปเดตล่าสุด ตุลาคม 2569

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!