ทารก 2 เดือน ผื่นขึ้นก้นนึกว่าผื่นแพ้ ที่แท้คือ "โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด"

undefined

อุทาหรณ์เตือนใจคนคุณแม่ตั้งครรภ์ เชื้อซิฟิลิสแพร่ผ่านทางรกไปสู่ลูกน้อยขณะที่อยู่ในครรภ์ ต้นเหตุ โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด

Advertisement

อุทาหรณ์เตือนใจคนเป็นพ่อเป็นแม่ เมื่อทารกเพศหญิงชาวเวียดนาม วัยเพียง 2 เดือน ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด หนูน้อยถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาด่วน เนื่องจากมีผื่นแดงขึ้นประปรายบริเวณก้น ก่อนลุกลามเป็นปื้นและตุ่มพองกระจายไปทั่วแขน ขา และลำคอ ตอนแรกครอบครัวพาไปคลินิกเอกชน แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเพียงผิวหนังอักเสบ ให้ยาทาและแนะนำให้อาบน้ำชาเขียว แต่ผ่านไป 2 วัน อาการกลับไม่ดีขึ้นเลย

อาการทรุดหนัก ตุ่มแตก-ไข้สูง-โลหิตจาง 

ไม่กี่วันต่อมา ตุ่มพองเริ่มแตกออก มีน้ำเหลืองปนเลือดไหลซึม หนูน้อยเริ่มงอแง ร้องไห้ และมีไข้สูงถึง 38 องศาเซลเซียส เมื่อส่งตัวไปตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลแห่งชาติสำหรับโรคเขตร้อน แพทย์พบว่าเด็กมีภาวะขาดสารอาหารอย่างรุนแรง โลหิตจางขั้นวิกฤต และติดเชื้อ “โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด”

ทีมแพทย์เร่งให้ยาปฏิชีวนะและเติมเลือดเพื่อรักษาภาวะโลหิตจาง พร้อมดูแลเรื่องโภชนาการอย่างใกล้ชิด หลังผ่านไป 5 วัน รอยแผลตามผิวหนังเริ่มแห้ง ไข้ลดลง และทานนมได้ดีขึ้น จนกระทั่งครบ 2 สัปดาห์ หนูน้อยก็มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

 

โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด

ภาพจากโรงพยาบาล

บทเรียนสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้

นพ. เหงียน มานห์ ตรวง กุมารแพทย์ผู้ดูแลเคสนี้ ให้ข้อมูลว่า ทารกคลอดครบกำหนดรายนี้มีน้ำหนักตัวแรกเกิดเพียง 1.6 กิโลกรัม ซึ่งแสดงถึงภาวะทุพโภชนาการตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และเมื่อตรวจเพิ่มเติมก็พบเรื่องน่าตกใจว่า ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ติดเชื้อซิฟิลิสด้วยกันทั้งคู่ โดยที่ไม่เคยรู้ตัวมาก่อน

อย่างไรก็ตาม โรคซิฟิลิสแต่กำเนิดสามารถป้องกันได้ หากคุณแม่เข้ารับการตรวจฝากครรภ์และคัดกรองเชื้อตั้งแต่เนิ่นๆ หากพบเชื้อเร็ว การรักษาทันท่วงทีจะช่วยปกป้องทารกในครรภ์ให้ปลอดภัยและลืมตาดูโลกได้อย่างแข็งแรงค่ะ

 

โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด คืออะไร?

โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด คือการที่ทารกในครรภ์ได้รับเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Treponema pallidum จากคุณแม่ที่ติดเชื้อ ซึ่งเชื้อจะแพร่ผ่านทางรกไปสู่ลูกน้อยขณะที่อยู่ในครรภ์ (สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกอายุครรภ์) หรืออาจเกิดจากการสัมผัสเชื้อในระหว่างการคลอดค่ะ

อันตรายของโรคซิฟิลิสแต่กำเนิดต่อลูกน้อย

โรคซิฟิลิสแต่กำเนิดไม่ได้ทำให้ลูกน้อยแค่น้ำหนักแรกเกิดน้อยหรือโลหิตจางเท่านั้น แต่เชื้อยังสามารถเข้าไปทำลายอวัยวะสำคัญ เช่น ตับ หัวใจ ตา หู รวมถึงระบบประสาท ส่งผลเสียต่อพัฒนาการในระยะยาวได้อย่างร้ายแรงโดยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นมีดังนี้:

  • การแท้ง หรือการตายคลอด (ทารกเสียชีวิตในครรภ์)
  • การคลอดก่อนกำหนด หรือทารกเกิดภาวะบวมน้ำ (hydrops fetalis)
  • การเสียชีวิตหลังคลอด ในช่วงไม่กี่วันแรก
  • หากทารกรอดชีวิต แต่อาจพบ ความบกพร่องทางร่างกาย เช่น ตาบอด หูหนวก มีความผิดปกติทางโครงสร้างของร่างกาย และมีความผิดปกติของระบบประสาทตามมาค่ะ

 

ทารกมีผื่นที่ก้นและขา

ภาพจาก shutterstock

 

โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด มีอาการอย่างไร?

อาการของโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ระยะ ตามอายุของเด็กค่ะ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ว่า ทารกที่ติดเชื้อส่วนใหญ่จะไม่มีอาการที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนในแรกเกิด:

  1. ระยะแรกเริ่ม: พบอาการตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 2 ปี (ส่วนใหญ่มักเริ่มแสดงอาการภายใน 5 สัปดาห์แรก) ลูกน้อยบางคนอาจสังเกตเห็นผื่นขึ้นบริเวณฝ่ามือหรือฝ่าเท้าได้ค่ะ
  2. ระยะหลัง: หากเด็กไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรกเกิด อาการแสดงจะเริ่มปรากฏเมื่ออายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป และมักเป็นความผิดปกติที่คงอยู่ติดตัวไปตลอดชีวิต เช่น
    • มีความพิการทางกระดูกและระบบประสาท
    • การได้ยินผิดปกติ หรือโครงสร้างฟันผิดปกติ
    • มีรูปร่างจมูกผิดปกติที่เป็นลักษณะเฉพาะ เรียกว่า “จมูกแบบซิฟิลิส” (Syphilis nose) หรือ “จมูกอานม้า” (Saddle nose) ซึ่งบริเวณดั้งจมูกจะแฟบบุ๋มยุบลงไปค่ะ

 

วิธีป้องกัน โรคซิฟิลิสจากแม่สู่ลูก

โรคซิฟิลิสสามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ หากขณะตั้งครรภ์เราใส่ใจดูแลตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • ฝากครรภ์คุณภาพแต่เนิ่น ๆ: เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ คุณแม่ควรรีบไปฝากครรภ์ทันที ก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ เพื่อทำการตรวจคัดกรองค่ะ
  • ตรวจคัดกรองทั้งคู่เพศสัมพันธ์: ไม่ใช่แค่คุณแม่ที่ต้องตรวจนะคะ คุณพ่อหรือสามีก็ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิสไปพร้อม ๆ กันด้วย
  • หากพบเชื้อ ต้องรีบรักษาทันที: ยาปฏิชีวนะ “เพนิซิลลิน” (Penicillin) เป็นยาเพียงชนิดเดียวที่ช่วยรักษาและป้องกันการติดเชื้อซิฟิลิสแต่กำเนิดไปยังลูกน้อยได้ การให้ยานี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงที่ลูกจะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ
  • คุณพ่อต้องรักษาด้วย: เพื่อป้องกันการรับเชื้อกลับมาติดซ้ำ พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัยอย่างปลอดภัยด้วยค่ะ

แม่ๆ บ้านไหนกำลังตั้งครรภ์ อย่าลืมไปตรวจครรภ์ตามนัดให้ครบ และปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดนะคะ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็กในท้องค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เผยผลวิจัย! คนท้องนอนน้อย เสี่ยง 5 ภาวะแทรกซ้อน ต่อแม่และลูกในครรภ์

อูน ชนิสราเตือน คนท้องคันฝ่ามือ ฝ่าเท้า อย่าปล่อยผ่าน เสี่ยงสูญเสียลูกน้อยในครรภ์

นิสัยง่ายๆ ของคนท้องที่ช่วย ลดความเสี่ยง ออทิสติก ให้ลูกได้

 

แหล่งอ้างอิง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!