อีสุกอีใสระบาด! เช็กอาการ วิธีรักษา และตารางฉีดวัคซีนเด็กและผู้ใหญ่

undefined

เตือนพ่อแม่! อีสุกอีใสระบาด ในกลุ่มเด็กวัยเรียนและนักศึกษา เรามาอัปเดตอาการที่ต้องสังเกต วิธีดูแลตัวเองที่บ้าน และแนวทางป้องกันด้วยวัคซีนกันค่ะ

Advertisement

สถานการณ์ อีสุกอีใสระบาด กลับมาเป็นประเด็นที่น่ากังวลอีกครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยเรียนอายุ 5–12 ปี และล่าสุดยังพบการระบาดในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยรวมกว่า 23 ราย ข้อมูลจากกองระบาดวิทยาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 4 มี.ค. 2569 พบผู้ป่วยทั่วประเทศแล้วกว่าหมื่นราย ซึ่งถือเป็นวงจรการระบาดตามปกติในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน (มกราคม-เมษายน) ที่เราต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดค่ะ

ทำความรู้จัก โรคอีสุกอีใส “โรคใกล้ตัวที่ป้องกันได้”

โรคอีสุกอีใส (Chickenpox) เกิดจากเชื้อไวรัส Varicella zoster ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่ก่อให้เกิดโรคงูสวัด ไวรัสชนิดนี้มีความสามารถในการแพร่เชื้อสูงมาก โดยติดต่อผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

  1. การไอ จาม หรือหายใจรดกัน
  2. การสัมผัสผู้ที่เป็นโรคโดยตรง
  3. การใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย

เช็กอาการ: ลูกเราเป็นอีสุกอีใสหรือเปล่า?

เมื่อ อีสุกอีใสระบาด สิ่งที่พ่อแม่ต้องสังเกตคือ “ตุ่มน้ำ” ที่มีลักษณะจำเพาะ โดยอาการจะแบ่งเป็นระยะดังนี้

  • ระยะแรก: มีผื่นแดงราบเกิดขึ้น ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มใส และค่อยๆ อุ่นขึ้นจนดูคล้ายหนอง กระจายตามใบหน้า ลำตัว แผ่นหลัง และช่องปาก
  • ระยะ 2-3 วันต่อมา: ตุ่มจะเริ่มตกสะเก็ด
  • ข้อแตกต่างตามวัย: ในเด็กเล็กจะมีไข้ต่ำ อ่อนเพลีย และเบื่ออาหารเล็กน้อย แต่ในผู้ใหญ่จะมีไข้สูงและปวดเมื่อยตามตัวคล้ายไข้หวัดใหญ่

อีสุกอีใสระบาด

 

อาการแทรกซ้อนที่ “ห้ามมองข้าม”

แม้จะเป็นโรคที่หายเองได้ แต่ความน่ากังวลของ อีสุกอีใสระบาด คืออาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • ติดเชื้อแบคทีเรีย: หากเกาจนตุ่มแตกอาจเกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อน กลายเป็นหนองและทิ้งรอยแผลเป็นถาวร
  • อันตรายต่ออวัยวะภายใน: ในผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เชื้ออาจกระจายไปยังปอด สมอง หรือตับ
  • กลุ่มคุณแม่ตั้งครรภ์: หากติดเชื้อในช่วง 3-4 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ลูกน้อยในครรภ์เสี่ยงพิการ

ปัจจุบันโรคนี้ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งสถาบันโรคผิวหนังระบุว่าเป็นวิธีป้องกันที่ได้ผลดีที่สุด

ฉีดวัคซีนอีสุกอีใสตอนไหนดี? เช็กตารางการฉีดที่ถูกต้อง

วัคซีนอีสุกอีใสสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเป็นโรคนี้มาก่อน โดยเป็นการฉีดเข้าใต้ผิวหนังทั้งหมด 2 เข็ม ตามช่วงอายุดังนี้ครับ

1. กลุ่มเด็กเล็ก (อายุต่ำกว่า 13 ปี)

  • เข็มที่ 1: แนะนำให้ฉีดเมื่ออายุ 12-18 เดือน
  • เข็มที่ 2: ฉีดกระตุ้นอีกครั้งในช่วงอายุ 4-6 ปี
  • กรณีพิเศษ: หากอยู่ในช่วง อีสุกอีใสระบาด สามารถฉีดเข็มที่ 2 ก่อนอายุ 4 ปีได้ทันที แต่ต้องเว้นระยะห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 3 เดือน

2. กลุ่มเด็กโตและผู้ใหญ่ (อายุ 13 ปีขึ้นไป)

  • สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีภูมิคุ้มกัน ให้ฉีดจำนวน 2 เข็ม เช่นเดียวกัน
  • โดยเว้นระยะห่างระหว่างเข็มแรกและเข็มที่สองอย่างน้อย 1 เดือน

3. ทางเลือกใหม่: วัคซีนรวม (MMRV)

ปัจจุบันมี วัคซีนรวม 4 โรค (หัด, หัดเยอรมัน, คางทูม และอีสุกอีใส) สำหรับเด็กอายุ 1-12 ปี ซึ่งช่วยลดจำนวนครั้งในการเจ็บตัวจากการเข็มฉีด โดยกำหนดการฉีด 2 เข็ม จะเหมือนกับวัคซีนอีสุกอีใสชนิดเดี่ยวครับ

 

วัคซีนอีสุกอีใส

 

แนวทางการรักษาและรับมือเมื่อติดเชื้อ

หากพบว่ามีการติดเชื้อในช่วงที่ อีสุกอีใสระบาด นพ.สุตศรัญย์ พรึงลำภู จากสถาบันโรคผิวหนัง แนะนำการรักษาดังนี้

  1. การรักษาตามอาการ: หากมีไข้ให้ทานยาพาราเซตามอล พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากๆ
  2. คำเตือนสำคัญ: “ห้ามใช้ยาแอสไพรินเด็ดขาด” เพราะอาจทำให้เกิดความผิดปกติรุนแรงต่อสมองและตับ
  3. กรณีที่ต้องพบแพทย์ทันที: มีไข้สูง ผื่นขึ้นเยอะมาก มีอาการแทรกซ้อน เช่น หอบ ชัก หรือซึม
  4. ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง: ผู้ที่เป็นโรคเอดส์ มะเร็ง หรือมีโรคประจำตัว ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาต้านไวรัสลดความรุนแรงของโรค

ข้อควรรู้และวิธีลดการแพร่กระจายของโรค

  • ระยะแพร่เชื้อ: เริ่มตั้งแต่ 24 ชั่วโมงก่อนผื่นขึ้น จนกระทั่งตุ่มแห้งตกสะเก็ดทั้งหมด (ประมาณ 6-7 วัน) ดังนั้นควรหยุดเรียนหรือหยุดงานทันที
  • ความเชื่อเรื่องของแสลง: ยืนยันว่า “โรคนี้ไม่มีของแสลง” สามารถรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ได้ตามปกติ
  • การดูแลผิว: หลีกเลี่ยงการแกะเกาตุ่มน้ำ เพื่อป้องกันรอยแผลเป็นถาวร

ท่ามกลางสถานการณ์ อีสุกอีใสระบาด ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล การไม่ใช้ของร่วมกัน หากพบว่าลูกเป็นอีสุกอีใส การแยกผู้ป่วยออกจากกลุ่ม เป็นวิธีที่ช่วยหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้ดีที่สุดค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อีสุกอีใส ตอนท้อง ลูกเสี่ยงพิการ

แม่แชร์ การฉีดวัคซีนโรคอีสุกอีใส สำคัญกว่าที่คิด

 

ที่มา: Hfocus , Hfocus , โรงพยาบาลนครธน

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!