ถ้าคุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่า ลูกที่เคยนอนดี กลับเริ่มนอนไม่เป็นเวลา ลูกนอนยาก ตื่นบ่อย งอแงมากกว่าปกติ อย่าเพิ่งรีบตีความว่า เขานิสัยเสีย หรือทำตัวผิดปกติ เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณของช่วงหนึ่งที่เรียกว่า “ภาวะการนอนถดถอย” (Sleep Regression) หนึ่งในพัฒนาการปกติของเด็ก ที่เกิดขึ้นเมื่อสมองกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จนรูปแบบการนอนต้องปรับตัวตาม
ลูกนอนยาก ตื่นบ่อย อาจเป็นสัญญาณของ “ภาวะการนอนถดถอย”
ภาวะการนอนถดถอย (Sleep Regression) คือช่วงเวลาที่ลูกน้อย ซึ่งเคยนอนหลับได้ดี กลับเริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เช่น นอนหลับยากขึ้น ตื่นบ่อยขึ้น หรือตื่นเช้ากว่าปกติ แม้ไม่มีสิ่งกระตุ้นจากภายนอก แต่ภาวะนี้ ไม่ได้เกิดจากนิสัยเสีย หรือการเลี้ยงดูผิดวิธี หากแต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของพัฒนาการภายในสมองของเด็ก
ทำไมภาวะการนอนถึง “ถดถอย”?
คำว่า “ถดถอย” ไม่ได้หมายถึงว่า ลูกกลับไปเริ่มต้นใหม่หมด แต่หมายถึง ช่วงที่สมองและร่างกายของลูก กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด เช่น การเรียนรู้ทักษะใหม่ การเชื่อมโยงทางประสาทเพิ่มขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงของวงจรการนอน ส่งผลให้ร่างกายยังไม่ทันตั้งตัวกับการเปลี่ยนแปลงนั้น
สมองของเด็กเล็กต้องใช้พลังงานมหาศาลในการพัฒนา และการนอนก็เป็นหนึ่งในกลไกหลักของสมอง ในการจัดระเบียบข้อมูล ดังนั้นพฤติกรรมการนอนที่แปรปรวน จึง ไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นสัญญาณของการเติบโต

ภาวะการนอนถดถอย เกิดขึ้นเมื่อไหร่?
ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นได้หลายช่วงวัย โดยแต่ละช่วงมักสัมพันธ์กับ พัฒนาการสำคัญ ของเด็กในเวลานั้น ๆ
4 เดือน: เปลี่ยนระบบการนอน
- เด็กเปลี่ยนจากการนอนแบบทารก (sleep cycle สั้น) สู่การนอนแบบผู้ใหญ่ (มีวงจรการนอนชัดเจน)
- สมองเริ่มแยกกลางวัน และกลางคืนได้ การหลับจึงไม่ลึกเท่าเดิม
- พ่อแม่อาจสังเกตเห็นว่า ลูกตื่นทุก 2-3 ชั่วโมง ทั้งที่เคยนอนยาว
8–9 เดือน: เริ่มเคลื่อนไหว และแยกแยะอารมณ์
- ลูกกำลังหัดคลาน ตั้งไข่ พยายามลุกนั่ง
- พัฒนาการด้านอารมณ์เริ่มชัด: กลัวการแยกจาก (separation anxiety)
- ฝันเยอะ ตื่นกลางดึกเพราะ “ฝันซ้อม” สิ่งที่เรียนรู้มา
- ต้องการให้พ่อแม่อยู่ใกล้มากขึ้น
18 เดือน: รู้จักต่อต้าน
- เริ่มพูด เริ่มเข้าใจคำสั่ง มีความเป็นตัวของตัวเองสูงขึ้น
- ชอบต่อต้าน โดยไม่รู้เหตุผล
- แสดงออกชัดเจนว่า “ไม่อยากนอน” เพราะอยากเล่น อยากอยู่กับพ่อแม่
- บางคนเริ่มมี “ฝันร้าย” ทำให้ตื่นร้องกลางดึก
2 ขวบ: รู้จักควบคุมสถานการณ์
- ความคิดเริ่มเป็นระบบ รู้จักเจรจา เพื่อยื้อเวลานอน
- มีพลังเหลือล้น จากการเรียนรู้ตลอดวัน แต่เหนื่อยเกินไป จนหลับยาก
- อาจเกิด “ภาวะตื่นเร็ว” ตี 4–5 และไม่ยอมนอนต่อ
หมายเหตุ: เด็กแต่ละคนอาจเข้าสู่ภาวะนี้ไม่ตรงเป๊ะตามอายุ บางคนมีหลายรอบ บางคนไม่มีเลย
พฤติกรรมที่พ่อแม่มักเจอ เมื่อเข้าสู่ภาวะการนอนถดถอย
- ตื่นบ่อยกลางดึก ทั้งที่เคยนอนยาว
- นอนหลับยาก ใช้เวลานานกว่าจะหลับ
- งอแงก่อนนอน หรือตื่นขึ้นมาร้อง โดยไม่มีเหตุผล
- ตื่นเช้ากว่าปกติ (ตี 4–5)
- ไม่ยอมนอนกลางวัน หรือนอนแต่น้อย
- ตื่นง่ายแม้แค่เสียงเบา หรือเปลี่ยนท่า
- ปลุกยากในตอนเช้า หรือดูง่วงทั้งวัน เพราะคุณภาพการนอนไม่ดี
หลายพฤติกรรมเหล่านี้ ทำให้พ่อแม่ “หมดแรง” และรู้สึกว่ากำลังทำอะไรผิด ทั้งที่จริงแล้ว คุณอาจกำลัง “ทำถูกแล้ว” แค่ยังไม่เห็นผลในช่วงนี้เท่านั้น

วิธีรับมือกับภาวะการนอนถดถอย (โดยไม่ต้องบังคับ ดุ หรือเร่งให้ลูกหลับ)
1. หยุดโทษตัวเอง
- ภาวะนี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ใช่เพราะคุณเลี้ยงผิด
- อย่าคิดว่าการนอนถดถอย คือ ลูกดื้อ หรือคุณล้มเหลวในฐานะแม่
2. ยอมรับว่าช่วงนี้คือ “ระยะเปลี่ยนผ่าน”
- เหมือนช่วงที่ฟันขึ้น หรือหัดเดิน – ลูกต้องการเวลาในการปรับตัว ภาวะการนอนถดถอยก็เช่นกัน
- โดยเฉลี่ย อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น ใน 2–6 สัปดาห์
3. อย่าปรับพฤติกรรมผิดจังหวะ
- เช่น พอลูกร้องกลางดึก ก็รีบอุ้มมานอนด้วยตลอด → ลูกติดการนอนร่วมเตียง หรือเปลี่ยนกิจวัตรนอนทุกคืน → ลูกขาดความมั่นคง
- ควรยึดกฎเดิมให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งเสริมความปลอดภัย และความรักให้ลูกมั่นใจ
4. ให้ความใกล้ชิดเพิ่มขึ้น
- ลูกอาจต้องการ “สัมผัส” เพื่อรู้สึกปลอดภัย
- ลองใช้การลูบหลัง เบา ๆ กอด โอบ ไม่จำเป็นต้องอุ้มออกจากเตียงทุกครั้ง
5. อย่าเพิ่มสิ่งกระตุ้น
- เช่น ไฟ, จอ, เสียง เพราะลูกกำลังไวต่อสิ่งเร้ามากกว่าปกติ
- ปิดไฟก่อนนอน
- หลีกเลี่ยงเสียงโทรทัศน์ หรือมือถือ
- อย่ากระตุ้นก่อนนอนด้วยกิจกรรมเร้าใจ เช่น เล่นแรง ๆ

เทคนิคปรับการนอนให้ลูก ผ่านภาวะการนอนถดถอย
1. วาง กิจวัตรก่อนนอนที่ชัดเจน (Bedtime Routine)
- เช่น อาบน้ำ → อ่านนิทาน → ปิดไฟ → กอดกันเบา ๆ
- ทำซ้ำทุกวันให้ลูกคาดเดาได้ → ความคุ้นเคยช่วยให้สมองสั่ง “ถึงเวลานอนแล้ว”
2. ใช้ เสียง White Noise ช่วยลูกหลับลึก
- เช่น เสียงฝนตก เสียงลม เสียงพัดลม
- ช่วยกลบเสียงรบกวนอื่น และทำให้ลูกไม่สะดุ้งง่าย
3. ลองให้ลูกนอนบนตัวพ่อแม่ช่วงกลางวัน (Contact Nap)
- เพิ่มความรู้สึกปลอดภัย
- ช่วยเสริมความสัมพันธ์
- เมื่อลูกมั่นใจ เขาจะค่อย ๆ กลับไปนอนปกติเอง
4. ตื่น – นอนให้ตรงเวลา
- ถ้าเวลานอนไม่แน่นอน ร่างกายจะสับสน
- พยายามวางลูกนอนเวลาประจำ (แม้หลับยากก็ตาม)
- งดนอนกลางวันนานเกินไป เพราะจะกระทบการนอนกลางคืน
5. ให้ลูกได้ขยับร่างกายอย่างเพียงพอ
- พลังงานล้น → สมองตื่นตัว → หลับยาก
- เล่นกลางวันให้พอ ให้ลูกออกแรง วิ่ง ปีน คลาน อย่างเหมาะสม
6. ใช้ “เวลาแห่งความใกล้ชิด” ชดเชยความเครียด
- เวลาก่อนนอน ควรเป็นช่วงเวลาสงบ
- กอด สบตา ลูบหัว อ่านนิทานด้วยเสียงนุ่ม
- ลูกจะรับรู้ว่า “คืนนี้ปลอดภัย” และพร้อมจะนอน
ลูกนอนยาก ตื่นบ่อย เป็นเรื่องปกติของ ภาวะการนอนถดถอย ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านของพัฒนาการ ที่แทบทุกครอบครัวต้องเจอ บางบ้านหนัก บางบ้านเบา บางบ้านหลายรอบติดกัน แต่สิ่งที่สำคัญคือ อย่ามองว่านี่คือความผิดปกติของลูก หรือความล้มเหลวของพ่อแม่ ตรงกันข้าม นี่คือสัญญาณที่แสดงว่า สมองของลูก กำลังเติบโต และเชื่อมโยงอย่างซับซ้อนขึ้น ลูกอาจจะงอแง ตื่นบ่อย หลับยาก แต่เมื่อเรารับมือด้วยความเข้าใจ ไม่ดุ ไม่เร่ง ไม่ปรับผิดจังหวะ เขาจะค่อย ๆ ผ่านช่วงนี้ไป และกลับมานอนได้ดีอีกครั้ง เพราะในทุกความวุ่นวายของการนอน สมองของลูกกำลังเรียนรู้บางอย่างที่สำคัญมากเสมอ
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
10 อันดับ หนังสือนิทานเด็ก นิทานก่อนนอน เสริมจินตนาการให้ลูกน้อย
5 เรื่องสุดท้ายของวัน ที่ควรทำก่อนนอน ให้สมองลูกจดจำว่า วันนี้มีความสุข
เพลงกล่อมเด็กสากล ฟังแล้วลูกยิ้ม มีความสุข นอนหลับปุ๋ย สบายถึงเช้า
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!