ช่วงหน้าฝนปีนี้ โรคจากยุงลายไม่ใช่แค่ไข้เลือดออก แต่ “ชิคุนกุนยาระบาด” ในหลายจังหวัดทั่วไทย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีภูมิต้านทานต่ำ เสี่ยงเจ็บป่วยและทรมานจากอาการปวดข้อได้นานเป็นเดือน!
ถ้าลูกน้อยเคยมีไข้สูงเฉียบพลัน อยู่ ๆ ก็ซึม งอแง และไม่ยอมเดินเพราะ “เจ็บขา” นี่อาจเป็นสัญญาณของไข้ชิคุนกุนยา ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้จักให้ทัน
ชิคุนกุนยาระบาด 5 จังหวัด
สถานการณ์ขณะนี้มีการพบ โรคชิคุนกุนยาระบาดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ 5 จังหวัดของประเทศไทย พ่อแม่ต้องรู้ทันป้องกันลูกน้อยจากไข้สูง ปวดข้อ และอาการเรื้อรังที่ตามมา
- รัฐบาลแจ้งเตือนว่าเกิดการระบาดหนักของ โรคชิคุนกุนยา หรือ ไข้ปวดข้อยุงลาย ใน 5 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่, บึงกาฬ, เลย, หนองคาย และ ลำพูน
- มียุงลายบ้านและยุงลายสวน เป็นพาหะ ขยายพันธุ์ได้ดีในสภาพอากาศชื้นจากฝนตกต่อเนื่อง
- กลุ่มที่เสี่ยงสูงคือ เด็กนักเรียน และ วัยทำงาน โดยเฉพาะเด็กที่อยู่โรงเรียน เล่นสนาม หรือเดินเล่นนอกบ้านในช่วงกลางวัน
ระยะฟักตัวและอาการ
- เชื้อไวรัสมีระยะฟักตัว 3–7 วัน
- อาการเริ่มแรกคือ ไข้ขึ้นสูงเฉียบพลัน ปวดข้อ บวม กล้ามเนื้ออักเสบ คลื่นไส้ ตาแดง ผื่น และอ่อนเพลีย
- ส่วนอาการปวดข้ออาจลามและเรื้อรังเป็นหลายเดือนถึงปีในบางราย

โรคชิคุนกุนยาคืออะไร?
ชิคุนกุนยา (Chikungunya) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะ โดยเฉพาะ ยุงลายบ้าน และ ยุงลายสวน ที่มักออกหากินในช่วงเวลากลางวัน โดยเชื้อไวรัสนี้มีต้นกำเนิดจากแอฟริกาและเอเชีย และระบาดในไทยหลายครั้งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
คำว่า “ชิคุนกุนยา” มาจากภาษาท้องถิ่นของแอฟริกาตะวันออก แปลว่า “เดินงอหลัง” ซึ่งสื่อถึงอาการปวดข้อจนเดินลำบาก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้
อาการของไข้ชิคุนกุนยาในเด็ก
อาการของโรคชิคุนกุนยาในเด็ก มักคล้ายไข้เลือดออกช่วงแรก ทำให้พ่อแม่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นไข้ธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วมีสัญญาณเฉพาะที่ควรสังเกต ดังนี้:
- ไข้สูงเฉียบพลัน (38.5–40 องศาเซลเซียส)
- ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ เด็กบางคนเจ็บจนเดินไม่ได้
- ผื่นแดงตามร่างกาย
- ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร อาเจียน
- เด็กเล็กอาจร้องงอแงมากกว่าปกติ ไม่ยอมกินนม
- ในบางรายอาการปวดข้ออาจเรื้อรังได้นานหลายสัปดาห์
หมายเหตุ: เด็กที่มีภูมิต้านทานต่ำ หรือมีโรคประจำตัว อาจมีอาการรุนแรง และต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ชิคุนกุนยา VS ไข้เลือดออก ต่างกันยังไง?
โรคจากยุงลายทั้งสองชนิดนี้มีความคล้ายกันในระยะแรก แต่มีข้อแตกต่างสำคัญที่พ่อแม่ควรรู้:
|
อาการ
|
ไข้เลือดออก
|
ชิคุนกุนยา
|
ไข้สูง |
✅ |
✅ |
ปวดข้อ |
❌ |
✅ (พบบ่อยมาก) |
เลือดออกง่าย |
✅ |
❌ |
ผื่นแดง |
✅ |
✅ |
ปวดตา / ปวดศีรษะ |
✅ |
✅ |
อันตรายถึงชีวิต |
✅ ถ้าไม่รักษา |
น้อยกว่า แต่ทรมานจากอาการปวด |
ข้อสังเกต: หากลูกเริ่มเดินไม่ได้ เพราะบ่นปวดขา/ข้อ หรือร้องไห้เวลาอุ้มขา อาจไม่ใช่แค่ไข้ธรรมดา ต้องรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
ไข้ชิคุนกุนยา ห้ามกินอะไร?
การดูแลอาหารขณะลูกเป็นไข้ชิคุนกุนยา มีความสำคัญมาก เพราะการกินอาหารหรือยาไม่เหมาะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการแทรกซ้อน โดยเฉพาะระบบตับและไตของเด็กที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ โดยอาหารและยาที่ควรหลีกเลี่ยง มีดังนี้
1. ห้ามใช้ “แอสไพริน” หรือ “ยากลุ่ม NSAIDs”
เพราะอาจทำให้เลือดออกง่ายหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ตับ เช่นเดียวกับไข้เลือดออก ควรใช้พาราเซตามอลเท่านั้น เพื่อลดไข้และบรรเทาปวด
2. ห้ามกินของทอด มันจัด รสจัด
อาหารเหล่านี้อาจทำให้ร่างกายอักเสบมากขึ้น และเพิ่มภาระการย่อยของร่างกาย ควรเน้นอาหารย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม ซุปผัก
3. งดน้ำหวาน/น้ำอัดลม
น้ำตาลสูงจะทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง และอาจทำให้ลูกงอแงมากขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลแกว่ง
4. หลีกเลี่ยงอาหารเสริมสมุนไพร
โดยเฉพาะที่ไม่มีการรับรองทางการแพทย์ เพราะอาจมีฤทธิ์ต่อการแข็งตัวของเลือดหรือกระทบตับ

วิธีป้องกันไม่ให้ลูกป่วยชิคุนกุนยา
แม้จะยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้โดยเฉพาะ แต่พ่อแม่สามารถปกป้องลูกจากโรคชิคุนกุนยาได้ด้วยการหลีกเลี่ยงยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรค
ปรับบ้านให้ปลอดยุง:
- กำจัดน้ำขังทุกจุด เช่น แจกัน กระถาง กะละมัง
- เปลี่ยนน้ำในภาชนะทุก 5–7 วัน
- ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้สนิท
- ใช้ทรายอะเบทตามคำแนะนำของ อสม.
ป้องกันตัวลูก:
- ใช้ยาทากันยุงสำหรับเด็กโดยเฉพาะ
- สวมเสื้อผ้ามิดชิดเมื่ออยู่กลางแจ้ง
- ติดมุ้งลวด หรือนอนในมุ้งแม้ตอนกลางวัน
- หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงยุง เช่น ใต้ต้นไม้รก ร่องน้ำ
สังเกตอาการลูกให้ไว:
- ถ้าลูกเริ่มมีไข้ และปวดข้อ ให้รีบพาลูกไปพบแพทย์ทันที
- หลีกเลี่ยงการซื้อยากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
ถ้าลูกติดเชื้อชิคุนกุนยา ต้องรักษายังไง?
ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับโรคนี้ แต่การรักษาจะเป็นแบบประคับประคองอาการ ได้แก่
- ให้ยาลดไข้ (พาราเซตามอล)
- ให้ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- นอนพักในที่เย็น อากาศถ่ายเท
- ในรายที่ปวดข้อมาก อาจมีการใช้ยาต้านการอักเสบภายใต้การดูแลของแพทย์
- ในบางรายที่มีภาวะแทรกซ้อน จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล
อาการปวดข้ออาจเรื้อรังได้ 2–4 สัปดาห์ โดยเฉพาะในเด็กที่มีภาวะภูมิแพ้หรือมีน้ำหนักตัวต่ำ พ่อแม่ต้องดูแลต่อเนื่องจนกว่าลูกจะหายเป็นปกติ
ชิคุนกุนยาระบาด หน้าฝนนี้ พ่อแม่ต้องไม่ประมาท
ในช่วงหน้าฝนของทุกปี โรคที่มากับยุงลายมักกลับมาอีกครั้ง และปีนี้ “ชิคุนกุนยาระบาด” แล้วจริง ๆ ในหลายจังหวัด พ่อแม่ที่มีลูกวัยเล็กควรเพิ่มการป้องกันมากเป็นพิเศษ เพราะแม้โรคนี้จะไม่อันตรายถึงชีวิตเหมือนไข้เลือดออก แต่ก็สร้างความเจ็บปวดและทรมาน โดยเฉพาะอาการปวดข้อเรื้อรังที่ไม่ควรมองข้าม อย่าลืมว่าแค่ ยุงลายตัวเดียว ก็ทำให้ลูกเจ็บป่วยได้นานนับเดือนเลยนะคะ
สรุป 5 ข้อเตือนใจพ่อแม่เรื่องชิคุนกุนยา
- ชิคุนกุนยาเป็นไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะ พบในเด็กมากที่สุดช่วงหน้าฝน
- เด็กจะมีไข้สูง ปวดข้อ ผื่น และอาจเดินไม่ได้ชั่วคราว
- ห้ามกินยาแอสไพริน หรือ NSAIDs ควรใช้พาราเซตามอลเท่านั้น
- อาหารต้องย่อยง่าย งดของมัน รสจัด น้ำอัดลม และสมุนไพร
- การป้องกันที่ดีที่สุด คือ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และป้องกันลูกไม่ให้ถูกยุงกัด
ที่มา : มติชนออนไลน์
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
จับตา โรคมือเท้าปาก ระบาด 12 อำเภอ ปิดโรงเรียนแล้ว 2 แห่ง!
หมอเตือน! โรคครูป ระบาดหน้าฝน สังเกตเสียงไอ-รับมือก่อนลูกแย่
10 โรคหน้าฝนในเด็ก 2025 โรคหน้าฝนสุดฮิตที่เด็กมักเป็น คุณพ่อคุณแม่ต้องระวัง
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!