Ask the Expert ชวนคุณแม่มาทำความรู้จัก "Allergic March" ที่มักแฝงมากับพันธุกรรม
รับมือ Allergic March วงจรภูมิแพ้จากพันธุกรรม พร้อมวิธีสังเกตผื่นเด็กทารก ผดร้อนทารก และลมพิษในเด็ก พร้อมเคล็ดลับปกป้องลูกด้วยนมแม่ที่มีคุณสมบัติเป็น H.A.และ มีใยอาหารกลุ่ม HMOs ทั้ง 5 ชนิด จากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ
รู้ก่อนแพ้ แม่ป้องกันได้…ดูแล “ภูมิแพ้” ได้ตั้งแต่เริ่ม
ปัจจุบันพบว่าเด็กไทยมากกว่า 50% มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ และที่น่าตกใจคืออีกการศึกษาพบว่าตัวเลขความเสี่ยงนี้จะพุ่งสูงถึง 80% หากทั้งคุณพ่อและคุณแม่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว นี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ ดังนั้น แม้คุณแม่จะดูแลความสะอาดของสภาพแวดล้อมรอบตัวลูกเป็นอย่างดี แต่ความเสี่ยงที่แฝงมากับพันธุกรรมและส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ก็ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของลูกน้อยอ่อนไหว มีโอกาสถูกกระตุ้นและเกิดอาการแพ้ได้ง่ายกว่าเด็กทั่วไปค่ะ แต่อย่าเพิ่งกังวลใจไปนะคะ เพราะการรู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยงและทำความเข้าใจเรื่อง ภูมิแพ้ ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้นค่ะโรคภูมิแพ้นี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ ดังนั้น แม้คุณแม่จะดูแลความสะอาดของสภาพแวดล้อมรอบตัวลูกเป็นอย่างดี แต่ความเสี่ยงที่แฝงมากับพันธุกรรมและส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ก็ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของลูกน้อยอ่อนไหว มีโอกาสถูกกระตุ้นและเกิดอาการแพ้ได้ง่ายกว่าเด็กทั่วไปค่ะ แต่อย่าเพิ่งกังวลใจไปนะคะ เพราะความลับของการเอาชนะโรคภูมิแพ้คือ “การรู้ให้ทัน” ยิ่งเราเตรียมพร้อมและเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกได้เร็วเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งปกป้องและลดความเสี่ยงให้ลูกน้อยได้ดีขึ้นเท่านั้นค่ะ

เช็กสัญญาณเตือน & รู้จัก “Allergic March” (ลูกโซ่ภูมิแพ้)
ก่อนอื่นคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตอาการเบื้องต้นของลูกน้อยค่ะ หากลูกมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล มีผื่น ลมพิษ ผิวหนังบวมแดง คันตามผิวหนัง เคืองตา อาเจียน หรือมีอาการหายใจเสียงดังวี้ดๆ (หอบหืด) นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าลูกกำลังเผชิญกับโรคภูมิแพ้ ซึ่งหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า “Allergic March” หรือ “ลูกโซ่ภูมิแพ้” ค่ะ
Allergic March คือกระบวนการที่โรคภูมิแพ้พัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ตามช่วงวัยของเด็ก โดยมักจะเริ่มต้นจาก
- ช่วงวัยทารก (ก่อน 1 ขวบ): มักเริ่มต้นจากการแพ้อาหาร และพัฒนาไปสู่ โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ ทำให้มีผื่นแดง คันตามร่างกาย
- ช่วงอายุ 1-2 ปีขึ้นไป จนถึงวัยเรียน: เมื่อเด็กโตขึ้น อาการแพ้อาหารอาจค่อยๆ หายไป ขณะที่อาจพบอาการภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด และ ภูมิแพ้จมูกและเยื่อบุตาอักเสบ
จะเห็นได้ว่า ภูมิแพ้ สามารถเปลี่ยนรูปแบบและเกิดซ้ำได้เรื่อยๆ ตลอดการเจริญเติบโตของลูก การดูแลและเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นส่วนสำคัญในการดูแลลูกน้อย
นมแม่ปราการด่านแรก..ป้องกันภูมิแพ้
ช่วงขวบปีแรกคือ “ถือเป็นช่วงสำคัญ” ของการสร้างรากฐานสุขภาพ เพราะระบบภูมิคุ้มกันของลูกยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ การป้องกันภูมิแพ้ในช่วงเวลานี้จึงสำคัญมาก และหนึ่งในแนวทางสำคัญในการดูแลลูกน้อย คือ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพียงอย่างเดียว อย่างน้อย 6 เดือน หรือนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะนมแม่เปรียบเสมือนวัคซีนหยดแรกและปราการด่านสำคัญ เพราะนมแม่มีคุณสมบัติเป็น H.A. (Hypoallergenic) ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคภูมิแพ้ได้สูงถึง 42% โดยมีกลไกสำคัญดังนี้ค่ะ

- โปรตีนขนาดเล็ก ย่อยง่าย (Partially Hydrolyzed Proteins – PHP): โปรตีนในนมแม่บางส่วนจะถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลง ทำให้ร่างกายของลูกน้อยดูดซึมนำไปใช้ได้ง่าย และที่สำคัญคือ “ไม่ไปกระตุ้น” ให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อต้านจนเกิดอาการแพ้
- นมแม่กับ HMO 5 ชนิด & B. lactis: ในนมแม่มีสารอาหารกว่า 200 ชนิด โดยมีสารอาหารสำคัญ อย่าง พรีไบโอติก หรือ HMO 5 ชนิด (ประกอบด้วย 2’FL, DFL, LNT, 6’SL, และ 3’SL) ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของจุลินทรีย์ในลำไส้ หนึ่งในนั้นคือ โพรไบโอติก B. lactis จะช่วยปรับสมดุลในลำไส้ ซึ่งสนับสนุนการทำงานของ ระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ และโรคภูมิแพ้ต่างๆ
หากคุณพ่อคุณแม่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารอาหารและโภชนาการที่มีประโยชน์ในนมแม่และมีบทบาทต่อสุขภาพและพัฒนาการของลูกน้อย ได้ที่ S-Mom Club บนเว็บไซต์ https://www.s-momclub.com/ โดยสมัครสมาชิกเพื่อปรึกษาทีมพยาบาลผู้เชี่ยวชาญโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว หรือ สามารถเช็คความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ที่ https://www.s-momclub.com/baby-allergies