เด็กเกลียดการเป็นคู่แฝดไหม?

เด็กเกลียดการเป็นคู่แฝดไหม?

คนมักมองว่าฝาแฝดเป็นเหมือนสวรรค์บันดาลให้เกิดมาคู่กันตลอดชีวิต ไม่มองเหมือนเป็นพี่น้องที่พอโตขึ้นก็อาจแยกไปมีชีวิตของตัวเองได้ แต่คุณ ๆ ที่เป็นพ่อแม่รู้ไหมว่าเด็กที่เกิดมาเป็นแฝดเกลียดการเป็นเด็กแฝด โดยเฉพาะเมื่อทุกคนคาดหวังว่าต้องมีนิสัยเหมือนกัน เรียนเก่งเหมือนกันและคอยเปรียบเทียบกันอยู่เรื่อย ๆ

เด็กเกลียดการเป็นคู่แฝดไหม?

เด็กเกลียดการเป็นคู่แฝดไหม?

จากที่จะต้องถูกจับใส่เสื้อผ้าให้เหมือนกันเป๊ะ ประกาศความเป็นฝาแฝดให้คนทั้งโลกรับรู้ ยิ่งตอกย้ำความเกลียดการเป็นคู่ให้มากขึ้นไปกว่าเดิม

อย่างที่ทุกคนรู้ เด็กแฝดเกิดในเวลาไล่เลี่ยห่างกันไม่กี่วินาทีและส่วนมากจะมีหน้าตาที่เหมือนกันมากจนดูแทบไม่ออกว่าใครเป็นใคร ตั้งแต่ลืมตาดูโลกก็เหมือนถูกกำหนดไว้แล้วว่าคู่แฝดต้องอยู่คู่กันเหมือนปาท่องโก๋ จริงหรือไม่ที่คนมองว่าฝาแฝดไม่น่าจะเบื่อหรือเหงาเพราะมีคู่คอยเล่นด้วยตลอดเวลา เคยมีใครสนใจความรู้สึกจริง ๆ ของเด็กมั้ย ว่าเขาชอบให้มีคนที่หน้าตาเหมือนเขา ใส่เสื้อผ้าเหมือนเขา อยู่กับเขาตลอดเวลาหรือไม่

เป็นเรื่องแปลกที่เด็กมักเกลียดการมีคู่แฝดที่เหมือนกันจนแยกไม่ออกและต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ทั้งที่จริง ๆ แล้วเด็กชอบให้มีเพื่อนเล่นด้วยตลอดเวลา และน่าจะเป็นเรื่องสนุกที่จะมีคนหน้าเหมือนกันมาช่วยกันหลอกคนอื่นให้เข้าใจผิดเป็นประจำ

ชีวิตจริงของคู่แฝด

คนทั่วไปมองว่าฝาแฝดน่าจะมีชีวิตที่สนุกสนาน ไม่มีความทุกข์ร้อน มีแต่คนสนใจในความเป็นแฝดและเอาอกเอาใจเหมือนชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบ ความจริงแล้วเด็กรำคาญและเกลียดที่มีแต่คนสนใจความเป็นเด็กแฝด เบื่อและรำคาญที่ต้องคอยตอบคำถามไร้สาระ เช่น “เป็นแฝดจริง ๆ เหรอ? ใครเกิดก่อนกัน? ส่งความรู้สึกถึงกันได้ใช่ไหม?” เด็กมักจะกระอักกระอ่วนใจที่ต้องตอบคำถามพวกนี้ที่เขาตอบไม่ได้ เพราะเขาไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเปรียบเทียบตัวเขากับคู่ไม่ว่าในเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น คำถามพวกนี้ทำร้ายจิตใจเขามาก เพราะมันเป็นคำถามที่แสดงให้เห็นว่าคนถามคิดว่าฝาแฝดต้องมีอะไรทุกอย่างเหมือนกันหมด แม้กระทั่งความรู้สึกที่สื่อถึงกันได้ ทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละคน และทำให้เขารู้สึกว่าพ่อแม่สนใจในความเป็นแฝดมากกว่าความเป็นตัวตนแต่ละคน และมันเหมือนตอกย้ำให้เขารู้สึกถึงความรับผิดชอบต่อชีวิตของกันและกันตลอดไป

บทความใกล้เคียง: ฝาแฝดที่ไอร์แลนด์เกิดห่างกัน 87 วัน ทำลายสถิติโลก

ขาดเอกลักษณ์เฉพาะตัว

การที่มีคนคอยสนใจเด็กแฝดตลอดเวลาในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแต่งตัว ของเล่นหรือเรื่องการกิน ทำให้เขารู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง ทำให้รู้สึกว่าถ้าไม่มีแฝดอยู่ด้วยก็ไม่มีใครสนใจเขาในความเป็นตัวตนของเขาเอง เด็กเกลียดการมีคู่แฝดเพราะคนมักให้ความสำคัญกับการเป็นฝาแฝดมากกว่าตัวตนของเขาแต่ละคน

ขาดความสนใจจากพ่อแม่

เด็กแฝดจะรู้สึกเจ็บปวดมากที่พ่อแม่ให้ความสนใจในความเป็นคฝาแฝดมากกว่าที่จะเอาใจใส่ความรู้สึกของเด็กแต่ละคน การที่พ่อแม่ไม่ให้เวลากับเด็กแฝดมากเท่าที่ควรเพราะคิดว่าเขามีคู่ที่คอยดูแลกันและกันตลอดเวลาอยู่แล้ว ทำให้เด็กแฝดสนิทสนมกันเอง พยายามเข้าใจความรู้สึกของกันและกันอย่างลึกซึ้ง และเมื่อโตขึ้นก็ยิ่งห่างเหินจากพ่อแม่มากขึ้น เด็กเกลียดการมีแฝดเพราะมันคือต้นเหตุที่ทำให้พ่อแม่ไม่สนิทและใกล้ชิดกับเขาตั้งแต่เด็กอย่างที่เขาอยากได้

บทความแนะนำ: ประสบการณ์คลอดลูกแฝดของบัว ปัทมน

ภาระที่หนักหน่วงของเด็กแฝด

การที่พ่อแม่เลี้ยงดูเด็กแฝดให้รับผิดชอบซึ่งกันและกันอาจทำให้เด็กรู้สึกว่ามันเป็นภาระที่เกินตัว อาจทำให้เด็กไม่พอใจและมันอาจทำให้ความรู้สึกไม่พอใจนี้ลุกลามไปยังเรื่องอื่น ๆ ด้วย หรือพยายามผลักภาระให้อีกคนทำแทน ความรู้สึกที่เด็กเกลียดการมีคู่แฝดจึงเป็นผลพวงจากความไม่พอใจ ที่พ่อแม่ตอกย้ำถึงการที่เด็กแฝดต้องดูแลซึ่งกันและกัน

เด็กแฝดไม่ต้องการทำอะไรเหมือนกัน

เด็กแฝดไม่ต้องการทำอะไรเหมือนกัน

เด็กแฝดต้องการอะไร

เด็กแฝดก็มีความต้องการเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไปที่เป็นพี่น้องกัน มีทะเลาะเบาะแว้ง

แย่งของเล่นและแกล้งกันเอง คนเป็นพ่อแม่ต้องเลี้ยงลูกแฝดให้เขาเป็นตัวของตัวเองเหมือนกับที่เลี้ยงลูกที่ไม่ได้เกิดมาเป็นแฝด ให้เขารู้สึกว่าแต่ละคนมีความพิเศษในตัวของตัวเองที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร ให้เขาได้มีของส่วนตัวที่เป็นของของเขาเอง ไม่ใช่ว่าเพราะเป็นฝาแฝด ของชิ้นนั้นจึงต้องแบ่งกันกับอีกคนด้วยกัน การสอนให้ลูกแบ่งปันกันเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องเป็นการแบ่งปันด้วยความรู้สึกที่เขาอยากแบ่งปันสิ่งที่เป็นของเขาเองให้กับพี่น้อง ไม่ใช่แบ่งปันเพราะความเป็นแฝด เลี้ยงลูกให้รู้จักเคารพความเป็นส่วนตัวของคนอื่นแม้กระทั่งคู่ของเขา และสอนให้รู้จักขออนุญาตก่อนจะหยิบขอของคนอื่น การเลี้ยงดูแบบนี้จึงจะเป็นการเลี้ยงดูที่ทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองสำคัญและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่คนอื่นต้องให้ความเคารพ

ในบางโอกาสที่เด็ก ๆ ต้องไปเข้าแคมป์ฤดูร้อนหรือมีกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ นอกห้องเรียน คุณควรแยกคู่แฝดออกจากกัน การแยกลูกออกในบางโอกาส จะทำให้เด็กแต่ละคนสามารถแสดงศักยภาพในความเป็นตัวตนได้เต็มที่โดยไม่ต้องห่วงว่าจะมีคนหน้าเหมือนคอยตามติดเหมือนเป็นเงาตามตัวอยู่ตลอดเวลา คนเป็นพ่อแม่ที่มีลูกแฝดต้องไม่ทำให้เด็กรู้สึกเกลียดการมีคู่แฝดจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่เอง

บทความแนะนำ: เลี้ยงลูกแฝด 3 ให้เป็นตัวของตัวเอง

บทความแนะนำ: ค้นหาจุดเด่นของลูกด้วยเทคโนโลยีลายนิ้วมือ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner