การคลอดบุตร

การคลอดบุตร

การคลอดบุตร เรื่องน่ารู้เตรียมตัวก่อนคลอด การเตรียมของใช้ทารก การเตรียมดูแลทารก รวมถึงการตั้งชื่อเด็ก ชื่อมงคลสำหรับทารก มาเตรียมพร้อมกัน การคลอดบุตรมีกี่รูปแบบ มีอะไรบ้าง - การคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ว่าเป็นวิธีการคลอดที่ดีที่สุด ในกรณีที่คุณแม่มีร่างกายแข็งแรงและลูกน้อยไม่มีความผิดปกติใดๆ เนื่องจากไม่ต้องเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน การติดเชื้อ และการคลอดผ่านทางช่องคลอดจะช่วยรีดน้ำคร่ำที่อยู่ในปอดของลูกออกมาจนหมด ทำให้ปอดขยายตัวได้ดีขึ้น ไม่ก่อให้เกิดปัญหาในระบบทางเดินหายใจ  - การผ่าตัดคลอด เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในกรณีที่คุณแม่ไม่สามารถคลอดได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากลูกมีขนาดโตมากหรืออยู่ในท่าที่ผิดปกติ คุณแม่มีโรคประจำตัว หรือ อื่นๆที่แพทย์พิจารณาแล้ว ว่าการคลอดธรรมชาติอาจมีความเสี่ยงต่อคุณแม่และลูกน้อย อย่างไรก็ดี สำหรับคุณแม่ที่สามารถคลอดเองได้แต่ต้องการผ่าตัดคลอดก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่วิธีการผ่าตัดคลอดจะทำให้คุณแม่เสียเลือดมากกว่าและเจ็บแผลนานกว่าวิธีการคลอดแบบธรรมชาติ          ในช่วงเวลาการคลอด ทีมแพทย์ซึ่งประกอบไปด้วย สูติแพทย์ วิสัญญีแพทย์ รวมถึงพยาบาลวิชาชีพ จะให้การดูแลคุณแม่และลูกน้อยอย่างใกล้ชิด และทันทีที่ลูกน้อยถือกำเนิด แผนกบริบาลทารกแรกเกิด (Nursery) จะเข้ามาดูแลสุขภาพลูกน้อยของคุณอย่างใกล้ชิด หากพบความผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย แผนกบำบัดพิเศษทารกแรกเกิด (NICU) โดยทีมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพที่ได้รับการอบรมเฉพาะทางจะเข้ามาดูแลตลอด 24 ชั่วโมง การคลอดจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยองค์ประกอบที่สําคัญ 4 ประการ ถ้าองค์ประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งผิดปกติจะทําให้ เกิดการคลอดยาก อาจต้องช่วยคลอดโดยการทําสูติศาสตร์หัตถการ   แนวทางการประเมินภาวะความเสี่ยงของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์       - ตั้งครรภ์อายุน้อยกว่า 17 ปี หรือมากกว่า 35 ปี            - ประวัติคลอดก่อนกำหนด (คลอดก่อน 37 สัปดาห์)             - ตั้งครรภ์ที่ 4 ขึ้นไป             - เคยคลอดบุตร มีน้ำหนักน้อยกว่า 2500 กรัม หรือมากกว่า 4000 กรัมขึ้นไป             - เคยมีประวัติแท้งตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป             - มีประวัติโรคประจำตัว (เบาหวาน,ความดันโลหิตสูง,หัวใจ,ไทรอยด์) แนวทางการประเมินภาวะความเสี่ยงของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ต่อเนื่อง    - TWIN (ครรภ์แฝด)             - GDM (เบาหวานขณะตั้งครรภ์)             - Placenta previa (ภาวะเกาะต่ำ)             - Pre-eclampsia (ภาวะครรภ์เป็นพิษ)             - Anemia (Hct<30%)             - Rh group Negative             - ตรวจ VDRL ได้ผลบวก             - Oligohydramios (ภาวะน้ำคร่ำน้อย) การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด             1.แจ้งประวัติโรคประจำตัว ยาที่รับประทานเป็นประจำ รวมถึงอาหารเสริม ให้ทีมแพทย์ทราบ             2.มีผลเลือดเตรียมตัวก่อนผ่าตัด และ ประวัติการฝากครรภ์             3.เย็นวันก่อนผ่าตัด ให้รับประทานอาหารอ่อน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ต่างๆ เพื่อเตรียมลำไส้ให้พร้อมก่อนวันผ่าตัด             4.คืนวันก่อนผ่าตัด ต้องงดน้ำงดอาหารทางปากทุกชนิดหลังเที่ยงคืน             5.อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย สระผม ตัดเล็บให้เรียบร้อย ถ้าทาเล็บควรล้างเล็บออกให้เรียบร้อย             6.ถ้ามีฟันปลอม ควรถอดออก ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ถ้ามีฟันโยกหรือฟันปลอมติดแน่น ควรแจ้งให้ทีมวิสัญญีทราบด้วย            7.ผู้ป่วยจะได้รับการทำความสะอาดและโกนขนบริเวณหน้าท้อง และหัวเหน่า สวนถ่ายอุจจาระ (ใส่สายสวนปัสสาวะหลังได้รับยาระงับความรู้สึกแล้ว) การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด        1.หลังการดมยาสลบ                 - หมั่นหายใจเข้า-ออกอย่างถูกต้องตามที่ได้รับการสอนก่อนผ่าตัด                 - เมื่อรู้สึกตัวดี ให้พยายามเคลื่อนไหวร่างกายโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันอาการท้องอืดหลังผ่าตัด                 - ถ้าปวดแผล ท่านสามารถขอยาแก้ปวด ตลอดเวลาจากพยาบาลประจำตึก        2.หลังการฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง                 - นอนราบอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง                 - ถ้าแพทย์ไม่สั่งงดอาหารและน้ำ ให้ดื่มน้ำมากๆวันละ 2-3 ลิตร                 - หลังหายชา ถ้ามีอาการปวดท่านสามารถขอยาแก้ปวดได้ตลอดเวลาจากพยาบาลประจำตึก                 - ถ้ายังไม่ปัสสาวะหรือปัสสาวะไม่ออก หลังกลับจากห้องผ่าตัดเกินกว่า 4 ชั่วโมง ให้แจ้งพยาบาลประจำตึกทราบ อาการที่ควรรีบมาพบแพทย์หลังผ่าตัด                 - มีอาการเจ็บแผลผ่าตัดมากขึ้น มีรอยแดง บวม ที่แผล มีเลือดซึมจากแผลผ่าตัดมากขึ้น - ปวดท้องมากขึ้น - มีไข้ - มีปัสสาวะแสบขัด - น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น หรือปริมาณเพิ่มขึ้นหรือสีแดงสดๆ หลังจากที่เคยจางลงแล้ว - มีอาการไอหรือหายใจลำบาก หรือมีอาหารปวดบวมที่ขา การคลอดธรรมชาติ การคลอดตามธรรมชาติในน้ำ การคลอดลูกในน้ำเป็นเทคนิคการคลอดธรรมชาติ ที่กำลังนิยมมากในปัจจุบัน ช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและลดความเจ็บปวดระหว่างคลอดด้วยค่ะ ถือเป็นการคลอดที่ปลอดภัยและยังมีข้อดีต่อตัวแม่และลูกอีกหลายข้อ ปัจจุบันโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์หลายแห่งมีการทำคลอดในน้ำเป็นทางเลือกด้วยนะคะ คุณแม่ยุคใหม่เลือกวิธีคลอดในน้ำได้อย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ที่มีความชำนาญ วิธีนี้ยังช่วยลดความเจ็บปวดให้เกิดขึ้นน้อยกว่าการคลอดปกติ ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลของคุณแม่ระหว่างคลอดได้ดี ทั้งนี้คุณพ่อและคุณแม่สามารถไว้วางใจว่าวิธีการนี้ปลอดภัยแน่นอนค่ะ การคลอดตามธรรมชาติที่บ้าน การคลอดเองที่บ้านเริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเลยค่ะ ตัวเลขสถิติพบว่า ผู้หญิงสุขภาพดีหลายร้อยคนคลอดธรรมชาติปลอดภัยดีที่บ้านตัวเองได้ โดยมีแพทย์และพยาบาลที่จบทางด้านการผดุงครรภ์อยู่ด้วยระหว่างคลอด เตรียมตัวมาอย่างดีและมีแผนรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้ตลอดเวลา ที่สำคัญคือการคลอดลูกเองที่บ้านมีเทคนิคช่วยลดอาการปวดระหว่างการคลอดได้หลายวิธี โดยไม่ต้องใช้ยากินและยาฉีด นับเป็นวิธีที่ปลอดภัยและส่งผลดีต่อสุขภาพของทั้งคุณแม่และลูกน้อยหลังคลอดด้วยนะคะ อาการปวดระหว่างการคลอดธรรมชาติ อาการเจ็บท้องคลอดเป็นกลไกธรรมชาติที่จะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนให้มดลูกบีบตัวแรงและถี่ขึ้น ทำให้ทารกคลอดง่ายขึ้น ปัจจุบันมีวิธีลดอาการปวดระหว่างคลอดได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยากินหรือยาฉีด เพื่อให้การคลอดไม่เป็นอันตรายต่อแม่และเด็กด้วย การคลอดตามธรรมชาติ การคลอดลูกเป็นประสบการณ์สำคัญในชีวิต เป็นความภาคภูมิใจของคนเป็นแม่ ผู้หญิงทุกคนมีสัญชาตญาณในการคลอด คุณแม่ควรศึกษาและเตรียมตัวก่อนคลอดให้ดี เพื่อให้การคลอดลูกน้อยนั้นออกมาอย่างราบรื่นและปลอดภัยค่ะ ช่วงที่ทารกกำลังคลอดธรรมชาติ หลังจากรอคอยมานานหลายเดือน วันคลอดก็มาถึง คุณแม่ต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายและสภาพแวดล้อมเพื่อรับมือกับขั้นตอนการคลอดธรรมชาติ แนะนำให้มีสมาธิกับช่วงเวลาสำคัญนะคะ ช่วงหลังคลอดธรรมชาติ วิธีการคลอดธรรมชาติคุณแม่จะมีสติรู้ตัวระหว่างคลอดตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงนาทีสำคัญที่ลูกน้อยคลอดออกมาและแพทย์อุ้มทารกมาวางอยู่ในอ้อมแขน คุณแม่จะพบกับความรู้สึกมีความสุข ตื่นเต้นและภาคภูมิใจ หลังคลอดแล้วคุณแม่ต้องรู้วิธีดูแลตัวเองและดูแลลูกน้อยไปพร้อมกัน การเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดตามธรรมชาติ หากคุณแม่ตัดสินใจว่าจะคลอดธรรมชาติ แนะนำให้คุณแม่ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจร่างกายให้แน่ใจว่าร่างกายของคุณแม่จะคลอดแบบธรรมชาติได้โดยไม่เกิดอันตรายและรู้สึกมั่นใจว่าสามารถคลอดด้วยตัวเองได้ ทั้งนี้คุณแม่ควรมีการเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้การคลอดราบรื่นตัวคุณแม่และลูกน้อยจะได้ปลอดภัยที่สุด
Enfababy Banner
อาหารต้องห้ามแม่ให้นม 100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่ 48 ห้ามกินอะไรบ้าง
อาหารบำรุงหลังผ่าคลอด / 100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่ 56
100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่ 33 ทำไมถึง รู้สึกหนาว ทั้ง ๆที่อากาศร้อน ?
100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่  29 ควรเริ่มกินยาคุมเมื่อไร ?
100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่ 9 สร้างวินัยตั้งแต่แรกเกิด
100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่ 4 การทำความสะอาดร่างกายคุณแม่
เตรียมร่างกายก่อน คลอดธรรมชาติ 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 79
สิ่งห้ามทำสำหรับการออกกำลังกาย 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 77
ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 67
100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 81 ท่าบริหารอุ้งเชิงกรานคนท้อง
ท้องแข็ง คือ สัญญาณเตรียมพร้อมก่อนคลอดรึเปล่า
คนท้องต้องรู้ รวมเทคนิคคนคลอดลูกง่าย แม่ท้องอยากคลอดลูกง่ายทำไงดี?
เรื่องน่ารู้เตรียมตัวก่อนคลอด การเตรียมของใช้ทารก การเตรียมดูแลทารก รวมถึงการตั้งชื่อเด็ก ชื่อมงคลสำหรับทารก มาเตรียมพร้อมกันค่ะ