9 เรื่องธรรมดา สะท้อนปัญหาโรคร้ายแรง

lead image

รู้ไหมว่า เรื่องทั่วไปที่เห็นจนชินตา 9 เรื่องต่อไปนี้สะท้อนปัญหาสุขภาพ และโรคร้ายแรงได้

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/07/9 เรื่องธรรมดา สะท้อนปัญหาโรคร้ายแรง.jpg 9 เรื่องธรรมดา สะท้อนปัญหาโรคร้ายแรง

9 เรื่องธรรมดา สะท้อนปัญหาโรคร้ายแรง

9 เรื่องธรรมดาต่อไปนี้ จะทำให้คุณประหลาดใจว่า มันสามารถเชื่อมโยงถึงปัญหาสุขภาพ และโรคร้ายแรงที่คิดไม่ถึงได้ จะมีเรื่องทั่วไปเรื่องไหนที่ต้องตระหนักกันบ้าง ไปอ่านกันได้เลย

 

1.ผมร่วงศีรษะล้านรูปแบบผู้ชาย ปัญหาต่อมลูกหมาก

ผลการศึกษาโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ (National Cancer Institute) เปิดเผยว่า ผมร่วงศีรษะล้านรูปแบบผู้ชายอาจสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก โดยผลการศึกษาผู้ชาย 4,000 คน ที่มีอายุในหลากหลายช่วงวัย พบว่า 56 เปอร์เซนต์ เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากมะเร็งต่อมลูกหมาก ภายในช่วงเวลา 21 ปี ขณะที่ผู้ชายที่หัวล้านปานกลาง 83 เปอร์เซนต์ มีแนวโน้มเป็นโรคมะเร็งมากกว่าผู้ชายที่ไม่มีอาการหัวล้านเลย

ด้านผลการศึกษาของสมาคม American Society of Clinical Oncology (ASCO) พบว่า ผู้ชายที่หัวล้านด้านหน้าและตรงกลาง ที่อายุ 45 ปี อาจเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากอย่างรุนแรงได้มากถึง 40 เปอร์เซนต์ ส่วนสาเหตุก็เพราะมีเทสโทสเตอโรน (testosterone) หรือฮอร์โมนเพศชายสร้างจากอัณฑะ มากเกินไปนั่นเอง

 

2.นิ้วชี้ยาวกว่านิ้วนาง อาจเป็นโรคจิต!

ลองเอามือมาโชว์ไว้ด้านหน้า แล้วสังเกตดูว่านิ้วชี้ยาวกว่านิ้วนางเสี่ยงหรือเปล่า ถ้าใช่! คุณอาจจะเป็นโรคจิตเภทได้ โดยผลการศึกษาเมื่อปี 2015 จาก Clinical Anatomy ได้เปรียบเทียบมือของผู้ป่วยจิตเภทวัดกับคนทั่วไป ผลออกมาว่า ผู้ป่วยจิตเภทจะมีนิ้วชี้ยาวกว่านิ้วนาง

อาจจะเป็นได้ว่า ขณะที่คุณอยู่ในครรภ์ ฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen) หรือฮอร์โมนเอสโทรเจน (estrogen) นั้นต่ำเกินไป จนไปมีผลต่อสมอง (hemispheric lateralization) อันเป็นสาเหตุให้เกิดโรคจิตเภท

 

3.การกรนอย่างหนักเสี่ยงมะเร็ง

ผลการศึกษาล่าสุดพบว่า การนอนกรน การหยุดหายใจเป็นระยะ หรือหายใจตื้นๆ สลับกับการหายใจปกติ ขณะนอนหลับนั้นเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากมะเร็ง เพราะการหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้ปอดไม่ได้รับออกซิเจน มีผลต่อการที่ร่างกายจะส่งโปรตีนสำคัญไปสร้างหลอดเลือด

เพราะอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเชื่อมโยงกับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการนอนกรน ยิ่งถ้ามีน้ำหนักตัวที่มากก็ยิ่่งต้องหมั่นตรวจเช็คร่างกาย เพราะการนอนกรนและรู้สึกง่วงระหว่างวันนั้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรง

 

4.พูดคำเหล่านี้บ่อยๆ อืม, เอ่อ, เพราะ, เช่น เชื่อมโยงกับโรคจิต

นวนิยายหรือสื่อบันเทิง ต่างสร้างความเชื่อที่ว่า ผู้ป่วยทางจิต สามารถสร้างอาชญากรรมที่แนบเนียนได้ แต่จากการพูดคุยกับนักโทษที่มีอาการป่วยทางจิต พบว่าคำพูดที่พวกเขาชอบพูดจะมีคำว่า "เอ่อ" "อืม" บ่อยๆ

ผู้ป่วยทางจิตมักจะใช้คำว่า "เพราะ" "ดังนั้น" นั่นก็เพราะพวกเขาเห็นทุกอย่างเป็น เหตุ และ ผล ต่างจากฆาตกรปกติ ที่มีแรงจูงใจอื่นๆ มากระตุ้น เช่น ครอบครัวหรือศาสนา แต่ฆาตกรที่มีปัญหาทางจิตจะก่ออาชญากรรมอย่างมีเหตุมีผล จึงไม่ยากที่จะหาตัว

 

5.ความเตี้ยส่งผลต่อโรคหัวใจ

ผลการศึกษาคน 200,000 คน พบว่า ยิ่งตัวสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งห่างไกลโรคหัวใจเท่านั้น โดย British Heart Foundation เปิดเผยว่า คนที่สูงกว่าคนอื่นๆ ในทุกๆ 2.5 นิ้ว โอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจก็จะลดลงถึง 13.5 เปอร์เซนต์

นักวิจัยเชื่อว่ายีน เป็นสิ่งสำคัญในการศึกษาครั้งนี้ เพราะยีนที่ส่งผลให้บางคนสูง บางคนเตี้ยนั้น อาจมีผลต่อคอเลสเตอรอลและไขมันในกระแสเลือด

 

6.คนที่ไม่ยอมสบสายตา อาจเพราะมีอาการทางจิต

คนที่ไม่ยอมสบตาระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่ อาจกำลังรู้สึกอึดอัด ไม่ก็ปกปิดหรือซ่อนบางเรื่อง แม้แต่ว่าไม่อยากจะพูดกับคุณ แต่ในอีกด้านหนึ่ง อาจจะมีบางอย่างผิดปกติที่รุนแรงยิ่งกว่านั้น

ผลการศึกษาล่าสุดพบว่า คนที่ไม่ยอมสบสายตานั้นไม่ใช่ว่าไม่อยากมองหน้า แต่เป็นเพราะไม่สามารถสบตาได้ในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของโรคจิตเภท โดยนักวิจัยได้ลองให้ผู้ป่วยจิตเภทนั่งตรงหน้ารูปถ่ายที่ผู้คนกำลังจ้องมองในทิศทางที่แตกต่างกัน จึงได้รู้ว่าผู้ป่วยไม่สามารถมองตอบไปตามทิศทางเดียวกันได้ นอกจากนี้ ผู้ป่วยทางจิตยังยากที่จะเพ่งมองสิ่งของต่างๆ แม้ว่าสิ่งของนั้นจะขยับหรือไม่ก็ตาม

 

7.คนเอเชียที่ดื่มเหล้าแล้วหน้าแดง เสี่ยงเป็นโรคร้าย

สาเหตุที่ทำให้ดื่มไปนิดเดียวแล้วหน้าแดง ทั้งที่ไม่เมา ไม่ใช่เพราะว่าผิวขาวหรอกนะ แท้จริงแล้วเป็นเพราะขาดเอนไซม์ ที่จะเปลี่ยนแอลกอฮอล์เป็น Acetaldehyde แล้งร่างกายจะนำสารตัวนี้ไปทำปฎิกริยาก่อนจะขับออกจากร่างกาย แต่คนเอเชียมีปัญหาที่ยีน ALDH2 ซึ่งส่งผลให้กำจัด Acetaldehyde ได้น้อยลง

อาการที่จะเกิดขึ้นก็คือ ใจสั่น หน้าแดง คลื่นไส้ ปวดหัว และหัวใจเต้นเร็ว ทั้งยังมีข่าวอีกด้วยว่า เมื่อ Acetaldehyde สะสมในร่างกาย จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งอีกด้วย

 

8.ไม่หาวตามคนอื่น อาจมีอาการทางจิต

การหาวตามๆ กัน เป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็เป็น และไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้นที่หาวตาม พวกลิงชิมแปนซี หรือสุนัข ต่างก็มีอาการหาวตามเป็นโดมิโนเอฟเฟค แต่ถ้าเกิดมีเพื่อนที่เห็นคนอื่นหาวแล้วไม่หายตาม ก็เป็นไปได้ว่าจะมีอาการผิดปกติทางจิต

จากการทดลองผู้ที่มีอาการทางจิตเพื่อพิสูจน์ว่า พวกเขาปกติหรือไม่นั้น นักวิจัยได้เปิดวิดีโอ คนหัวเราะ คนหาว หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่ทำอะไรเลย ให้ดู ถ้าคนที่เริ่มมีอาการทางจิตก็จะไม่มีปฏิกิริยาตาม

 

9.จั๊กจี้ตัวเองได้ แสดงว่าผิดปกติทางจิต

รู้กันอยู่แล้วว่าไม่มีใครสามารถจั๊กจี้ตัวเองได้ เพราะสมองจะไม่สั่งการให้เรามีปฏิกิริยาตอบสนองตัวเราเอง ไม่เหมือนกับที่คนอื่นมาจั๊กจี้

นั่นเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงทางประสาทในสมองสกัดกั้นให้ไม่สามารถรับรู้ได้มากพอว่า นี่เป็นการกระทำของตนเอง ดังนั้น ถ้าจั๊กจี้ตัวเองได้ อาจแสดงว่าคุณอาจจะมีความผิดปกติทางจิต แม้ว่าจะเข้าใจในเรื่องทฤษฎีนี้ว่าไม่สามารถจั๊กจี้ตัวเองได้ แต่สมองและร่างกายก็ห้ามตัวเองไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องหัวเราะออกมาอยู่ดี

 

ทั้ง 9 เรื่อง สะท้อนถึงปัญหาสุขภาพ และโรคร้ายแรง ที่มีความเสี่ยงจะเป็น ใครเข้าข่าย 9 ข้อนี้ ก็ต้องหมั่นตรวจเช็คสุขภาพกันหน่อยนะ

 

ที่มา : ph.theasianparent.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รู้ไหม? นอนท่าไหนดีต่อสุขภาพ

แม่ท้องหายเจ็บป่วยได้ไม่ต้องกินยา

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!