ตามติดชีวิตทารก 9 เดือนในท้องแม่ เกิดอะไรขึ้นบ้าง

พัฒนาการลูกน้อยตลอด 9 เดือน มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และร่างกายแม่ท้อง เปลี่ยนไปอย่างไร

ตามติดชีวิตทารก 9 เดือนในท้องแม่ เกิดอะไรขึ้นบ้าง

9 เดือนในท้องแม่ ร่ายกายของแม่ท้อง และพัฒนาการของทารกเป็นอย่างไรบ้าง ไปติดตามพร้อมกันเลย

ไตรมาสแรก

9 เดือนในท้องแม่

9 เดือนในท้องแม่

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 1-4 (เดือนแรก)

ในช่วงเดือนแรกนี้ คุณแม่หลายท่านอาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตั้งครรภ์แล้ว ซึ่งพัฒนาการของทารกในครรภ์เดือนแรกนี้ คือการที่อสุจิได้เข้าปฏิสนธิกับไข่ และเคลื่อนตัวเข้าไปฝังอยู่ในโพรงมดลูก

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายคนท้อง 1 เดือนแรก

ในช่วงนี้ คู่รักหลาย ๆ คู่ อาจจะต้องมานั่งลุ้นกันว่า ผลจากการตรวจการตั้งครรภ์นั้น จะขึ้น 2 ขีดหรือไม่ ซึ่งอาการต่าง ๆ นั้น ยังไม่ค่อยแสดงออกมามากเท่าไหร่ แต่คุณแม่บางท่าน ก็อาจจะเริ่มมีอาการแพ้ท้องบ้างแล้วเหมือนกัน

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 5-8 (เดือนที่ 2)

  • ในช่วงนี้ตัวอ่อนในครรภ์คุณแม่จะได้รับอาหารจากถุงไข่แดง
  • ตัวอ่อน มีการพัฒนาร่างกายให้เติบโตขึ้นกว่าเดือนแรก อวัยวะอย่างใบหน้า ดวงตา แขน ขาพัฒนาขึ้นมาอย่างชัดเจน
  • ในช่วงสัปดาห์ที่ 6 หากมีการตรวจอัลตราซาวนด์ จะพบว่าหัวใจทารกเริ่มเต้น แม้ว่าหัวใจในระยะเริ่มต้นนี้จะเป็นเพียงหลอดเล็ก ๆ เท่านั้น แต่เดี๋ยวก็จะถูกพัฒนาให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเหมือนกับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย
  • ในเดือนที่ 2 ลูกน้อยจะมีความยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร มีน้ำหนักเพียงแค่ประมาณ 3 กรัม

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายคนท้อง เดือนที่ 2

  • ระดับฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ จะส่งผลทำให้แม่ท้องมีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ บางครั้งก็หงุดหงิด รำคาญบ่อย โดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของคนท้องครับ
  • เต้านมขยายมากขึ้นจนเห็นเป็นเส้นเลือด หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าช่วงบริเวณฐานของหัวนมจะกว้าง และนุ่มขึ้น
  • อุณหภูมิในร่างกายจะสูงขึ้นกว่าปกติ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในคนท้อง
  • น้ำหนักตัวในช่วงเดือนที่สองอาจจะเพิ่มขึ้นไม่มาก ซึ่งเกณฑ์ของน้ำหนักตัวคนท้องในช่วงไตรมาสแรกจะอยู่ที่ 1-2 กิโลกรัม(รวมทั้ง 3 เดือน)
  • มีอาการแพ้ท้อง ซึ่งคนท้องบางรายอาจจะแค่เวียนศีรษะ อาเจียนตอนเช้า ๆ เล็กน้อย หรือไม่ก็เหม็นกลิ่นอาหาร ซึ่งอาการแพ้ท้องในช่วงการตั้งครรภ์ ก็เป็นผลให้น้ำหนักตัวของแม่ท้องไม่ค่อยเพิ่มขึ้น เนื่องจากทานข้าวได้น้อย
  • ในช่วงการตั้งครรภ์ช่วง 1-3 เดือนแรก แม่ท้องจะรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย นั่นเป็นเพราะมดลูกเริ่มขยายใหญ่ขึ้น จึงเบียดกับกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งถือเป็นอาการปกติของคนท้อง และทุกครั้งที่รู้สึกปวดปัสสาวะไม่ควรอั้นปัสสาวะ เพราะอาจทำให้เกิดอาการท่อปัสสาวะอักเสบขึ้นได้ ดังนั้นควรเข้าห้องน้ำทุกครั้งที่ปวดปัสสาวะนะครับ
พัฒนาการทารกในครรภ์

9 เดือนในท้องแม่

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 9-12 (เดือนที่ 3)

  • เมื่ออายุครรภ์ครบ 3 เดือน ทารกจะเริ่มมีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
  • ทารกมีการพัฒนาหน้าตา และนัยน์ตาอย่างสมบูรณ์แล้ว เริ่มเห็นคาง หน้าผาก จมูก มีเล็บมือ และเล็บเท้า
  • ช่วงลำตัวทารกจะเริ่มมีกระดูก ซี่โครง ในช่วงนี้ทารกมีความต้องการแคลเซียมจำนวนมากเพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ทารกจะดึงแคลเซียมจากคุณแม่มาใช้เป็นจำนวนมาก จึงแนะนำให้แม่ท้องทานอาหารที่มีแคลเซียมเสริมให้เพียงพอ
  • ทารกจะมีขากรรไกร เหง้าฟันแท้ทั้ง 32 ซี่ ที่ซ่อนอยู่ในปุ่มเหงือกอย่างครบถ้วน
  • การเต้นของหัวใจ เริ่มช้าลง ประมาณ 110-160 ครั้งต่อนาที ระบบกลืนเริ่มทำงาน ทารกเริ่มกลืนน้ำคร่ำและถ่ายปัสสาวะ
  • หัวใจ ตับ ปอด ม้าม ลำไส้ กระเพาะอาหาร และอวัยวะเพศ เริ่มมีการพัฒนาขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายคนท้อง เดือนที่ 3

  • อาการแพ้ท้อง จะเริ่มเบาลง ทำให้แม่ท้องทานอาหารได้อร่อยมากขึ้น
  • มดลูกขยายใหญ่มากขึ้น
  • ขนาดร่างกายขยายใหญ่มากขึ้น สังเกตได้จากบริเวณเต้านมทั้งสองข้าง ต้นแขน ต้นขา และสะโพก เป็นต้น
  • รก ถูกพัฒนาขึ้นมาทำหน้าที่ในการลำเลียงสารอาหาร ออกซิเจนไปมาระหว่างคุณแม่กับทารก

ติดตามพัฒนาการทารกในครรภ์ และการเปลี่ยนแปลงของร่างกายแม่ท้องต่อในหน้าถัดไป –>

ไตรมาสที่ 2

9 เดือนในท้องแม่

9 เดือนในท้องแม่

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 13-16 (เดือนที่ 4)

  • ส่วนของใบหน้าของทารกพัฒนาขึ้นใกล้สมบูรณ์แล้ว ส่วนคิ้ว และขนตาเริ่มขึ้น นัยน์ตาปรากฏขึ้นในดวงตา และใบหูเริ่มออกไปอยู่ในตำแหน่งด้านข้าง ซ้ายและขวา
  • ทารกมีชั้นไขมันใต้ผิวหนังห่อหุ้มร่างกายไว้ ผิวจะออกสีชมพู และใสจนเห็นเส้นเลือด
  • ปอดเริ่มมีการพัฒนาขึ้น
  • จำนวนเซลล์ประสาทของทารกในครรภ์ถูกพัฒนาให้มีการจำนวนมากขึ้น
  • ลิ้นของทารกมีการพัฒนาปุ่มรับรสขึ้นมา
  • ทารกเริ่มรับรู้แสงได้แล้ว
  • ทารกจะได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจคุณแม่ และเริ่มที่จะได้ยินเสียงที่อยู่ภายนอก ซึ่งช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุย หรืออ่านหนังสือ ร้องเพลงให้ลูกฟังบ่อย ๆ เพื่อจะได้เป็นการเสริมสร้างกระตุ้นพัฒนาการลูกได้ตั้งแต่ในครรภ์นะครับ
  • อวัยวะเพศเริ่มพัฒนาขึ้น เช่น ลูกอัณฑะของเด็กผู้ชาย และช่องคลอดของเด็กผู้หญิง

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายคนท้อง เดือนที่ 4

  • อาการคลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะ อารมณ์หงุดหงิดแปรปรวนจะลดลง
  • คุณแม่จะรู้สึกหิวบ่อยขึ้น แนะนำให้ทานในปริมาณน้อย ๆ แต่ทานบ่อยมื้อขึ้น
  • เริ่มเห็นเป็นเส้นสีดำขึ้นตรงกลางหน้าท้อง
  • หน้าท้องมีขนาดใหญ่ขึ้น มดลูกจะลอยสูงขึ้นจากอุ้งเชิงกรานเข้าสู่ช่องท้อง

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 17-20 (เดือนที่ 5)

  • ทารกเริ่มมีเปลือกหุ้มเส้นประสาทไขสันหลัง
  • ผิวหนังของทารกหนาขึ้น
  • ผมที่หนังศีรษะเริ่มพัฒนาขึ้น
  • เล็บมือ และเล็บเท้าเริ่มพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน
  • อวัยวะภายในมีการพัฒนาที่สมบูรณ์มากขึ้น
  • หัวใจมีการเต้นเป็นจังหวะ คุณแม่สามารถฟังเสียงหัวใจเต้นของลูกได้ด้วยเครื่องฟังเสียงหัวใจทารก
  • ฟันน้ำนมของทารกเริ่มพัฒนาขึ้นในเหงือกแล้ว
  • ประสาทสัมผัสการรับรู้รสของทารกพัฒนาขึ้นจนสามารถแยกรสขม และรสหวานได้แล้ว
  • หากอัลตราซาวนด์ดูในเดือนนี้จะพบว่าทารกน้อยมีอวัยวะเพศที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเป็นเพศหญิง หรือเพศชาย
  • ทารกเริ่มที่จะขยับตัว กำมือ และเตะถีบขาอยู่ในถุงน้ำคร่ำ
  • ทารกเริ่มเคลื่อนไหวให้รู้สึกเป็นครั้งแรก แนะนำให้คุณแม่จดบันทึกการดิ้นของลูกในแต่ละวัน(ดิ้นกี่ครั้ง/วัน) หากลูกไม่ดิ้นต้องรีบไปพบคุณหมอทันทีนะครับ

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายคนท้อง เดือนที่ 5

  • รอบเอวขยาย มดลูกถูกดันขึ้นมาที่หน้าท้อง ยอดมดลูกจะอยู่ต่ำกว่าสะดือ
  • มดลูกที่ขยายจนเข้าไปเบียดพื้นที่ในช่องท้อง ปอด และไต ทำให้คุณแม่ท้องมีอาการหายใจไม่สะดวก รวมทั้งระบบการย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดี ส่งผลให้เกิดอาการท้องผูก
  • คุณแม่ท้องบางรายอาจมีอาการตะคริวเกิดขึ้นได้
พัฒนาการทารกในครรภ์

9 เดือนในท้องแม่

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 21-24 (เดือนที่ 6)

  • ร่างกายของทารกมีการพัฒนาเซลล์เม็ดเลือดแดงขึ้นมาจำนวนมาก และเริ่มผลิตเม็ดเลือดขาว ลิ้นเริ่มมีประสาทรับรู้รสชาติ
  • ผิวหนังมีการพัฒนาให้หนาทึบขึ้น
  • แขน ขามีการพัฒนาให้มีกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์มากขึ้น
  • ทารกมีการกลืนน้ำคร่ำ บางครั้งจะมีอาการสะอึก ทำให้คุณแม่รู้สึกเหมือนลูกกระตุกอยู่ในท้อง
  • ลำตัวของทารกพัฒนาขึ้นจนมีขนาดใหญ่กว่าศีรษะ
  • อวัยวะเพศจะพัฒนาขึ้นมาจนสมบูรณ์ ในเพศหญิงจะมีการสร้างรังไข่ขึ้นมา และเพศชายจะพัฒนาลูกอัณฑะขึ้นมาจนชัดเจน และมีการสร้างฮอร์โมนเพศชายนั่นคือฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone)
  • เซลล์สมองที่ทำหน้าที่ในการรับรู้พัฒนาขึ้นจนเริ่มทำงานได้ ส่งผลให้ทารกสามารถจดจำ และเรียนรู้ได้บ้างแล้ว
  • ปอดของทารกมีการพัฒนามากขึ้นแต่ยังไม่สมบูรณ์
  • ฝ่ามือฝ่าเท้าของทารกเริ่มพัฒนาให้มีลายมือลายเท้าชัดมากขึ้น
  • ประสาทการรับรู้เรื่องเสียงของทารกมีการพัฒนามากขึ้น ทำให้ทารกรู้ไวต่อเสียงที่ได้ยิน ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่เกิดจากการพูดคุยของคุณพ่อแม่ที่คุยกับทารก หรือเสียงเพลงที่คุณแม่เปิดให้ฟัง เป็นต้น ดังนั้นจึงควรกระตุ้นพัฒนาการทารกด้วยการเปิดเพลงให้ฟัง ร้องเพลงให้ฟัง หรืออ่านหนังสือให้ทารกฟัง จะช่วยให้ทารกในครรภ์มีพัฒนาการการเรียนรู้ การจดจำได้ดีเมื่อคลอดออกมาแล้ว

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายคนท้อง เดือนที่ 6

  • ปริมาณเลือดในร่างกายเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการของครรภ์ ซึ่งปริมาณเลือดที่เพิ่มขึ้นเป็นพลาสมาที่จะไปเจือจางเลือด อาจส่งผลให้คุณแม่เกิดภาวะโลหิตจางขึ้นได้
  • มดลูกหดรัดตัวเป็นก้อนแข็งนูนขึ้นมาเป็นระยะ ๆ แต่ไม่มีอาการเจ็บปวด อาการที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องปกติ
  • ในคุณแม่ท้องบางรายก็ยังพบว่ามีอาการตะคริวเกิดขึ้นอยู่บ้าง แนะนำว่าเมื่อเกิดอาการตะคริวขึ้นบริเวณน่อง ต้นขา และปลายเท้า ให้คุณแม่กระดกปลายเท้าขึ้น จะทำให้กล้ามเนื้อที่จับตัวเป็นก้อนนั้นตึงและค่อย ๆ คลายตัวออก ทำให้อาการเป็นตะคริวดีขึ้น
  • ขนาดครรภ์ที่ใหญ่ขึ้นทำให้ขยายไปจนเกือบเข้าใกล้ชายโครง บวกกับการดิ้นของทารก อาจทำให้คุณแม่ท้องมีอาการเสียดชายโครงขึ้นมาได้

ติดตามพัฒนาการทารกในครรภ์ และการเปลี่ยนแปลงของร่างกายแม่ท้องต่อในหน้าถัดไป –>

ไตรมาสที่ 3

9 เดือนในท้องแม่

9 เดือนในท้องแม่

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 25-28 (เดือนที่ 7)

  • ทารกสามารถขยับนิ้ว กำมือ และมีการพัฒนาลายนิ้วมือที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวของตัวเองขึ้นมา
  • ทารกเริ่มลืมตา และระบบนัยน์ตาพัฒนาขึ้นเกือบสมบูรณ์
  • นี้สมองของทารกพัฒนาขึ้นจนโตเต็มกะโหลกศีรษะ และมีร่องหยักบนเนื้อสมอง ส่วนเซลล์ประสาทเชื่อมโยงเครือข่ายกันอย่างสมบูรณ์ เริ่มมีไขมันห่อหุ้มเส้นประสาทเหมือนกับที่ไขสันหลัง
  • ทารกเริ่มมีผิวที่หนาขึ้น เพราะมีไขมันใต้ผิวหนังมากขึ้นมาก
  • ต่อมไขมันใต้ผิวหนังเริ่มทำงาน
  • ขนอ่อนตามร่างกายเริ่มหลุดร่วง มีเหลือไว้เฉพาะที่บริเวณไหล่ และหลัง
  • ทารกจะปัสสาวะลงในน้ำคร่ำประมาณวันละครึ่งลิตร

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายคนท้อง เดือนที่ 7

  • ขนาดมดลูกที่โตขึ้น ทำให้ไปดันซี่โครงกระดูกด้านล่างขึ้นมา เป็นผลให้คุณแม่มีอาการจุกเสียดขึ้นมาบ้างเวลาที่ขยับตัว ลุก นั่ง หรือนอน
  • อาจมีอาการของกรดไหลย้อน ที่เป็นผลมาจากฮอร์โมนโพรเจสเตอโรน ทำให้การย่อยอาหารในกระเพาะช้าลง
  • น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และคุณแม่จะเริ่มรู้สึกอึดอัดมากขึ้น
  • ด้วยขนาดครรภ์ที่ใหญ่ขึ้นทำให้คุณแม่นอนหลับได้ไม่ค่อยดีนัก
  • น้ำหนักครรภ์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้คุณแม่ต้องแอ่นหลังมากขึ้น บวกกับส่วนรับน้ำหนักด้านล่างคือกระดูกเชิงกรานขยายตัวเตรียมคลอด หลังจึงต้องรับน้ำหนักเต็มที่ จึงทำให้คุณแม่มีอาการปวดหลังขึ้นมาได้
  • ปวดปัสสาวะบ่อย ทารกในครรภ์มีขนาดร่างกายที่ใหญ่ขึ้นทำให้มดลูกขยายตัว น้ำหนักตัวและการดิ้นของทารกจะกดลงบนกระเพาะปัสสาวะ เป็นผลทำให้คุณแม่ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 29-32 (เดือนที่ 8)

  • อวัยวะภายในมีการพัฒนาไปเกือบสมบูรณ์ ยกเว้นปอดที่ยังเจริญไม่เต็มที่
  • ทารกเริ่มกลับตัวให้อยู่ในท่าศีรษะลงเพื่อเตรียมพร้อมที่จะคลอด
  • ทารกจะรับรู้ความมืดและสว่างจากการสะท้อนของแสงผ่านทางผนังหน้าท้องของคุณแม่
  • ทารกเริ่มที่จะเปิดปิดเปลือกตา และเริ่มกะพริบตาถี่ ๆ ได้แล้ว รูม่านตาจะเริ่มขยาย และหรี่ได้แล้วด้วยเช่นกัน

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายคนท้อง เดือนที่ 8

  • คุณแม่จะเริ่มทำอะไรได้ช้าลง เพราะขนาดครรภ์ที่ใหญ่มากขึ้นส่งผลให้เคลื่อนไหวร่างกายได้ลำบาก
  • โคลอสตรัม ซึ่งเป็นหัวน้ำนมอาจมีไหลออกมาเล็กน้อยเพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่จะถูกกระตุ้นด้วยการดูดหลังจากลูกคลอดออกมา
  • คุณแม่อาจรู้สึกเจ็บหน่วง ๆ ที่ท้องด้านล่าง นั่นเพราะทารกจะเริ่มเคลื่อนศีรษะลงและลำตัวกับเท้าจะชี้ขึ้นไปกดตรงซี่โครง
  • เกิดอาการเท้าบวมขึ้นในช่วงใกล้คลอด จากน้ำหนักของครรภ์ที่ไปกดบริเวณหลอดเลือดดำใหญ่ด้านหลังลำตัว เป็นผลให้เลือดกลับขึ้นเข้าสู่หัวใจไม่สะดวก ทั้งนี้หากสังเกตว่ามีอาการเท้าบวมที่มากกว่าปกติและสังเกตว่าใบหน้ามีอาการบวมด้วยให้รีบไปพบแพทย์ที่ดูแลครรภ์โดยด่วน (เพราะอาจเป็นอาการแทรกซ้อนของครรภ์เป็นพิษขึ้นได้)
  • เจ็บครรภ์เตือน มีอาการมดลูกหดตัวเป็นระยะ เพื่อเตรียมเข้าสู่ระยะการเจ็บท้องคลอดจริง โดยที่มดลูกจะนูนแข็งขึ้นมาเป็นบางครั้ง ๆ ละไม่เกิน 30 วินาที
พัฒนาการทารกในครรภ์

9 เดือนในท้องแม่

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 34 เป็นต้นไป (เดือนที่ 9)

  • ต่อมหมวกไตจะเร่งสร้างฮอร์โมนเพิ่มความสมบูรณ์ของปอด เพื่อเตรียมการหายใจครั้งแรกในชีวิตที่ต้องออกจากครรภ์ของคุณแม่
  • ในลำไส้ของทารกเต็มไปด้วยขี้เทา ซึ่งเกิดจากสารที่หลั่งในระบบทางเดินอาหาร ปะปนกับขนอ่อนและเซลล์ต่าง ๆ ที่หลุดออกตามทางเดินอาหารของทารก
  • ผิวหนังของทารกยังคงมีไขสีขาว เพื่อช่วยหล่อลื่นให้ทารกคลอดได้ง่ายขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายคนท้อง เดือนที่ 9

  • ในเดือนนี้คุณแม่จะต้องไปพบคุณหมอทุกสัปดาห์ เพื่อตรวจอาการก่อนคลอดต่าง ๆ และดูความพร้อมของทารกในครรภ์
  • เมื่อเข้าสัปดาห์ที่ 37 ทารกจะเริ่มเคลื่อนศีรษะ มาอยู่ตรงอุ้งเชิงกราน ทำให้คุณแม่รู้สึกโล่งที่ชายโครง
  • เมื่อเข้าสัปดาห์ที่ 38 ก่อนที่มดลูกจะหดรัดตัวเป็นการเจ็บครรภ์คลอดจริง คุณแม่ก็จะได้รู้สึกถึงอาการเจ็บครรภ์เตือน ที่เป็นการเจ็บเตือนที่แรงประมาณเดียวกับการเจ็บครรภ์คลอดจริง
  • เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 39 ปากมดลูกเตรียมพร้อมแล้วสำหรับการคลอด คุณแม่จะรู้สึกหนักที่กระเพาะปัสสาวะนั่นเกิดจากการกดทับจากทารก และมดลูกมีการหดรัดตัวแรงขึ้นเมื่อคุณแม่เคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งการหดรัดตัวของมดลูกนี้จะเป็นจังหวะสม่ำเสมอและบ่อย นี่ถือเป็นสัญญาณเตือนการคลอดจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น หากยังอยู่ที่บ้าน ควรสังเกตว่าร่างกายมีสัญญาณอื่น ๆ ด้วยหรือเปล่า เช่น ถุงน้ำคร่ำแตก เป็นต้น
  • อายุครรภ์ครบกำหนดคลอดทารกมีความสมบูรณ์เต็มที่ จะอยู่ในระหว่าง 37 ถึง 41 สัปดาห์ และหากอายุครรภ์ 42 สัปดาห์ขึ้นไป ถือเป็นการตั้งครรภ์ที่เกินกำหนด ซึ่งมีความเสี่ยงต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ ปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้แก่ รกเสื่อม น้ำคร่ำลดน้อยลง เมื่อมดลูกหดรัดตัวก็จะเป็นผลให้ทารกในครรภ์ขาดออกซิเจน ซึ่งถือเป็นภาวะอันตรายถึงชีวิตได้

อายุครรภ์นั้น นับเป็นเดือน หรือเป็นสัปดาห์กันแน่

มาถึงตรงนี้ คุณแม่หลายท่านอาจจะสงสัยว่า อายุครรภ์นั้น นับเป็นเดือน หรือเป็นสัปดาห์กันแน่ ซึ่งจริง ๆ แล้ว นิยมนับอายุครรภ์เป็นสัปดาห์มากกว่าครับ สาเหตุที่นิยมนับอายุครรภ์เป็นสัปดาห์ นั่นก็เป็นเพราะการนับอายุครรภ์แบบเป็นเดือน จะไม่มีความละเอียดเพียงพอ เนื่องจากจำนวนวันในแต่ละเดือนนั้นมีไม่เท่ากัน คือมี 31 วันบ้าง 30 วันบ้าง หรือ 28 – 29 วันก็มี ดังนั้นการนับอายุครรภ์เป็นสัปดาห์ จึงมีความถูกต้องแม่นยำกว่านั่นเอง


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

12 ภาพการเดินทางของลูก จากเดือนแรกในท้องแม่ ถึงปีแรกบนโลก

ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร ตั้งครรภ์รอบนี้ ต้องจ่ายเท่าไหร่

เผยขั้นตอนคลอดลูก ทั้งคลอดเอง VS ผ่าคลอด แบบที่แม่ท้องควรรู้!!

parenttown