theAsianparent Logo

พร้อมหรือยังที่จะเป็นแม่คน อยากเป็นแม่ที่ดี ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเป็นแม่คน อย่าลืม 9 สิ่งนี้!

ตื่นเต้นไหมแม่! เป็นเรื่องที่น่ายินดีหากจะมีสมาชิกตัวน้อย ๆ มาเติมเต็มเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แน่นอนว่าว่าที่คุณแม่ต้องเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ มาเตรียมความพร้อมเป็นคุณแม่กันค่ะ

9 สิ่งดี ๆ ที่ควรทำเมื่อต้อง เตรียมตัวเป็นแม่

เตรียมตัวเป็นแม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไป แม่ ๆ มือใหม่ ต้องรู้อะไรบ้าง เป็นแม่ที่ดีไม่ใช่เรื่องยาก ไปอ่านได้เลย

 

เตรียมตัวเป็นแม่

เมื่อต้องเตรียมตัวเป็นแม่คน

1.ฝากครรภ์

เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการฝากครรภ์ทันทีเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์นั้นถือเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ เพื่อคุณหมอจะได้ตรวจสุขภาพและดูแลคุณแม่ตลอดช่วง 9 เดือน รวมถึงการกำหนดคลอดให้กับคุณแม่อีกด้วย  นอกจากนี้  คุณหมอจะให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองของคุณแม่ ได้แก่ เรื่องอาหารและโภชนาการ

  • อาหารที่คนท้องควรกิน
  • อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน
  • การกินยาว่ามียาชนิดใดในช่วงตั้งครรภ์ควรเลิกกินเพราะจะส่งผลต่อทารกในครรภ์
  • รวมไปถึงอาหารเสริมว่าชนิดใดควรกินชนิดใดไม่ควรกิน

ตลอดจนคำแนะนำให้คุณพ่อในการดูแลภรรยาในระหว่างตั้งครรภ์  สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่คุณแม่ไม่ควรพลาด คือ  สอบถามคุณหมอถึงการคลอดแบบธรรมชาติและการผ่าคลอด  หรือข้อสงสัยต่าง ๆ อย่างลังเลที่จะถามคุณหมอนะคะ  เพื่อความเข้าใจในการดูแลตนเองและทารกน้อยในครรภ์อย่างมีคุณภาพ

ฝากครรภ์ยิ่งเร็วยิ่งลดอันตรายแม่และลูกในท้อง

การฝากครรภ์ช่วยลดอันตรายต่าง ๆ ที่เป็นความเสี่ยงต่อคนท้องและทารกในครรภ์ เช่น การแท้ง การคลอดก่อนกำหนด ลูกเสียชีวิตในท้อง หรือคลอดแล้วเสียชีวิต ทั้งยังป้องกันการอักเสบติดเชื้อของทารก และเมื่อคุณหมอได้ติดตามดูอาการแม่ท้องและลูกในท้องอย่างใกล้ชิด ก็จะช่วยให้ทารกในครรภ์มีน้ำหนักตัวตามเกณฑ์ ไม่น้อยจนน่ากังวล ไม่มากจนมีปัญหากับแม่ ทำให้ลูกน้อยมีความแข็งแรงสมบูรณ์ที่สุด

หากคุณแม่ปล่อยปละละเลย ไม่ยอมฝากครรภ์ให้เร็ว ก็จะไปเพิ่มความเสี่ยงให้ร่างกายทั้งแม่และลูก อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน กลายเป็นว่าสายเกินแก้

อ่าน โรคแทรกซ้อนแม่ท้องต้องระวัง 10 โรคอันตรายที่คุณหมอพบบ่อย

 

2.วิตามินและอาหารที่มีประโยชน์

สำหรับแม่ท้องการกินโฟลิคและธาตุเหล็กมีประโยชน์ทั้งต่อตัวคุณแม่เองและทารกในครรภ์

  • โฟลิคช่วยลดความเสี่ยงของทารกเกี่ยวระบบประสาทและสมอง และอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่ และโรคหัวใจในเด็ก
  • ธาตุเหล็กสามารถป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนดและน้ำหนักตัวของทารกที่ต่ำกว่ามาตรฐาน

หากคุณแม่เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบอาหารฟาสต์ฟู้ดแล้วล่ะก็ ถึงเวลาแล้วที่คุณแม่ควรจะงดและหันมากินอาหารทีมีประโยชน์และมีคุณค่าทางโภชนาการ ผัก ผลไม้ หรืออาหารออร์แกนนิค วิธีที่ดีคุณแม่ควรจดเป็นรายการอาหารที่มีประโยชน์เพื่อเตือนตนเองให้รับประทานจะเป็นเรื่องที่ดีมาก

 

3.กำหนดปริมาณเครื่องดื่มมีคาเฟอีน

คุณแม่ที่ชอบดื่มกาแฟเป็นประจำตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์  แม้ว่าตอนนี้จะตั้งครรภ์แล้วก็ยังอยากดื่มกาแฟ  เรื่องนี้ไม่ได้ห้ามนะคะ  แต่ควรจำกัดประมาณกาแฟโดยคุณแม่อาจปรึกษาคุณหมอเพื่อจำกัดปริมาณที่เหมาะสม  เพราะการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนที่มีปริมาณมากกว่า 200 มิลิกรัมจะเป็นสาเหตุของการคลอดก่อนกำหนดได้

 

4.แอลกอฮอล์หลีกให้ไกล

ในระหว่างตั้งครรภ์ 9 เดือนเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องดูแลตนเองเพื่อทะนุถนอมทารกในครรภ์  อะไรที่จะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ก็ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะไหลผ่านกระแสเลือดไปยังทารก ส่งผลให้ทารกเจริญเติบโตผิดปกติ ระบบประสาทบกพร่อง และมีความเสี่ยงต่าง ๆ อีกมาก คงไม่มีคุณแม่คนใดอยากให้ลูกตนเองออกมาผิดปกติ  ดังนั้น แอลกอฮอล์หลีกให้ไกลเลยค่ะ

 

5.บุหรี่ภัยร้ายต่อแม่ท้อง

นอกจากเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ที่ควรหลีกให้ไกลแล้ว  บุหรี่ก็เป็นตัวร้ายของแม่ท้องอีกอย่างหนึ่ง  เพราะมีปริมาณของสารพิษจำนวนมากที่วงการแพทย์ชี้ชัดว่าเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง  ทั้งนิโคติน  ไซยาไนต์  เป็นต้น  สารพิษเหล่านี้จะผ่านกระแสเลือดของแม่เข้าไปสู่ทารก  บุหรี่ทำให้ปริมาณออกซิเจนที่ทารกควรได้รับลดลง  อาจส่งผลให้คุณแม่แท้ง หรือคลอดก่อนกำหนดได้  หรือทารกที่คลอดออกมาแล้วน้ำหนักตัวน้อยผิดปกติและยังมีผลเสียอื่น ๆ ตามมาอีกมาก  คุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอหากต้องการเลิกบุหรี่ขณะตั้งครรภ์เพื่อป้องกันอันตรายต่อทารกในครรภ์ค่ะ

 

อ่านการเตรียมตัวเป็นแม่ สำหรับคุณแม่มือใหม่ หน้าถัดไป

6.ทำประกันสุขภาพ

คุณแม่มีประกันสุขภาพหรือไม่ ควรตรวจสอบดูว่าประกันสุขภาพที่มีอยู่นั้นครอบคลุมเรื่องการคลอดก่อนกำหนดหรือโรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์หรือไม่ หากไม่มีคุณแม่ลองปรึกษากับบริษัทที่รับทำประกัน  เพื่อตัวคุณแม่และลูกในท้องจะได้รับสิทธิอย่างเหมาะสม

 

7.ออมเงิน

ปัจจุบันค่าใช้จ่ายของทารกแรกเกิดเพิ่มสูงมากกว่าในอดีต เพราะข้าวของมีราคาแพงมากขึ้น ทั้งผ้าอ้อมสำหรับเด็ก เสื้อผ้า ของเล่น และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ คุณพ่อและคุณแม่ต้องเริ่มออมเงินแต่เนิ่น ๆ ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ลดการใช้สินค้าฟุ่มเฟือย เมื่อเราตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป และนำเงินส่วนนั้นไปเป็นเงินออมแทนรับรองว่า เมื่อลูกคลอดออกมาแล้วคุณแม่คุณพ่อจะไม่ต้องมาปวดหัวเรื่องค่าใช้จ่ายแน่นอนค่ะ

 

8.เตรียมรายชื่อลูกน้อย

เรื่องนี้แล้วแต่บุคคลนะคะ  เพราะบางคนมีความเชื่อในเรื่องการตั้งชื่อลูกให้เป็นมงคล หากยังไม่รู้เพศลูกอาจเตรียมชื่อไว้ทั้งเด็กชาย และเด็กหญิงก็เป็นเรื่องที่ดีนะคะพอลูกคลอดออกมาจะได้มีชื่อเลย  หรืออาจจะตั้งชื่อเล่นไว้ก่อนก็ได้ค่ะ  เพราะคุณแม่บางคนเรียกชื่อลูกตั้งแต่ในท้องพอเขาคลอดออกมาคุณลองเรียกชื่อเขานะคะลูกจะมีปฏิกิริยาทันทีเพราะเจ้าหนูเคยชินกับการเรียกชื่อตั้งแต่ในท้อง

อ่าน ชื่อเล่น ลูกสาว 100 ชื่อเล่นลูกสาว เพราะ ๆ แถมยังอินเทรนด์ ไม่ซ้ำใคร

 

9.วางแผนที่จะบอกข่าวดีกับคนอื่น ๆ

เรื่องการตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่น่ายินดีของครอบครัว นอกจากคุณแม่และคุณพ่อแล้ว ควรบอกข่าวนี้กับสมาชิกในครอบครัว และเพื่อนๆ รับรองว่าทุกคนต้องแสดงความยินดีกับคุณแม่แน่ ๆ และเมื่อลูกคลอดออกมาช่วงเวลาแห่งความอบอุ่นที่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ ญาติ ๆ เพื่อน ๆ ต่างไปแสดงความยินดี เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจจริง ๆ ค่ะ แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมจะบอกคนอื่น คือเมื่อไหร่

ท้องสามเดือน อย่าเพิ่งบอกใคร

ช่วงเวลาที่เหมาะสมจะบอกคนอื่น คือเมื่อไหร่ ทำไมท้องสามเดือน อย่าเพิ่งบอกใคร

ความเชื่อส่วนบุคคลที่มีมาแต่โบราณ หากรู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ ท้องสามเดือน อย่าเพิ่งบอกใคร ถ้ารีบบอกก่อน ลูกจะหลุด จะมีโอกาสแท้งลูกได้ง่าย หากรีบบอกไปแล้วเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้นมา คนอื่นที่ยังไม่รู้ก็จะมาคอยถาม สร้างความเสียใจให้คุณแม่มากขึ้นกว่าเดิม

รศ.นพ.ธีระพงศ์ เจริญวิทย์ หัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ คณะแพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายถึงการถือเคล็ดท้องสามเดือน อย่าเพิ่งบอกใคร ว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ทางการแพทย์ก็ถือเป็นช่วงเฝ้าระวัง เพราะมีโอกาสที่จะเกิดการแท้งได้สูงมาก ส่วนในกรณีที่คุณแม่ตั้งท้องแบบไม่ธรรมชาติคือการทำกิฟท์นั้นอิ๊กซี่นั้น ช่วง 3 เดือนแรกถือว่าเป็นช่วงที่ต้องดูแลตัวเองให้มาก เพราะมีโอกาสหลุดเยอะ แพทย์มักจะมีข้อห้ามไม่ให้เดินทางไกล ห้ามยกของหนัก ขึ้นลงบันได หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก และให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ

เพื่อความสบายใจของแม่เอง หลัง 4 เดือน ก็ยังไม่สายที่จะบอกข่าวดี ระหว่างนี้ก็ดูแลตัวเองไปก่อนนะคะ

 

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

6 ข้อสำคัญที่แม่ท้องควรรู้หากต้องขับรถเอง

การตั้งครรภ์เดือนที่ 2: การเปลี่ยนแปลงของแม่ท้อง และพัฒนาการทารกในครรภ์