9 สัญญาณเตือน คุณเป็นแม่ที่ปกป้องลูกมากเกินไป

ลองสำรวจพฤติกรรมของคุณเอง ว่าคุณเป็นแม่ที่ละเอียด จู้จี้ และคอยปกป้องลูกไปซะทุกเรื่อง จนคุณเองก็เครียดและยังสร้างความอึดอัดใจให้กับลูก ๆ และคนรอบข้างอีกด้วยใช่หรือไม่ ด้วย 9 สัญญาณเตือนนี้!

ก่อนจะได้มาเป็นแม่ คุณเคยเห็นอาการรักลูกมาก ๆ ของคุณแม่คนอื่น ๆ มาบ้างหรือไม่ เช่น พี่หรือน้อง ญาติสนิท เพื่อน ๆ หรือคนรอบตัว แล้วเคยรู้สึกไหมว่า ทำไมพวกเขาช่างเป็นแม่ที่จู้จี้และละเอียดไปซะทุกเรื่อง แถมยังออกอาการรักและปกป้องลูกอย่างมากมาย และคุณเองก็ไม่เคยเข้าใจพวกเขาเสียเลย

แต่วันหนึ่งเมื่อคุณได้มาเป็นแม่คน คุณปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่าตอนนี้คุณกำลังเป็นแม่คนหนึ่งที่รักลูกมาก และบางครั้งตัวเองก็ยังออกอาการปกป้องลูกมากเกินไปอีก หากยังไม่แน่ใจ ลองเช็คพฤติกรรมของคุณด้วย 9 สัญญาณเตือน คุณเป็นแม่ที่ปกป้องลูกมากเกินไป นี้ดูค่ะ

1.คุณใช้กูเกิลสืบเสาะหาประวัติผู้ปกครองหรือพ่อแม่ของเพื่อนร่วมห้องของลูก

ถึงแม้จะมีเพื่อนร่วมชั้นแค่ไม่กี่คน และทุกคนก็ดูรู้จักเป็นกันเองดี แค่คุณก็ไม่วายอยากสืบเสาะหาประวัติของพ่อแม่เด็ก ๆ คนอื่น ๆ คุณก็แค่คงจะอยากรู้ว่าใครเป็นอะไร ยังไง แต่บางทีนั่นก็อาจมากเกินไป

2.คุณมีกระดาษทิชชูเปียกติดตัวอยู่เสมอ

คุณเช็ดทำความสะอาดทุกครั้ง แม้คุณจะล้างอุปกรณ์ต่าง ๆ ฆ่าเชื้อด้วยน้ำร้อน น้ำยาล้างประเภทออร์แกนิค หรือที่ปราศจากน้ำหอมแล้วก็ตาม คุณคิดว่าคุณจะไม่ระแวดระวังขนาดนี้กับลูกคนที่ 2 แต่ก็เป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะลูกกี่คน คุณจะไม่ยอมให้เชื้อโรคตัวใดจะหลุดรอดสายตาคุณไปได้!

3.คุณปล่อยให้ลูกชายอายุ 10 ขวบเดินไปเล่นบ้านเพื่อนเองได้

แต่นั่นเป็นเพราะว่าคุณจะได้มองลูกจากข้างหลังอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ก้าวที่ลูกเดินออกจากบ้านไป เพราะคุณเป็นห่วงลูกมากเหลือเกิน

4.คุณทำรายการในสิ่งที่ต้องทำยาวเหยียดตั้งแต่ลูกตื่นนอนจนเข้านอน

คุณเขียนกิจกรรมทุกอย่างที่ลูกต้องทำตามเวลา ตั้งแต่ลูกตื่นนอนตอนเช้า จนเข้านอนในเวลากลางคืน  และให้พี่เลี้ยงลูกของคุณทำตามรายการที่คุณเขียนขณะคุณไม่อยู่ ถึงแม้คุณจะไม่รู้ว่า ระหว่างวันพี่เลี้ยงจะทำตามหรือไม่ หรือมีอะไรเกิดขึ้นนอกเหนือจากนี้ คุณก็ยังคงทำรายการสิ่งเหล่านี้ให้ลูก ๆ อยู่ทุกวัน

5.คุณติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ในบ้าน

นอกจากจะเช็คข้อมูลประวัติ เบื้องลึกเบื้องหลังของพี่เลี้ยงแล้ว คุณยังติดกล้องวงจรปิดไว้ที่บ้าน เพื่อคอยสอดส่องและตรวจตรา ถึงแม้ว่าพี่เลี้ยงเด็กคนนี้จะได้รับการรับรองมาอย่างดี เช่น เรื่องการปฐมพยาบาลทำ CPR หรือ ลูก ๆ ของคุณก็รักพี่เลี้ยงคนนี้ดี แต่คุณรู้สึกว่าคุณยังคงต้องทำสิ่งเหล่านี้อยู่ตลอดเพื่อความปลอดภัยของลูก

6.คุณไม่ไว้ใจที่จะทิ้งลูกไว้ให้พ่อแม่ของคุณดูแล

คุณคิดว่าพ่อแม่ของคุณเคยเลี้ยงลูก ๆ มาแล้วก็จริง แต่นั้นก็หลาย 10 ปีมาแล้ว คุณไม่ไว้ใจที่จะปล่อยลูกไว้ตามลำพังกับพ่อแม่  คุณอาจจะอนุญาตให้ท่านมาช่วยเลี้ยงหรืออยู่ด้วยยามคุณเหงาหรือเหนื่อยล้าเต็มทีแค่นั้นเอง ยิ่งถ้าเป็นญาติ ๆ หรือใครที่แค่เกี่ยวดองกันก็ยิ่งหมดสิทธิ์ที่จะได้เลี้ยงดูลุกคุณ

7.คุณวางแผนไปเที่ยวทะเลแบบไปเช้า-เย็นกลับกับลูก ๆ แต่ทำเหมือนว่าได้หยุดยาวไปเที่ยวหลาย ๆ วัน

ครีมกันแดด SPF 50++ ขนมผลไม้แบบออร์แกนิค ผ้าเช็ดตัว หมวกปีกบังแดด เต็นท์สำหรับกางริมชายหาด แป้งสำหรับล้างทราย น้ำหลาย ๆ แพค น้ำมันรถ และเงินสด พร้อม! นี่คุณแม่ ถ้าจะจัดเต็มขนาดนี้  ปล่อยลูก ๆ วิ่งเล่นที่สวนหลังบ้านพอมั๊ยคะ?  อิอิ

8.คุณเลิกดูซีรีย์แนวสืบสวนสอบสวนหรือเรื่องอะไรที่เครียด ๆ ตอนท้อง

เป็นเพราะคุณอ่อนไหวและรู้สึกว่ามันจะทำให้คุณเครียดเกินไป และคุณกังวลกลัวว่าลูกน้อยในท้องจะเครียดตามไปด้วย คุณเลยเลือกที่จะไม่ดูซะดีกว่า

9.คุณสามารถคุยถูกคอกับเพื่อนของแม่คุณได้

คุณสามารถคุยกันเรื่องชื้อโรค วิธีปกป้องการถูกคุกคามทางเพศ แบบผมลูกรัก ภาวะฉุกเฉิน กาให้นมแม่กับการดื่มแอลกอฮอลล์ ผื่นคัน การกัดเล็บ และอื่น ๆ อีกหลาย ๆ เรื่อง ที่คุณสามารถคุยได้ นั่นเพาะคุณอยากจะแลกเปลี่ยนความรู้ใหม่ ๆ  และเป็นเพราะคุณอินกับการดูแลปกป้องลูกทุกเรื่องรอบด้านนั่นเอง

 

เราต่างเป็นแม่ที่รักลูก แต่ในบางครั้งบางสิ่งบางอย่างก็ควรตั้งอยู่ในความพอดี ไม่ตึงจนตัวคุณต้องเครียดหรือพะวงไปซะทุกเรื่อง หรือมิหนำซ้ำยังทำให้คนรอบข้างของคุณหรือแม้แต่ลูก ๆ รู้สึกเครียดและอึดอัดตามไปกับความเยอะของการเป็นแม่ที่ปกป้องลูกมากเกินไปซะอีก

เพียงรักและดูแลเอาใจใส่ลูกอย่างเหมาะสม ก็สามารถสร้างความอบอุ่นให้เกิดขึ้นได้ในครอบครัวแล้วค่ะ

 

ที่มาจาก www.momtastic.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

12 เทคนิค ลูกคนเดียวเลี้ยงอย่างไร ไม่ให้มีปัญหา

5 เหตุผลที่พ่อแม่ควรสร้างอารมณ์ขันในบ้าน