9 คำถามยอดฮิตของแม่ลูกอ่อน คำถามที่พบบ่อยสำหรับทารก ไม่ว่าใครก็ต้องเจอ!

9 คำถามยอดฮิตของแม่ลูกอ่อน และแม่ให้นมลูก ทารกแรกเกิดส่วนใหญ่จะมีอาการเหล่านี้ แม่ท้องหลังคลอดต้องเจอแน่ๆ แล้วมีวิธีการรับยังไง

9 คำถามยอดฮิตของแม่ลูกอ่อน

9 คำถามยอดฮิตของแม่ลูกอ่อน คุณแม่หลังคลอดต้องเจอกับอะไรบ้างและต้องดูแลลูกน้อยยังไงทั้งเรื่องการกิน การนอน และการทำความสะอาดทารกแรกเกิด รวมถึงผดผื่นที่กเิดขึ้นตามร่างกาย จะรู้ได้ยัไงว่าลูกเป็นปกติ

1. เลือดออกจากสะดือลูกเป็นไรไหม

ลูกน้อยหลังจากคลอดออกมานั้นสายสะดือยังคงมีอยู่ และจะเริ่มแห้งแล้วหลุดออกไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลนะคะ พอหลุดแล้วอาการต่อมาคือจะมีเลือดไหลซึมออกมาบ้างเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ คุณแม่เพียงแค่ใช้ผ้าสะอาดเช็ดและซับเบาๆ สำหรับเด็กคนไหนที่สายสะดือยังไม่หลุดคุณแม่ก็ทำความสะอาดรอบๆ และต้องเช็ดให้แห้งอยู่เสมอ ให้ใช้เสื้อหลวมๆ อย่าโรยแป้งและดึงให้สายสะดือลูกหลุดเด็ดขาดเดี๋ยวจะอักเสบเอาได้

2. ทำไมลูกถึงชอบร้อง

คุณแม่เตรียมรับศึกได้เลยค่ะ เพราะเด็กแรกเกิดจะร้องบ่อยมากถึงแม้จะหลับอยู่ตลอดเวลา เพราะทารกแรกเกิดจะมีการนอนอยู่ 2 ระยะ คือ ระยะหลับตื้นและหลับลึก โดยเฉพาะเวลาที่ลูกหลับตื้นแค่เอาวางก็ร้องแล้ว แม่เลยต้องอุ้มไว้ตลอดเวลา ถ้าไม่อยากให้ลูกร้องก็ต้องรอให้หลับลึกก่อน

พ่อแม่จะรู้ได้อย่างไรว่าช่วงไหนลูกหลับตื้นหรือหลับลึก ให้พ่อแม่ลองมองไปที่เปลือกตาของลูกถ้าเห็นลูกตากลิ้งไปกลิ้งมาใต้เปลือกตานั้นแสดงว่าลูกเราหลับตื่นค่ะ นอกจากนี้จังหวะการหายใจยังไม่สม่ำเสมอ มีการดิ้นไปดิ้นมาบ้าง บางครั้งแอบได้ยินเสียงถอนหายใจ ทำปากเหมือนดูดนม หรือยิ้ม ในช่วงนี้จะถูกปลุกตื่นได้ง่าย ส่วนในระยะหลับลึก ลูกตาจะไม่กลิ้งไปมา หายใจช้าลงและเป็นจังหวะ

9 คำถามยอดฮิตของแม่ลูกอ่อน

9 คำถามยอดฮิตของแม่ลูกอ่อน

3. ลูกชอบจ้องเป็นเพราะอะไร

สามาเหตุก็เป็นเพราะว่าเด็กยังมองให้ไได้เพียงระยะใกล้ๆ เท่านั้น ซึ่งระยะของการเห็นและได้ยินนั้นอยู่แค่ 8-12 นิ้วเอง ทำให้บ่อยครั้งที่ลูกชอบมองหน้าแม่เวลาดื่มนม และสีที่มองเห็นชัดที่สุดคือ สีขาวตัดกับดำ แล้วรู้ไม่คะว่าลูกชอบเสียงอะไร? คำตอบคือเสียงผู้หญิงค่ะ ลูกน้อยจึงมีปฎิกิริยากับคุณแม่มากกว่าคุณพ่อนั่นเอง

4. ลูกสะอึกบ่อยๆ จะเป็นอะไรไหม

ลูกน้อยมักจะสะอึกบ่อยๆ เวลาที่เพิ่งดื่มนมเสร็จสักพักก็จะหยุดไปเอง สาเหตุที่ลูกสะอึกเกิดจากการหดตัวแบบผิดจังหวะของกล้ามเนื้อกระบังลม ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่กั้นระหว่างปอดและช่องท้อง มีหน้าที่ช่วยในการหายใจ การหดตัวแบบผิดจังหวะนี้เกิดจากการที่กระบังลมถูกรบกวน แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้แล้วลูกยังไม่หาย แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอค่ะ

5. ลูกแหวะนมเป็นอันตรายหรือเปล่า

ทารกแรกเกิดจะเป็นมากใน 4 เดือนแรก เกิดจากกล้ามเนื้อหูรูดของกระเพาะอาหารยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ประกอบกับนมเป็นของเหลวทำให้ไหลย้อนออกมาได้ง่าย ทำให้นมที่แหวะออกมาเป็นสีเหมือนนมที่ดื่มเข้าไป บางครั้งอาจมีสีขาว เป็นลิ่วๆ เหมือนเต้าหู้ที่บริเวณมุมปาก เด็กบางคนออกทั้งปากและจมูกเลลยทีเดียว

 

อ่านต่อในหน้าถัดไป>>>

6. ทำไมลูกอยากดูดนมตลอดเวลา

ลูกหิวนมจริงๆ หรือว่าอยากดูดเล่นๆ กันแน่ คุณแม่สามารถสังเกตจากความรู้สึกของตัวเอง ต้องดูว่าลูกเรามีวิธีการดูดที่ต่างกันไหม เนื่องจากทารกจะดูดนมอยู่ 2 แบบ คือ แบบหิวนมจริงๆ กับดูดเล่นๆ หากลูกหิวนมจริงๆ คุณแม่จะรู้สึกว่ามีแรงดูดจากช่องปาก ลิ้นเคลื่อนเป็นลอนคลื่น ไล่จากลานนมไปด้านหัวนมเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เมื่อดูดไปสักระยะ คุณแม่อาจรู้สึกว่าการดูดเปลี่ยนไปเหมือนเป็นการดูดเล่น ๆ สังเกตได้จากแรงดูดที่ลดลง ดูดไม่สม่ำเสมอ

7. ลูกไม่ยอมถ่ายสักทีเบ่งนานมาก

คุณแม่อาจเกิดการสงสารลูกเวลาที่ลูกเบ่งเพื่อจะถ่ายอุจจาระ หรือบางคนลุ้นแทนลูกไปเลย ซึ่งระยะเวลาในการเบ่งแต่ละคนไม่เท่ากันบางคนใช้เวลาถึง 10 นาทีเลยทีเดียว อาการเช่นนี้เกิดจากทารกยังไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อช่องเชิงกรานให้คลายตัวสลับการเบ่งได้ ต้องปล่อยอีกสักพักให้ทารกน้อยเรียนรู้การเบ่งด้วยตนเอง

8. ลูกเป็นหนองจากการปลูกฝีจะเป็นไรไหม

ไม่ใช่แค่เด็กที่มีแผลเป็นผู้ใหญ่หลายคนก็มีแผลเป็นจากการปลูกฝี แต่จะเป็นมากเป็นน้อยก็ขึ้นอยู่กับอะไรหลายๆ อย่าง แต่โดยทั่วไปหลังจากปลูกฝีได้ 2-3 สัปดาห์ บริเวณที่ฉีดจะเกิดเป็นตุ่มแดงๆ จะโตขึ้นช้า ๆ กลายเป็นฝีเม็ดเล็ก ๆ และมีหัวหนอง เมื่อฝีแตกจะเกิดเป็นแผลกว้าง 4-5 มิลลิเมตร ไม่จำเป็นต้องใส่ยา เพียงใช้สำลีชุบน้ำเช็ดรอบแผลให้สะอาดก็พอ แผลจะเป็นอยู่ประมาณ 3-4 สัปดาห์ ก็จะแห้งเป็นปกติ แต่ถ้าน้องคนไหนไม่หายสักที ควรไปพบคุณหมอนะคะ

คำถามยอดฮิตของแม่ลูกอ่อน

คำถามยอดฮิตของแม่ลูกอ่อน

9. ผดผื่นขึ้นตามตัวลูกแบบนี้อันตรายไหม

ถ้าพ่อแม่คนไหนเห็นว่าลูกตัวเองมีผื่นขึ้นตามตัว ก็จะตกใจเพราะกลัวว่าลูกจะแพ้อะไรหรือเปล่า วิธีสังเกตว่าลูกเป็นผื่นชนิดไหน(เฉพาะผื่นที่พบบ่อยๆ) คือ

  • ผื่นสิวเม็ดข้าวสาร: ลักษณะเป็นตุ่มนูน มีทั้งสีขาวแหละออกเหลือง มีขนาดเล็ก พบที่จมูก แก้มคางและหน้าผากได้บ่อย จะหลุดหายไปเองเมื่ออายุ 3-4 สัปดาห์
  • ผื่นแดง ETN (Erythema Toxicum Neonatorum): ลักษณะเป็นตุ่มนูนแดงกรือเป็นจุดหนองเล็กๆ ฐานสีแดง มักจะพบตามตัวไม่ค่อยพบที่ฝ่ามือฝ่าเท้า จะอยู่นาน 2-16 วัน ก่อนจะยุบหายไปเอง บางส่วนจะขึ้น ๆ ยุบ ๆ ย้ายที่ไปเรื่อย ๆ ในช่วง 1-2 เดือนแรก
  • ผื่นเซ็บเดิร์ม (Seborrheic dermatitis): พบได้ตั้งแต่ช่วง 6 สัปดาห์หลังคลอด ลักษณะเป็นสะเก็ดหนา สีเหลืองเป็นมัน ติดเป็นแผ่น ๆ พบบ่อยบริเวณกระหม่อม และคิ้ว ส่วนมากจะหายไปหมดในช่วงอายุ 6-12 เดือน
  • Transient Neonatal Pustular Melanosis เป็นผื่นที่พบเฉพาะในทารกแรกเกิด เป็นตุ่มน้ำใสผิวบางแตกง่ายบนผิวหนังสีปกติ เมื่อแตกแล้วจะเป็นขุยขาวบนพื้นผิวที่เข้มกว่าสีผิวปกติ แต่สีจะจางหายเป็นปกติภายใน 3 เดือน พบได้ทั้งร่างกายรวมทั้งฝ่ามือฝ่าเท้า ไม่ต้องรักษาหายได้เอง
  • ผื่นที่เป็นอันตราย: ส่วนมากจะเป็นผื่นที่ลุกลามเร็ว ลักษณะนูนแบบลมพิษ ผิวแห้งแตก มีน้ำเหลืองซึมออกมา รวมถึงผื่นที่ทำให้เด็กมีไข้ร่วมด้วย 

 

ที่มา: dailynews

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

อาการข้างเคียงของวัคซีน แต่ละชนิดส่งผลอะไรกับลูกบ้าง

แจกตารางพัฒนาการเด็ก วัยแรกเกิด – 5 ปี ลูกมีพัฒนาการตามนี้หรือเปล่า เช็คเลย!

ลูกแรกเกิด – 3 เดือน ทารกน้อยติดเชื้อง่ายคุณพ่อคุณแม่ควรระมัดระวังกันนะคะ