9 ข้อดี ของการเลี้ยงลูกเเบบเนื้อเเนบเนื้อ

หากกล่าวถึงการเลี้ยงแบบนี้ในประเทศเมืองหนาวนั้นแน่นอนว่าต้องพึ่งฮีทเตอร์ค่ะ แต่ในเมืองไทยนั้นสะดวกยิ่งกว่าสะดวกเสียอีก แถมยังมีประโยชน์ตั้งหลายอย่างอีกด้วยละค่ะ

ใครๆ ก็รู้สายสัมพันธ์ระหว่างคุณแม่และลูกนั้นเหนียวแน่นเกินกว่าสิ่งใด อย่างไรก็ตามยังคงมีสถิติของเด็ก 2 ใน 5 ที่เติบโตขึ้นมาโดยขาดความมั่นคงและปลอดภัยจากพ่อแม่ผู้ปกครอง หากดูจากงานวิจัยกว่า 100 ชิ้น เด็กๆ จำนวน 14,000 คน เด็กๆ เหล่านี้จะมีปัญหาที่โรงเรียน และทรมาณจากอาการซึมเศร้า มากกว่าเด็กที่ไม่ได้มีปัญหานี้ และวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด ก็คือการเลี้ยงลูกแบบแม่จิงโต้ หรือเลี้ยงลูกแบบเนื้อเนื้อยังไงละคะ

1.ช่วยให้ลูกได้ปรับตัว

Malika D. Shah ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านกุมารแพทย์ จาก Northwestern University Feinberg School of Medicine กล่าวถึงปัญหาเรื่องการปรับอุณหภูมิของร่างกาย เป็นเรื่องที่พบบ่อยมากในเด็กทารก โดยเฉพาะเด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนด

เนื่องจากเวลาที่ลูกอยู่ในถุงน้ำคร่ำในท้องคุณแม่นั้น ร่างกายของเด็กๆ ไม่จำเป็นต้องปรับอุณหภูมิด้วยตัวเอง เด็กๆ จะได้รับอุณหภูมิเดียวกันกับอุณหภูมิร่างกายจากน้ำคร่ำ การสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อจึงช่วยให้อุณหภูมิจากร่างกายคุณแม่ส่งผ่านไปที่ร่างกายของลูก เหมือนกับตอนที่ลูกอยู่ในท้องนั่นเองค่ะ

2.ตัวช่วยเพิ่มน้ำหนักตามธรรมชาติ

หากบอกว่าการกอดหรืออุ้มลูกแบบเนื้อแนบเนื้อนั้น คุณแม่หลายคนก็คงจะงงกันแน่นอนค่ะ แต่มีข้อสรุปออกมาแล้วว่าสามารถช่วยเพิ่มน้ำหนักของลูกได้จริง เนื่องจากเวลาที่ร่างกายของลูกอบอุ่น ร่างกายจะไม่ต้องเผาผลาญเพื่อปรับอุณหภูมิแก่ร่างกาย พลังงานที่เกิดขึ้นจะใช้เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการให้ร่างกายเจริญเติบโตแทนค่ะ แถมการสัมผัสผิวหนังที่เปลือยเปล่าระหว่างแม่กับลูก ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการในนมแม่มากขึ้นอีกด้วย

3.การให้นมแม่จะง่ายดายมากยิ่งขึ้น

แน่นอนว่าเด็กทารกจะมีสัญชาติญาณที่ไวต่อกลิ่นของหน้าอกหรือกลิ่นของน้ำนมคุณแม่ค่ะ การควานหาหัวนมคุณแม่เพื่อดูดน้ำนมนั้นก็จะยิ่งทำให้ง่ายขึ้น ซึ่งนอกจากนี้ยังมีสถิติว่าการเลี่ยงลูกแบบเนื้อแนบเนื้อนั้นยังช่วยในเรื่องของระยะเวลาในการให้นมแม่อีกด้วย ซึ่งพบว่าคุณแม่ที่เลี้ยงลูกแบบเนื้อแนบเนื้อนั้นสามารถให้นมแม่ได้นานกว่า 3 เดือน เมื่อเทียบกับคุณแม่ที่ไม่ใช้วิธีนี้ค่ะฃ

4.ช่วยเพิ่มน้ำนมแม่

เมื่อคุณแม่กับลูกอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา ฮอร์โมนที่ช่วยเพิ่มและปรับปริมาณน้ำนมให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกก็จะทำงาน ช่วยให้คุณแม่มีน้ำนมที่เพียงพอต่อลูกนั่นเองค่ะ

5.ช่วยลดความเครียดและความเจ็บปวดต่างๆ ของทารก

การสัมผัสเนื้อแนบเนื้อเพียงแค่ 10 นาที ก็สามารถช่วยลดความเครียดของลูก ที่มาจากฮอร์โมนคอติซอล และเพิ่มปริมาณของฮอร์โมนการกอดหรืออ๊อกซิโทซิน ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic nervous system) ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของเนื้อเยื่อและอวัยวะภายในร่างกายให้อยู่ในสมดุล ให้ลูกรู้สึกสงบและปลอดภัย ในเด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนดนั้น หากเอาลูกมาแนบอกให้เนื้อได้แนบเนื้อกันกับคุณแม่ จะเป็นการบรรเทาอาการเจ็บปวดของลูกจากการโดนเจาะน้ำเกลือได้นั่นเองค่ะ

6.ช่วยให้ลูกหลับ

เครียดน้อยยิ่งหลบง่าย เด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนด เมื่อคุณแม่อุ้มหรือเอามาแนบหน้าอกแบบเนื้อแนบเนื้อ จะทำให้เด็กๆ หลับได้ลึกมากขึ้น และไม่ตื่นบ่อย เมื่อเทียบกับการที่ลูกนอนหลับบนที่นอนหรือบนสิ่งๆ อื่นๆ เป็นงานวิจัยที่เคยตีพิมพ์ลงในวารสารกุมารแพทย์ด้วยนะคะ

7.สานสัมพันธ์กับคุณพ่อ

ขณะที่อยู่ในครรภ์หากคุณพ่อมีการพูดคุยกับลูก ลูกจะสามารถจำเสียงคุณพ่อได้ การเนื้อแนบเนื้อกับคุณพ่อก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะสานสัมพันธ์พ่อลูกได้เช่นกันนะคะ

8.ป้องกันภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

หลายงานวิจัยกล่าวตรงกันว่าการอุ้มหรือเลี้ยงลูกแบบเนื้อแนบเนื้อนั้น สามารถป้องกันภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้ กิจกรรมในต่อมหมวกไตของคุณแม่จะได้รับความรู้สึกด้านลบหลังจากการคลอดลูก การเลี้ยงแบบเนื้อแนบเนื้อกับลูกนั้นช่วยป้องกัยภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้ แถมฮอร์โมนอ๊อกซิโทซินยังเข้ามาลดความวิตกกังวลและเพิ่มสายสัมพันธ์ดัวยนะคะ

9.สิ่งที่จะก่อให้เกิดผล

การสัมผัสระหว่างแม่กับลูกยิ่งมากยิ่งดีค่ะ แต่ช่วง 2 ชั่วโมงแรกหลังจากที่ลูกคลอดทันทีนั้นสำคัญที่สุด เพื่อให้ลูกผ่อนคลายกับการเข้ามาในโลกใบใหม่ หลังจากนั้นการทำอย่างสม่ำเสมอก็จะยิ่งดีมากขึ้นค่ะ เมื่อไหร่ควรพอ เมื่อลูกไม่อยากจะเนื้อแนบเนื้อกับคุณแม่แล้ว เริ่มงอแง เริ่มผลักออก นั่นคือสัญญาว่าถึงเวลาที่ต้องปล่อยลูกไปแล้วละค่ะ

ที่มา Fitpregnancy

 

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

สัมผัสรักจากกลิ่นกายแม่ ช่วยลูกผ่อนคลายสบายใจ

นวดสัมผัสเสริมสร้างพัฒนาการของทารก

parenttown