8 วิธี พาลูกไปฉีดวัคซีนโดยไม่ต้องเสียน้ำตา

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

แม้ว่าการฉีดวัคซีนจะเป็นการป้องกันไม่ให้อาการของโรคแต่ละโรคนั้นรุนแรงมากนัก แต่แน่นอนว่าเด็กๆ ไม่มีใครที่ชอบโดนเข็มฉีดยาทิ่มเป็นแน่ค่ะ คุณพ่อคุณเเม่ก็เลยต้องสรรหาวิธีมาหลอกล่อไม่ให้ลูกกลัวเข็มฉีดยามากนัก เเละนี่ก็เป็นวิธีที่เเนะนำโดยกุมารเเพทย์จากสหรัฐอเมริกาค่ะ

Herschel Lessin กุมารแพทย์แห่งเครือโรงพยาบาลเด็กในโพคิบซี่ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ความจริงแล้วการฉีดยาไม่ได้ทำให้เจ็บขนาดนั้น เพียงแต่ว่าเมื่อเด็กๆ โดนฉีดยาแล้วเจ็บ จะทำให้เขาฝังใจจนกลายเป็นโรคกลัวเข็มไปในที่สุด จึงจำเป็นจะต้องมีการปลอบเด็กๆ และหลอกล่อไม่ให้เด็กๆ กลัวจนจำฝังใจค่ะ

1.เบี่ยงเบนความสนใจ

ถือว่าเป็นการวัดฝีมือการหลอกล่อลูกของคุณพ่อคุณแม่เลยนะคะ แม้ว่าจะเป็นเพียงทริคเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็สามารถช่วยลดความเจ็บปวดที่ลูกต้องเจอได้ค่ะ การหลอกล่อที่ได้ผล ก็อย่างเช่น ของเล่นชิ้นใหม่ที่ลูกไม่เคยเห็นไม่เคยมี การชี้ชวนให้ดูรูปภาพบนผนังห้อง ร้องเพลงหรือท่อง ABC หรือ กขค ทำอะไรตลกๆ ให้ลูกดู หรือแม้แต่การเป่าลูกโป่งค่ะ

2.เป่ามันออกไป

เทคนิคที่ใช้กับเด็กโต 4-5 ขวบ ไปจนถึง 11-12 ปี ตามงานวิจัยในปี 2010 บอกว่าการไอหรือเป่าก่อนและระหว่างการฉีดวัคซีนจะทำให้ช่วยลดการเจ็บปวดได้ ซึ่งเป็นเทคนิคที่มักจะได้ผลดีเสียด้วยค่ะ ลองให้ลูกนึกภาพว่ากำลังจะเป่าเทียนหรือเป่าเค้กวันเกิดดูค่ะ หรือถ้าลูกกลัวมากๆ ลองเป็นการเป่าประทัดที่ดับยากๆ หรือการเป่าเทียนพรรษา ก็น่าลองดูไม่น้อยเหมือนกันนะคะ

3.ล่อด้วยของหวาน

การให้เด็กวัย 1-12 เดือน กินของหวานอย่างเช่น ซูโครสหรือกลูโคสสักเล็กน้อยก่อนการฉีดวัคซีน มีหลักฐานงานวิจัยว่าสามารถช่วยลดความเจ็บปวดลงได้ มากกว่าเด็กที่ดื่มแต่น้ำหรือไม่ได้กินอะไรเลย

4.มาทั้งภาพและเสียง

ให้ลูกดูการ์ตูนหรือเล่นเกมส์ก่อนและระหว่างการฉีดวัคซีน เมื่อเด็กๆ กำลังเพลิดเพลินกับตัวการ์ตูน เรื่องราว หรือกำลังลุ้นกับเกมส์ในจอมือถือหรือแทปเล็ต เวลาฉีดยาเพียงแค่ชั่วครู่อาจจะไม่ได้ดึงความสนใจลูกเลยก็ได้ รู้ตัวอีกทีการฉีดวัคซีนก็เสร็จเรียบร้อยไปแล้วละค่ะ

ฉีดวัคซีน

5.ยาชาแบบทา

การทายาชาเฉพาะที่จะมีหลักการทำงานคือ ยาจะดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังเพื่อไปยับยั้งการทำงานของระบบประสาท ทำให้บริเวณนั้นรู้สึกชา ไม่เจ็บ แต่ควรทาก่อนฉีดวัคซีนประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวยาได้ทำงานก่อนนะคะ นอกจากนี้ยังมีสเปรย์ผิว ให้รู้สึกเย็นๆ ทำให้ผิวบริเวณนั้นชาเพียงชั่วขณะ ก็สามารถใช้แทนได้เช่นเดียวกันค่ะ

6.พ่อแม่ต้องหนักแน่นเข้าไว้

แม้ลูกจะงอแงเพียงใด ร้องไห้ หรือออกฤทธิ์หนักหนาแค่ไหน คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องยืนยันและหนักแน่น เพราะเด็กๆ ไม่สนใจหรอกว่าการฉีดวัคซีนจะมีข้อดีอย่างใด วัคซีนไม่ใช่ทางเลือกแต่คือสิ่งที่ต้องทำ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำคือเข้ามาควบคุมสถานการณ์ให้ได้ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายค่ะ

7.ดูด และดูด เท่านั้น

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนพบว่า จุกหลอกสามารถลดอาการเจ็บปวดของเด็กทารกทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการฉีดวัคซีนได้ ใช้จุกดูดจุ่มน้ำนมคุณแม่หรือน้ำผสมน้ำตาลเจือจาง ให้ลูกดูดก่อน ระหว่าง และหลังการฉีดวัคซีนได้เลยค่ะ หลังจากฉีดวัคซีนเสร็จแล้ว ให้ลูกเข้าเต้าดูดนมคุณแม่ ก็เป็นการช่วยปลอบประโลมลูกได้เหมือนกันนะคะ

8.เรียงลำดับการฉีด

งานวิจัยในปี 2009 พบว่าเด็กทารกจะร้องไห้และเจ็บปวดน้อยลงถ้าฉีดวัคซีน DPTaP-Hib ซึ่งเป็นวัคซีนรวม (คอตีบ โปลิโอ บาดทะยัก ไอกรน และโรคฮิบ)  แล้วตามด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดบวม หรือ PCV เมื่อเทียบกับการฉีด PVC ก่อน แล้วตามด้วย DPTaP-Hib

ที่มา Health

 

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

5 วัคซีนจำเป็น ที่ต้องพาลูกไปฉีด

ทางเลือกใหม่ของการฉีดวัคซีน ฉีดผ่านคุณเเม่ได้ผลที่ลูก

parenttown

ช่วงวัยของเด็ก ทารก วัคซีน วัยเตาะแตะ สุขภาพ สุขภาพของทารก สุขภาพของวัยเตาะแตะ สุขภาพของเด็กแรกเกิด เด็กแรกเกิด