8 วิธีรับมือ เมื่อลูกคลื่นไส้อาเจียน

เมื่อลูกน้อยมีอาการผิดปกติอย่างการคลื่นไส้ จนทำให้อาเจียน นั่นบ่งบอกถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับลูกแล้วละค่ะ แต่จะเป็นอะไรนั้นสำคัญที่การรับมือของคุณพ่อคุณแม่ด้วยเช่นกันนะคะ

1.ขาดน้ำ

คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะว่า เด็กๆ นั้นต้องการน้ำมากกว่าและบ่อยกว่าผู้ใหญ่นะคะ นอกจากอาการคลื่นไส้และอาเจียนแล้ว ให้สังเกตว่าลูกดูเหนื่อยๆ รึเปล่า ปากแห้งไหม เวลาร้องไห้น้ำตาออกมาน้อยหรือปกติ ตัวเย็นไหม ตาโหลไหม ปัสสาวะเท่าเดิมหรือน้อยกว่าเดิมหรือไม่ นอกจากนี้การสังเกตสีปัสสาวะก็บอกได้ว่าลูกได้รับน้ำที่เพียงพอหรือไม่ โดยหากฉี่ลูกมีสีเข้มมาก แสดงว่าลูกขาดน้ำนั่นเองค่ะ

2.อย่าให้ลูกขาดน้ำ

เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกเกิดภาวะการขาดน้ำอย่างรุนแรง ระหว่างที่ลูกยังมีอาการอาเจียนอยู่ ก็ต้องให้ดื่มน้ำค่ะ แม้จะไม่มากไม่เต็มที่ แต่ร่างกายลูกก็จะได้รับน้ำบ้างบางส่วน เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬา หรือ ผงเกลือแร่ ORS ก็ได้ โดยที่หลังการอาเจียน ให้ลูกกินน้ำน้อยๆ และบ่อยๆ  ครั้งละไม่กี่ช้อนชา ทุกๆ นาที ผ่านไปสักพักก็เริ่มให้มากขึ้นได้ และอย่าลืมดูด้วยว่าลูกปัสสาวะเป็นปกติหรือไม่

3.เกลือแร่ ORS ดีกว่า

แม้ว่าแพทย์บางท่านหรือบางความเชื่อจะแนะนำให้เด็กๆ ดื่มน้ำอัดลม หรือน้ำที่ผสมโซดา แต่มีงานวิจัยเผยว่าการให้เด็กๆ ดื่มเครื่องดื่ม ORS ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าค่ะ เกลือแร่สำหรับนักกีฬาที่สูญเสียเหงื่อก็ทดแทนได้เช่นกัน เนื่องจากมีเกลือและน้ำตาลในปริมาณที่เหมาะสม

4.อาหารเหลวหรือเจลลี่

เมื่อเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงหลังจากการอาเจียน ลูกควรได้รับอาหารที่มีพลังงานบ้าง โจ๊กหรือข้าวต้มหรือซุปต่างๆ เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า การดื่มแต่เครื่องดื่มเกลือแร่หรือผลเกลือแร่ ORS และอย่าเพิ่งให้ลูกกินอาหารที่ย่อยยาก ให้เลือกอาหารที่มองผ่านได้ก่อนค่ะ น้ำซุปใสต่างๆ ถ้าเป็นโจ๊กหรือข้าวต้ม ก็เน้นให้เหลวไว้ก่อน เพิ่มไข่แดงต้มสุกบดละเอียดลงไปก็ได้ น้ำผลไม้สดๆ อย่างน้ำแอปเปิ้ลก็ได้ หรือเจลลี่ก็ยังดีนะคะ

5.ต้องกินยาไหม

อาการอาเจียนในเด็กๆ ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีอะไรร้ายแรง และจะอาเจียนไม่นาน ไม่ติดต่อกันนานค่ะ การกินยานอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังเป็นการแก้ไขที่ไม่ตรงจุดอีกด้วย แต่หากลูกอาเจียนอย่างหนัก คุณแม่ควรให้ลูกกินน้ำเยอะๆ แล้วพาไปหาคุณหมอโดยด่วนเลยนะคะ

6.ขิงช่วยได้

ขิงเป็นตัวช่วยลดความเจ็บปวดและอาการไม่สบายท้องมานานนับเป็นพันๆ ปี นักวิจัยเชื่อว่าสารเคมีในขิงจะออกฤทธิ์ได้ดีบริเวณกระเพาะอาหารและลำไส้ พอๆ กับสมองและระบบประสาท แม้ว่าขิงจะไม่มีฤทธิ์เพื่อยับยั้งอาการคลื่นไส้และอาเจียน แต่ก็เป็นอีกวิธีธรรมชิตที่ช่วยได้ และคุ้มค่าที่จะลองนะคะ หากไม่แน่ใจจริงๆ ลองปรึกษากุมารแพทย์ดูก่อนค่ะ

7.กดจุดก็ช่วยได้

webmd_rm_photo_of_woman_checking_pulse

เทคนิคการกดจุดนี้จะทำงานคล้ายๆ กับการฝังเข็ม เป็นศาสตร์การแพทย์ของประเทศจีนเช่นเดียวกันด้วยค่ะ ให้ใช้นิ้วกลางและนิ้วโป้งกดลงไปตรงกลาง ระหว่างเส้นเอ็นทั้งสองเส้นตรงบริเวณข้อมือของลูก โดยเริ่มที่ฝ่ามือค่ะ

8.โทรหาหมอได้เมื่อไหร่

  • ลูกอายุน้อยกว่า 12 สัปดาห์ และอาเจียนมามากกว่า 1 ครั้ง
  • ลูกมีอาการขาดน้ำ หรือสงสัยว่ากินหรือดื่มสารเคมีที่มีพิษเข้าไป
  • ลูกมีท่าทีสับสนมึนงง หรือมีไข้สูง ปวดหัว มีผื่นขึ้น เจ็บท้อง คอแข็งๆ
  • ในอาเจียนของลูกมีเลือดหรือน้ำดีปนออกมา หรือมีอาการเหมือนกันเป็นไส้ติ่งอักเสบ
  • ง่วงซึมหรือตื่นไม่ไหว อาเจียนมาเรื่อยๆ มากกว่า 8 ชั่วโมง หรือไปพบแพทย์ทันทีเมื่อคุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลนะคะ

ที่มา WebMD

 

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

7 ข้อแม่ต้องรู้ เมื่อหนูถ่ายเหลวและอาเจียน

ลูกอาเจียนบ่อยๆ อาจเป็นโรคกรดไหลย้อนได้

parenttown