7 อาการผิดปกติของตาลูกปัญหาไม่เล็กที่พ่อแม่ควรรู้

7 อาการผิดปกติของตาลูกปัญหาไม่เล็กที่พ่อแม่ควรรู้

พัฒนาการด้านการมองเห็นของลูกจะเริ่มตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 9 ขวบ พัฒนาการด้านสายตาที่สมบูรณ์คือ การที่ลูกมองเห็นภาพด้วยตาสองข้างได้ชัดและเป็นสามมิติ รู้ความตื้นลึกได้ หากในวัยเด็กมีโรคที่ขัดขวางพัฒนาการของสายตาจึงควรที่จะทำการรักษาตังแต่เนิ่น ๆ ปัญหาอาการผิดปกติของตาลูกหากเกิดขึ้นจึงไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ

พ่อแม่ควรรู้และควรสังเกตความปกติที่เกิดขึ้นนัยน์ตาของลูก เพราะหากเกิดโรคตาขึ้นและไม่ได้ทำการรักษาแต่เนิ่น ๆ อาจทำให้ลูกมองภาพไม่เห็นเป็นสามมิติ หรือมีอาการแย่ไปกว่านั้น

7 อาการผิดปกติของตาที่พบได้ในเด็ก

#1 หนังตาตก

อาจเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ หากหนังตาตกมากจนบังรูม่านตาจะทำให้มองไม่เห็น เกิดภาวะตาขี้เกียจได้ หากหนังตาตกลงมามากจะต้องรับรักษาโดยการผ่าตัดยกหนังตาขึ้น แต่ถ้าหนังตาตกไม่มาก ไม่บังการมองเห็นก็สามารถผ่าตัดเมื่อโตขึ้นได้

อาการผิดปกติของตา, โรคตา

#2 ท่อน้ำตาอุดตัน

เกิดจากทางเดินท่อน้ำตาที่ต้องเปิดให้น้ำตาไหลลงไปในโพรงจมูกเกิดการอุดตันและในเด็กบางคนอาจมีการติดเชื้อเป็นถุงน้ำตาและเยื่อบุตาอักเสบ ส่วนใหญ่อาการท่อน้ำตาอุดตันจะพบได้ประมาณ 30% ในเด็กทารก อาจจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ และจะหายเป็นปกติก่อนเด็กมีอายุ 1 ขวบ แต่ถ้าไม่หายก็ต้องได้รับการรักษา หากสังเกตว่าลูกมีอาการน้ำตาคลอเหมือนคนร้องไห้ใหม่ ๆ ลูกตาแฉะ มีขี้ตาเยอะ ควรพามาพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นท่อน้ำตาอุดตัน หรืออาจเป็นอาการของโรคต้อหินในเด็กก็ได้

Read : ท่อน้ำตาอุดตันในทารก รักษาได้!!!

อาการผิดปกติของตา, โรคตา

#3 ตาเข

เป็นอาการที่ตาสองข้างทำงานไม่สอดคล้องกัน ไม่ได้มองไปในแนวเดียวกัน ซึ่งตาเขจะมีหลายชนิด เช่น ตาเขเข้าด้านใน ตาเขออกนอก ตาเขขึ้นบน ตาเขลงล่าง หรืออาจจะเรียกว่า ตาเหล่ ซึ่งก็เป็นอาการที่ตาไม่มองไปทางเดียวกันทั้งสิ้น สาเหตุสำคัญของโรคตาเขหรือตาเหล่ในเด็กอาจเกิดจากการทำงานผิดปกติของกล้ามเนื้อรอบๆ ลูกตา อัมพาตของเส้นประสาทที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อ ภาวะสายตาผิดปกติ และมากกว่าครึ่งหนึ่งจะตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่แรกเกิดหรือภายในอายุ 6 เดือน เมื่อพบอาการจึงควรรีบมาพบแพทย์ทันที

Read : ลูกตาเหล่ ลูกตาเข รักษาอย่างไร

#4 ตาขี้เกียจ

โรคตาขี้เกียจ (Lazy Eye) หรือโรคตามัว เป็นโรคที่ทำให้ตาของเด็กมัวลง มองเห็นได้ไม่ชัดเท่าที่ควร เป็นหนึ่งในอาการของช่วงวัยเด็กที่ระยะการมองของตาข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้พัฒนาขึ้นตามปกติ ถ้าไม่ได้รับการตรวจรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงทีและทำได้ในช่วงที่ยังมีพัฒนาการมองเห็นได้ คือก่อนอายุ 9 ขวบ เพราะยิ่งอายุมากการกระตุ้นจะยากมากขึ้น อาจทำให้เด็กตามัวแบบถาวรได้ และจะไม่สามารถแก้ไขได้เมื่อโตขึ้น

Read : ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นโรคตาขี้เกียจ (Lazy eyes)

#5 สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง

หากสังเกตว่าลูกชอบหยีตาเข้าไปมองใกล้ทีวีมาก ๆ หรือสายตาข้างใดข้างหนึ่งมองชัดกว่าอีกข้าง ควรนำลูกไปพบแพทย์เพื่อวัดค่าสายตา และประกอบแว่นให้เหมาะสมกับค่าสายตาเพื่อให้ลูกใช้ชีวิตประจำวันได้สบายตา

Read : รู้ไว้เด็กๆ จ้องมือถือ สมาร์ทโฟนมากเสี่ยงสายตาสั้นเทียมได้

#6 โรคจอประสาทตา

โรคนี้อาจเกิดขึ้นได้กับทารกคลอดก่อนกำหนดหรือมีน้ำหนักน้อย ซึ่งเกิดจากการเจริญของจอประสาทตาที่ยังไม่สมบูรณ์ขณะคลอด อาจทำให้เกิดจอประสาทตาลอกหรือตาบอด ดังนั้นทารกที่มีน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่า 1,500 กรัม หรืออายุครรภ์น้อยกว่า 30 สัปดาห์ ควรได้รับการตรวจตาเพื่อเฝ้าระวังโรคนี้และมีการติดตามผลเป็นระยะจนกระทั่งปลอดภัย

Read : โกจิเบอร์รี่ช่วยบำรุงสายตาและช่วยชะลอความเสี่ยงต่อโรคจอประสาทตาเสื่อม

อาการผิดปกติของตา, โรคตา

#7 เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้

ลักษณะโรคนี้จะมีอาการคันตามาก ตาแดง ตาบวม มีน้ำตาไหล และมักเป็นที่ตาทั้งสองข้าง ถ้าขยี้ตามาก ๆ จะเห็นเยื่อบุตาขาวบวมขึ้นได้ และหากมีการติดเชื้อแบคทีเรียก็จะมีขี้ตาสีเหลืองข้น อาจมีอาการแสบและเคืองตาร่วมด้วย พ่อแม่อาจจะสังเกตลักษณะอาการนี้ได้ เช่น ขณะลูกมองทีวี หรือใช้คอมพิวเตอร์แล้วชอบกะพริบตา ขยี้ตามากขึ้น หยีตามองจอ เพราะสู้แสงมากไม่ได้  สาเหตุของโรค เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้เกิดจากเยื่อบุตามีความไวผิดปกติต่อสิ่งแปลกปลอมที่เรียกว่า “สารก่อภูมิแพ้” เช่น ไรฝุ่น เกสร หญ้า ขนสัตว์ และเกิดจากสิ่งแวดล้อมบางอย่าง เช่น ฝุ่นละออง สารเคมีในสระว่ายน้ำ เป็นต้น

Read : ลูกมีอาการคันตามากเกิดจากเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ได้หรือไม่?

เนื่องจากเด็กไม่สามารถบอกความผิดปกที่เกิดขึ้นกับตนเองได้เหมือนผู้ใหญ่ ดังนั้นพ่อแม่จึงควรสังเกตความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้น หากพบตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็ควรรีบไปแพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการและรับการรักษา

ขอบคุณที่มา : www.manager.co.th

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :
13 อาหารบำรุงสายตาลูกให้แจ่มแจ๋ว
เด็กที่ชอบเล่นกลางแจ้งมีโอกาสเป็นสายตาสั้นน้อยกว่า

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner