7 วิธีช่วยแม่หลังคลอดฟื้นตัวและทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว

7 วิธีช่วยแม่หลังคลอดฟื้นตัวและทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว

โดยปกติหลังจากคลอดลูกแล้ว ร่างกายคุณแม่จะเริ่มปรับตัวอย่างช้า ๆ จนเขาสู่ภาวะปกติในที่สุด มดลูกของคุณแม่ก็เช่นกัน หลังคลอดลูกแล้วก็จะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ หรือที่เรียกว่า มดลูกเข้าอู่

การดูแลหรือฟื้นฟูสุขภาพตัวเองหลังคลอด เป็นสิ่งที่คุณแม่ให้ความสำคัญไม่ใช่น้อย ถึงแม้จะเป็นยุคปัจจุบัน แต่การแพทย์แผนไทยสำหรับการดูแลสุขภาพของสตรีหลังคลอดบุตรก็ยังคงเป็นสิ่งที่แม่ ๆ ให้ความสนใจ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นจากความเหนื่อยล้า ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว มีสุขภาพที่แข็งแรง และมีรูปร่างที่สวยงามเหมือนเดิมหลังคลอด

หลังจากคุณแม่คลอดลูกเป็นช่วงที่มีร่างกายอ่อนแอ ซึ่งคุณแม่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ นอกจากการอยู่ไฟหลังคลอด ซึ่งถือว่าเป็นที่นิยมสำหรับแม่หลังคลอดที่มีมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบันแล้ว ยังมีกรรมวิธีต่างๆ ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายของแม่ที่เพิ่งคลอดด้วย

7 วิธีช่วยแม่หลังคลอดฟื้นตัวและ ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว

#1 การอยู่ไฟ

ในสมัยโบราณคือการให้แม่หลังคลอดนอนอยู่บนกระดานแผ่นเดียว โดยมีเตาดินอยู่ห่างไม้กระดาน 1 เมตร ให้เตาอยู่แนวเดียวกับท้อง เพราะมีความเชื่อว่า ความร้อนจะทำให้แผลหายดี และทำให้มดลูกแห้งตัวเร็ว เข้าอู่เร็ว แต่ปัจจุบันสามารถใช้กระเป๋าน้ำร้อน กระเป๋าไฟฟ้า วางบริเวณหน้าท้อง เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวด และทำให้หน้าท้องแห้งเร็ว ลงได้บ้าง

ประโยชน์ของการอยู่ไฟ

  • ช่วยขับน้ำคาวปลาที่ค้างอยู่ออกมาทั้งหมด
  • กระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดี มีเลือดฝาด
  • ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย ทำให้ผิวพรรณผ่องใส
  • ไม่เกิดอาการหนาวสะท้าน
  • ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย มดลูกเข้าอู่เร็ว
  • ทำให้ร่างกายแข็งแรงและช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค
  • ความร้อนช่วยในการฆ่าเชื้อโรค แผลแห้งเร็ว หน้าท้องแบน และช่วยลดอาการคัดตึงเต้านม
  • แก้ปวดเมื่อย ปวดเอว กระชับกล้ามเนื้อ ฯลฯ

การอยู่ไฟ

#2 การนวดประคบสมุนไพร

จะช่วยให้คุณแม่ได้ผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยลงได้หลังจากการคลอดลูก โดยการนำสมุนไพรมารวมใส่ไว้ในลูกประคบ เมื่อนำมานึ่งร้อนและนำมานวดประคบจะมีกลิ่นหอมระเหยออกมา นอกจากบรรเทาอาการปวดเมื่อยแล้ว ยังช่วยให้เนื้อเยื่อ พังผืด ยืดตัวออก ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ลดอาการบวมที่เกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ หรือบริเวณข้อต่อต่าง ๆ ช่วยกระตุ้นหรือเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และยังช่วยทำให้เกิดการขับน้ำคาวปลา ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว หน้าท้องยุบเร็วขึ้น รวมถึงการประคบที่บริเวณทรวงอก จะช่วยลดอาการคัดเต้านม ลดความเจ็บปวด และหลั่งน้ำนมได้ดี

ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว

ภาพประกอบจาก :

#3 การทับหม้อเกลือ 

สำหรับคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติสามารถใช้วิธีนี้ได้หลังคลอด 10-12 วัน ส่วนแม่ผ่าคลอดนั้นจะต้องรออย่างน้อย 45-60 วัน โดยใช้หม้อดิน เตาถ่าน เกลือเม็ด ใบพลับพลึง สมุนไพรตำจนแหลก นำหม้อเกลือไปตั้งบนไฟให้ร้อน เมื่อได้ที่แล้วนำมาวางบนใบพลับพลึงห่อผ้าก่อนนำมาประคบ หลังการทับหม้อเกลือเสร็จ ควรนอนพักประมาณ 30 นาทีก่อนเข้ากระโจมเพื่ออบตัวด้วยสมุนไพรตามขั้นตอนต่อไป

การทับหม้อจะช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว ลดการบวมน้ำ ทำให้หน้าท้องแบน กล้ามเนื้อกระชับ ขับน้ำคาวปลา ทำให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น

#4 การนั่งอิฐ

คือการนำอิฐแดงเผาไฟให้ร้อนห่อด้วยใบพรับพลึงนำไปวางไว้บนเก้าอี้ และให้คุณแม่หลังคลอดนั่งทับ ความร้อนจากอิฐที่เผาไฟ จะทำให้บริเวณปากช่องคลอดแห้งเร็ว ทำให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็ว

#5 การนั่งถ่าน

คือการให้แม่หลังคลอดมานั่งเก้าอี้ที่เจาะรูตรงกลาง ด้านล่างมีเตาถ่านติดไฟอยู่พร้อมทั้งสมุนไพรที่ใช้โรยบนถ่าน ไอระเหยจากสมุนไพรจะลอยไปสัมผัสบาดแผลบริเวณปากช่องคลอด เพื่อทำให้แผลแห้งเร็ว ช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อกระชับคืนสู่สภาพปกติและมดลูกเข้าอู่เร็ว รวมถึงป้องกันการเกิดตกขาวด้วย ปัจจุบันไม่นิยมใช้วิธีนี้ทำกันเนื่องจากมีกรรมวิธีที่ยุ่งยากในการจัดเตรียมอุปกรณ์ และโรงพยาบาลจะมีการส่องไฟฟ้าบริเวณปากช่องคลอดจนแผลแห้งให้คุณแม่หลังคลอด

การอยู่ไฟหลังคลอด-อุปกรณ์สมุนไพร

#6 การอบสมุนไพร

คือการอบตัวด้วยไอน้ำจากการต้มสมุนไพรจนเดือน โดยการนั่งในกระโจมหรือสุ่มไก่ที่ปิดมิดชิด เมื่อผิวหนังได้สัมผัสไอน้ำจะช่วยให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณคุณแม่เปล่งปลั่งสดชื่น มีน้ำมีนวลขึ้นได้

#7 การเข้ากระโจม

แม่หลังคลอดอาจจะมีกลิ่นตัว การเข้ากระโจมเป็นการอบไอตัวด้วยสมุนไพรเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกตกค้างในร่างกาย ให้ระบายออกมาทางผิวหนัง ถ้าเพิ่มว่านนางคำ ว่านชักมดลูก ก็จะช่วยให้มดลูกหดรัดตัวได้ดี เข้าอู่ได้เร็วขึ้น แต่หากคุณแม่เป็นคนแพ้ง่ายควรสังเกตอาการจากการแพ้สมุนไพรบางชนิดด้วย


ที่มา : www.pantown.com

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

6 เคล็ดลับดูแลสุขภาพและฟื้นฟูร่างกายของแม่หลังคลอด

11 ทรงผมซอยสั้น ตัดแล้วดูดี ให้รับกับหน้าคุณแม่หลังคลอด

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner